พฤษภาเลือด บทสรุป ลอบสังหาร เสธ.แดง บทสรุป เฉียบคม จาก 'ที-นิวส์'
ยุทธการแดงเดือด
คําปราศรัยของนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช.แดงทั้งแผ่นดิน หลัง พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ “เสธ.แดง” เพียงไม่กี่ชั่วโมง
น่าพิจารณาอย่างเป็นพิเศษ
“รัฐบาลคิดว่าการยิง เสธ.แดงจะทำให้ นปช.ยุติการชุมนุม ถือว่าคิดผิด หากรัฐบาลจะยิงใครก็ยิงได้ตามสบาย
พวกเราจะไม่มีทางหนี”
ขณะที่วาสนา นาน่วม ตั้งข้อสังเกตผ่านตอนว่าด้วย เด็ดหัว“เสธ.แดง” ในหนังสือ “ลับ ลวง เลือด” ว่า
หลังความสำเร็จของยุทธการราชประสงค์ได้เกิดประเด็นวิพากษ์วิจารณ์กันถ้วนทั่วทุกมุมในกองทัพว่า ถ้า เสธ.แดง พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ไม่ถูกลอบยิงเสียชีวิต ทหารจะเข้าสลายการชุมนุมได้สำเร็จหรือไม่
จนทำให้เกิดความเชื่อหนึ่งที่เหมือนกันว่า “ใครเป็นคนฆ่า เสธ.แดง”
การสำรวจข้อมูลจากการเคลื่อนไหวของ “เสธ.แดง” หรือ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล จากหลายๆ ด้านจึงมีความจำเป็น
โดยเฉพาะจากหนังสือ “ล้มรัฐ ล้มปืน ล้มเจ้า ฉบับสมบูรณ์” ของกองบรรณาธิการ ที-นิวส์ อันอยู่ในบทใหญ่ “เด็ดหัว เสธ.แดง โหมไฟสถานการณ์ ระเบิด สงครามกลางกรุง”
พลัน
ที่ผ่านมา แม้จุดยืนและบทบาทหลายๆ เรื่องของ เสธ.แดงจะอยู่ตรงข้ามกับรัฐบาล โดยเฉพาะกองทัพที่มีผู้บัญชาการทหารบกชื่อ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
จนต้องถูกสั่งพักราชการตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม 2553
และย้อนกลับไปเป็นกลางดึกของวันที่ 14 มกราคม ที่ห้องทำงานของ พล.อ.อนุพงษ์ถูกโจมตีด้วยอาวุธสงคราม M79
และแม้จะมีข้อสังเกตว่า เป็นการตอบโต้ของ เสธ.แดงจนนำไปสู่การบุกค้นบ้านพักย่านเกียกกายเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม และพบอาวุธสงครามจำนวนมาก แต่ เสธ.แดงก็ได้ออกมาปฏิเสธ
พร้อมกับแสดงความเป็นห่วง พล.อ.อนุพงษ์ เอาไว้ว่า
“ในฐานะที่ผมเป็นเพื่อนรักของ พล.อ.อนุพงษ์ แม้จะถูกพักราชการโดยไม่ได้รับความเป็นธรรมแต่ก็ยังไม่ลืมความเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน และขอเตือนว่าให้ พล.อ.อนุพงษ์ย้ายครอบครัวออกจากบ้านพักเพราะเกรงว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัย”
คำถามก็คือ ความบาดหมางดังกล่าวจะลุกลามไปถึงการสังหารเสธ.แดงเลยหรือไม่
ซึ่งคำยืนยันจาก พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด ในฐานะโฆษก ศอฉ.ระบุว่า
ด้วยระเบียบกองทัพก็สามารถเอาผิด เสธ.แดงได้ตลอดเวลา แต่จนถึงวันนี้กระบวนการพิจารณาความผิดทางวินัยต่อ เสธ.แดงก็ยังเป็นไปตามขั้นตอนโดยไม่มีการเร่งรัด
ขณะที่นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เอง แม้จะยืนยันว่า
“เสธ.แดงเป็นปัญหาต่อแผนปรองดองแต่การแก้ปัญหาโดยวิธีสังหารผลที่ได้รับจะคุ้มเสียหรือไม่ เนื่องจากรู้อยู่แล้วว่า เสธ.แดงเป็นเพียงไพ่ใบหนึ่งของผู้บงการ และที่สำคัญ เสธ.แดงไม่ใช่ตัวชี้ขาดสถานการณ์”
อย่างไรก็ตาม อาจมีข้อสงสัยต่อกรณีการสูญเสียของกองทัพในเหตุการณ์มิคสัญญี 10 เมษายนโดยเฉพาะนายทหารในกลุ่มบูรพาพยัคฆ์ว่าจะเป็นการสุมแรงแค้นให้ฝ่ายของทหารตัดสินใจดำเนินการสังหาร เสธ.แดงเอง
แต่ก็ยังเกิดคำถามตามมาเช่นกันว่า ใครจะเป็นผู้สั่งการเพราะจะมีความเสี่ยงต่อบุคคลผู้นั้นอย่างยิ่ง
จากองค์ประกอบข้างต้นประเด็นที่ต้องพิจารณาก็คือ รัฐบาลและกองทัพจะได้ประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่งหรือไม่หากจะเป็นฝ่ายลงมือสังหาร เสธ.แดง ในขณะเดียวกัน ก็ไม่ต้องไม่ลืมว่า
ภายหลังจากการลั่นไกสังหาร เสธ.แดง สถานการณ์ก็ดูจะมีความเลวร้ายมากยิ่งขึ้น
ซึ่งนั่นจะถือเป็นเป้าประสงค์ของผู้ที่อยู่เบื้องหลังหรือไม่
โดยเฉพาะหากย้อนกลับไปดูในห้วงของวินาทีสังหารก็จะพบว่าเกิดขึ้นขณะที่ เสธ.แดงกำลังให้สัมภาษณ์ โทมัส ฟูลเลอร์ ผู้สื่อข่าวจาก “อินเตอร์เนชั่นแนล เฮรัลด์ ทริบูน” สหรัฐอเมริกา และสื่อต่างชาติอีก 2-3 สำนัก
สะท้อนเป้าประสงค์ของคนร้ายที่ต้องการใช้การรายงานข่าวของผู้สื่อข่าวต่างประเทศขยายผลสถานการณ์ความรุนแรงไปสู่เวทีสากลหรือไม่
ในระยะหลังของการชุมนุม ถือว่า เสธ.แดงยกระดับความสำคัญของตัวเองขึ้นมาอยู่ในฐานะของการนำมวลชนแทนที่การนำของสามเกลอมาเป็นลำดับ แม้ว่าครั้งหนึ่ง เสธ.แดงจะเคยถูก “อเปหิ” ออกจากการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดง
เนื่องจาก “สามเกลอ” ไม่พอใจบทบาทที่ผาดโผนของ เสธ.แดงดังที่สะท้อนออกมาจากการงัดข้อกับมติของ “สามเกลอ” ที่ได้สั่งให้รื้อบังเกอร์ด้านหน้าโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
และก็เป็นการ์ดต่างจังหวัดในสังกัดของ เสธ.แดงที่ออกมาขวางจนเกือบมีการปะทะกันเองตามคำให้สัมภาษณ์ของ เสธ.แดงว่า
“คืนนั้นเกือบจะยิงกันระหว่างการ์ดต่างจังหวัดกับการ์ดส่วนกลางเพราะมันไม่พอใจที่อริสมันต์แย่งขึ้นเวที พวกมันไม่มีอะไรหรอกอยู่แต่หลังเวทีกินกันจนอ้วนตาปิดหมดแล้ว
วีระไม่เคยมาดูแถวชายแดน มีแต่ เสธ.แดงลงตรวจทุกวันทุกคืน
ผู้ชุมนุมคนเสื้อแดงเองก็มีส่วนหนึ่งพึงพอใจในบทบาทของ เสธ.แดงที่ประกาศตัวเป็นหัวหน้าการ์ดต่างจังหวัด”
มีผลโพลสำรวจความเห็นในหมู่คนเสื้อแดงพบว่า คะแนนความนิยมชมชอบ เสธ.แดงพุ่งพรวดขึ้นถึง 70 เปอร์เซ็นต์ในช่วงเจรจา “แผนปรองดอง” รวมถึงคำกล่าวของ เสธ.แดงว่าทักษิณได้ต่อสายตรงถึงตนเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม
สั่งการแต่งตั้งแกนนำ นปช.ชุด 2 ประกอบด้วย อริสมันต์ พงษ์เรืองรอง สุภรณ์ อัตถาวงศ์ ขวัญชัย ไพรพนา และพ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ขึ้นมาแทน
“ส่วนใครก็ตามที่ไม่รู้ก็ให้กลับบ้านไป”
บทสรุปของกองบรรณาธิการ ที-นิวส์ คือ
จากบทบาทการนำของ เสธ.แดงที่ยกระดับขึ้นมาทุกขณะ และหากการกล่าวอ้างของ เสธ.แดงเป็นจริง ก็จะเท่ากับว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ยังคงอยู่เบื้องหลังการกำหนดยุทธวิธีต่อสู้ของกลุ่มคนเสื้อแดงอย่างชัดเจน
นั่นจะสร้างความไม่พอใจให้กับแกนนำบางกลุ่มจนนำไปสู่การลอบสังหารเสธ.แดงหรือไม่
เมื่อศึกษาจากด้านของ กองบรรณาธิการ ที-นิวส์ อันแสดงออกอย่างเด่นชัดว่าอยู่ตรงกันข้ามกับ นปช.แดงทั้งแผ่นดิน ตรงกันข้ามกับพรรคเพื่อไทย ตรงกันข้าม กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
การศึกษาจากด้านของวาสนา นาน่วม อันเป็นผู้สื่อข่าว “สายทหาร” อย่างต่อเนื่องและยาวนาน
ก็มีความสำคัญ
เพราะในหนังสือ “ลับ ลวง เลือด” ได้นำเสนอเรื่องราวของ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ต่อเนื่องกันอย่างเป็นระบบ
ตั้งแต่ เด็ดหัว “เสธ.แดง” และ ใครฆ่า “ขัตติยะ” กระทั่ง “เสธ.แดง never die”
ขณะเดียวกัน บทความของนักวิชาการไม่ว่าจะเป็นเกษม เพ็ญภินันท์ ไม่ว่าจะเป็นบัณฑิต จันทร์โรจนกิจ ล้วนอ้างอิงมาจาก “ลับ ลวง เลือด” ของ วาสนา นาน่วม
จำเป็นต้องสนใจ วาสนา นาน่วม
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พฤษภาเลือด บทสรุป ลอบสังหาร เสธ.แดง บทสรุป เฉียบคม จาก ‘ที-นิวส์’
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly