มัดรวมไว้แล้ว 6 แบงก์รัฐ ประกาศลดดอกเบี้ยกู้ เริ่ม 2 มี.ค.
ตามที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 มีมติลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเหลือ 1.00% ล่าสุดธนาคารรัฐ 6 แห่ง ได้ประกาศลดดอกเบี้ยเงินกู้แล้ว เพื่อช่วยลดภาระการผ่อนชำระแก่พี่น้องประชาชน โดยมีรายละเอียด ดังนี้
ธนาคารออมสิน
นางลภาวรรณ จันทร์กระจ่าง รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน รักษาการแทนผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้อีกครั้งในรอบ 2 เดือน เพื่อสนับสนุนนโยบายกระตุ้นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง และช่วยบรรเทาภาระหนี้ ตามมติคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) และสอดคล้องตามนโยบายกระทรวงการคลัง โดยครั้งนี้ธนาคารปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ทุกประเภทสินเชื่อลง 0.15% ต่อปี ส่งผลดังนี้
- อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขั้นต่ำประเภทเงินกู้ที่มีระยะเวลา (MLR) ลดเหลือ 6.025% ต่อปี
- อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขั้นต่ำประเภทเงินเบิกเกินบัญชี (MOR) ลดเหลือ 5.695% ต่อปี
- อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อยชั้นดี (MRR) ลดเหลือ 6.045% ต่อปี
นับเป็นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ทุกประเภทแตะระดับต่ำสุดในระบบสถาบันการเงิน ทั้งธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินของรัฐ มีผลตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป
สำหรับการลดดอกเบี้ยเงินกู้ในครั้งนี้ ตั้งเป้าช่วยลดต้นทุนทางการเงินของผู้ประกอบการ SMEs และผู้ประกอบการรายย่อยให้สามารถดำเนินธุรกิจคล่องตัวและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ทั้งยังเป็นการบรรเทาภาระหนี้แก่ลูกหนี้รายย่อยและกระตุ้นการบริโภค ซึ่งจะส่งผลดีต่อการขับเคลื่อนการเติบโตเศรษฐกิจในภาพรวม ผู้ประกอบการและบุคคลทั่วไป
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ตามทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบาย สูงสุดร้อยละ 0.25 ต่อปี ดังนี้
- ลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ประเภทเงินเกินบัญชี (MOR) ลงร้อยละ 0.15 ต่อปี คงเหลือร้อยละ 5.975% ต่อปี
- อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อยชั้นดี (MRR) ลงร้อยละ 0.05 ต่อปี เหลือร้อยละ 6.575 ต่อปี
ทั้งนี้ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยให้กับเกษตรกรลูกค้ารายย่อย ธ.ก.ส. สนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และลดผลกระทบทางธุรกิจจากภัยธรรมชาติและมาตรการภาษีของสหรัฐอเมริกา โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นไป
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)
ดร.มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ธอส. ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ เพื่อช่วยลดภาระการผ่อนชำระเงินงวดให้ลูกค้า มีผลตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป ได้แก่
- อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินเบิกเกินบัญชี (MOR) อยู่ที่ 5.850% ต่อปี
[* อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินกู้แบบมีระยะเวลา \(MLR\) อยู่ที่ 6.150% ต่อปี , * อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อยชั้นดี \(MRR\) อยู่ที่ 6.145% ต่อปี ]
การปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ในครั้งนี้จะเป็นส่วนหนึ่งในการกระตุ้นการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัย และสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคอสังหาริมทรัพย์โดยส่งผลดีต่อภาวะเศรษฐกิจโดยรวมได้
เอสเอ็มอี ดี แบงก์
นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เปิดเผยว่า SME D Bank ธนาคารเพื่อเอสเอ็มอีไทย ขานรับนโยบายธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุด 0.15% เพื่อบรรเทาภาระต้นทุนทางการเงินให้แก่เอสเอ็มอี และสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ มีผลตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป
- อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขั้นต่ำ (Minimum Loan Rate : MLR) อยู่ที่ 7.050% ต่อปี
[ * อัตราดอกเบี้ยลูกค้ารายย่อยชั้นดี \(Minimum Retail Rate : MRR\) อยู่ที่ 7.025% , * และ ประเภทเงินเบิกเกินบัญชี \(Minimum Overdraft Rate : MOR\) อยู่ที่ 7.150% ต่อปี ]
สำหรับอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก SME D Bank ยังคงตรึงไว้เช่นเดิม เพื่อสร้างโอกาสให้ลูกค้าธนาคาร ทั้งกลุ่มนิติบุคคล และบุคคลธรรมดา ตลอดจนหน่วยงาน องค์กร สถาบัน หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ และเอกชน มีทางเลือกในการหาแหล่งฝากเงินผลตอบแทนเหมาะสม และมีความมั่นคงปลอดภัยสูงสุด
ไอแบงก์
ด้านธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) แจ้งปรับลดอัตรากำไรสินเชื่อสูงสุด 0.10% ควบคู่กับการตรึงอัตราผลตอบแทนเงินฝาก เพื่อรักษาเสถียรภาพของระบบการเงิน โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป มีรายละเอียดดังนี้
- อัตรากำไรสำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี (SPR) คงเหลือร้อยละ 7.55 ต่อปี
[ * อัตรากำไรสำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทสินเชื่อแบบมีกำหนดระยะเวลา \(SPRL\) คงเหลือร้อยละ 7.68 ต่อปี , * อัตรากำไรสินเชื่อสำหรับลูกค้ารายย่อยชั้นดี \(SPRR\) คงเหลือร้อยละ 7.85 ต่อปี ]
บสย.
ดร.สิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) กล่าวว่า บสย. ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ย Prime Rate ลง 0.1% ต่อปี คงเหลือ 5.25% ต่อปี เพื่อให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ที่ บสย. จ่ายเคลม ช่วยลดภาระทางการเงินให้กับลูกหนี้อย่างต่อเนื่อง โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป
ปัจจุบัน บสย. มีมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ที่ถูกจ่ายเคลม ผ่านมาตรการ “บสย. พร้อมช่วย” ลด ปลดหนี้ แก้หนี้ยั่งยืน พิเศษกลุ่มลูกหนี้ที่ต้องการ “ปลดหนี้” ปิดบัญชี ลดต้นสูงสุด 50% สำหรับลูกหนี้ “กลุ่มเปราะบาง” (หนี้คงเหลือไม่เกิน 2 แสนบาท) และลดต้นสูงสุด 40% สำหรับลูกหนี้ SMEs (หนี้คงเหลือมากกว่า 2 แสนบาท) ช่วยให้ลูกหนี้สามารถปลดหนี้ได้ง่ายขึ้น เร็วขึ้น
ส่วนลูกหนี้ที่ต้องการปรับโครงสร้างหนี้ บสย. มอบสิทธิประโยชน์หลากหลาย แบ่งตามความสามารถในการชำระหนี้ โดยชูจุดเด่น อาทิ ผ่อนเริ่มต้น 500 บาท ตัดต้นก่อนตัดดอก ผ่อนนานสูงสุด 7 ปี มุ่งช่วยลูกหนี้ให้สามารถกลับมาเป็นลูกหนี้ปกติ และสามารถฟื้นฟูกิจการได้อีกครั้ง