โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

นาทีระทึก! ช้างป่าเขาสอยดาวรุ่นใหญ่ ปะทะเดือด เปิดศึกชิงเมีย สู้ไม่ถอย (คลิป)

Khaosod

อัพเดต 28 พ.ย. 2564 เวลา 10.21 น. • เผยแพร่ 28 พ.ย. 2564 เวลา 10.21 น.

นาทีระทึก! ช้างป่าเขาสอยดาวรุ่นใหญ่ ปะทะเดือด เปิดศึกชิงสาวสู้ไม่ถอย-แผดเสียงลั่นป่า ต่างฝ่ายต่างก็จ้องจะแย่งชิงช้างตัวเมีย

วันที่ 28 พ.ย. 2564 หลังจากอุทยานประกาศเตือนคนเมืองจันทบุรีเฝ้าระวังฝูงช้างป่าตกมัน บุกพื้นที่เกษตร หลังอาสาสมัครพิทักษ์ช้างป่าเขาสอยดาว ชุดนาฬาคีริงเผยว่าเมื่อช่วงวันที่ 26-27 พ.ย.ที่ผ่าน พบฝูงช้างป่าจำนวน 20 - 25 เชือกป้วนเปี้ยนอยู่ในพื้นที่ชาวบ้าน

ล่าสุดทางกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชเผยคลิปนาทีระทึก ศึกชนระหว่างช้างพลายและช้างสีดอตัวใหญ่ เหตุแย่งชิงช้างพังแสนงาม

โดยระบุข้อความว่า "นายอาคม พงษ์สุวรรณ์ เจ้าหน้าที่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว จังหวัดจันทบุรี แจ้งว่าพบช้างป่าเพศผู้ จำนวน 2 ตัว ต่อสู้กันบริเวณหลังหน่วยพิทักษ์ป่าวังแพร โดยสาเหตุอาจจากการแย่งความเป็นใหญ่ เพราะช่วงนี้ช้างอยู่ในฤดูพร้อมผสมพันธุ์ มีอาการตกมัน พร้อมจะแย่งช้างตัวเมียกัน"

ภาพจาก กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

ในคลิปแสดงภาพช้างสีดอ (งาสั้น) ตัวใหญ่ต่อสู้กับช้างพลาย (งายาว) พร้อมแผดเสียงออกมาอย่างดังกังวาน ด้วยความที่ไร้อาวุธหรือมีงาสั้น แม้จะมีขนาดใหญ่กว่า ทำให้ช้างสีดอก็ล่าถอยออกมาก่อน ซึ่งช้างพลายยังตามมาอย่างไม่ลดละ ทำให้ศึกครั้งนี้ยังไม่ทราบผลแพ้ชนะที่ชัดเจน

นับตั้งแต่คลิปดังกล่าวถูกแชร์ มีชาวเน็ตเข้าไปคอมเมนต์กันมากมาย บางคนแซวถึงเจ้าหน้าที่อุทยานที่พยายามถ่ายความระทึกขณะปีนต้นไม้ ไม่ว่าจะ"ลุ้นคนถ่ายมากกว่านะ!" "เทคแคร์นะคะ คนถ่ายคลิป ระวัง ๆ ด้วย" "เป็นห่วงคนถ่ายคลิป" "ได้เห็นเป็นขวัญตา ขอบคุณมากค่ะ"

"สีดอใหญ่กว่าก็จริงแต่ไม่มีอาวุธ" "ช้างตัวเมีย​เพราะความสวยแท้ ๆ​ " "คนถ่ายท่าทางจะปืนต้นไม้เก่ง" "ขอบคุณคนถ่ายคลิป ที่เสียสละและถ่ายภาพเรียล ๆ ให้ดูค่ะ ขุนช้างกับขุนแผน แย่งนางวันทองหรือเปล่าคะ?"

อย่างไรก็ตาม วันนี้ทางทีมข่าวสดจะขอเสนอข้อควรปฏิบัติตนเมื่อพบช้างป่า เพื่อเป็นแนวทางในการเอาตัวรอด โดยกลุ่มวิจัยสัตว์ป่า สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เผยคู่มือความรู้เรื่องช้าง

ช้างป่าตกมัน (Musth) การตกมันจะเกิดขึ้นได้กับช้างป่าทั้งเพศผู้และเพศเมียที่มีร่างกายสมบูรณ์ในวัยเจริญพันธุ์ อายุ16 - 60 ปี

อาการตกมันของช้าง คืออาการที่ช้างมีของเหลวข้นคล้ายนํ้ามันเหนียวสีเข้ม มีกลิ่นแรงไหลออกมาจากรูเล็ก ๆ บริเวณต่อมที่ขมับทั้งสองข้างระหว่างรูหูกับตาและไหลเปื้อนบริเวณแก้มจนไหลเข้าสู่ปาก ซึ่งช่วงระยะนี้เป็นช่วงที่ช้างป่าแสดงอาการดุร้ายฉุนเฉียวมากที่สุด

การประเมินสถานการณ์เมื่อต้องเผชิญหน้ากับช้างป่า

ขั้นที่ 1 สังเกตอารมณ์ของช้างอย่างง่าย

  • ช้างอารมณ์ดี หูจะสะบัดไปมา หางจะแกว่งและใช้งวง สะบัดไปมาหรือเกี่ยวดึงต้นไม้กิน ไม่ค่อยสนใจคน
  • ช้างอารมณ์ไม่ดี หูจะตั้งกาง งวง และหางจะหยุดแกว่งพร้อมจ้องมองมาทางตน บางครั้งช้างจะชูงวงขึ้นพร้อมกับยืด โน้มตัวให้สูงขึ้นไปด้านหน้า
  • ช้างส่งสัญญาณขู่ หูจะโบกไปมาหรือแกว่งงวงและขา ไปมา
  • ช้างเตรียมจู่โจม  หูของช้างกางออกและงวงนิ่งหรือม้วนงวง

ขั้นที่ 2 ถอยให้ห่างบริเวณที่พบช้าง

  •  เจอช้างระยะกระชั้นชิดอย่ารีบส่งเสียงดังไล่ เพราะช้างบางตัวอาจจะตกใจหรือรำคาญเสียงมนุษย์แล้วชาร์จเข้ามาทันที
  • อย่ากลับหลังหันวิ่งหรือหันหลังให้กับช้าง กรณีที่ต้องวิ่งหนี ห้ามวิ่งเป็นเส้นตรงเด็ดขาด ควรวิ่งตัดเฉียง 45 องศา หลบไปตามแนวต้นไม้ใหญ่ เพราะช้างกลับตัวทำได้ค่อนข้างช้า นอกจากนี้ การหนีลงที่ลาดชันเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ดีเช่นกัน
  • หลบหลีกขึ้นที่สูง เช่น ปีนต้นไม้ที่มีความแข็งแรงและมีความสูงเพียงพอเกินระยะที่ช้างป่าจะใช้งวงจับยึดได้
  • กรณีที่ไปเป็นกลุ่ม การส่งเสียงดังเพื่อขับไล่ช้าง นั้นจะเป็นทางเลือกที่ดีอีกทางหนึ่งในการช่วยเหลือสมาชิกในกลุ่มให้ปลอดภัยทุกคน
  • กรณีที่ช้างวิ่งเข้าหาให้ทิ้งสัมภาระ ทำให้ตัวเบาและคล่องตัวที่สุดพร้อมส่งเสียงดัง กรีดร้อง เสียงโห่ร้อง รวมถึงแสดงอาการต่างๆ เช่น ชูแขน ชูมือ พร้อมทั้งเคลื่อนที่ออกจากจุดที่พบช้าง
  • หากวิ่งหนีแล้วหกล้ม ช้างวิ่งมาถึงตัวเข้าทำร้ายให้พยายาม ตั้งสติกลิ้งหลบให้พ้นรัศมีช้าง จากนั้นรีบลุกวิ่งต่อทันที
  • ส่วนกรณีที่หลบไม่ทัน หากมีโอกาสจุดอ่อนของช้างจะอยู่บริเวณเบ้าตาและบริเวณที่โคนเล็บให้ใช้มือหรือไม้กระทบบริเวณดังกล่าวหลายครั้ง เพื่อให้ช้างหยุดชะงัก จากนั้นรีบลุกวิ่งหลบหนีต่อไป

ขอบคุณที่มาจาก กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช / คู่มือความรู้เรื่องช้าง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...