โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ตลท.ฯ เล็งปรับเวลาเทรด - ชงรัฐบาลคลอดกองทุน TISA พร้อมเดินสายโรดโชว์ต่างประเทศ พ.ค.นี้!!

The Better

อัพเดต 09 ก.พ. เวลา 06.54 น. • เผยแพร่ 09 ก.พ. เวลา 06.50 น. • THE BETTER
ตลาดหลักทรัพย์ฯ (ตลท.) เล็งปรับเกณฑ์ซื้อขาย – เพิ่มความยืดหยุ่นรับกลุ่มธุรกิจใหม่ ผนึก BOI ดึงบริษัทต่างชาติ IPO ในไทย เตรียมชงรัฐบาลคลอดกองทุน TISA พร้อมเดินสายโรดโชว์ต่างประเทศ พ.ค. นี้

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ อยู่ระหว่างศึกษาปรับปรุงกฎเกณฑ์โครงสร้างการซื้อขาย และมาตรการกำกับดูแลการซื้อขาย เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพตลาดและเสริมสร้างความเชื่อมั่นของนักลงทุน โดยมองว่าการปรับเกณ์ต้องมีกรอบที่ชัดเจนและมั่นคงอย่างน้อยในระยะ 1 ปี

รวมถึงอยู่ระหว่างพิจารณาปรับเวลาซื้อขายหุ้นโดยเฉพาะช่วงบ่าย จากเดิมเปิดเวลา 14.30 น. มาเป็น 14.00 น. ทำให้เกิดภาระต้นทุนด้านปฏิบัติการ (operation cost) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงได้เจรจากับบริษัทหลักทรัพย์หลายราย ส่วนใหญ่สนับสนุนการกลับไปใช้เวลาเดิมอาจมีเหมาะสมกว่า

ตลท.จ่อปรับเกณฑ์ ดึงบริษัทต่างชาติระดมทุนในไทย

ส่วนกรณีบริษัท LINE MAN Wongnai กำลังพิจารณาเปลี่ยนแผนนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO) ไปยังตลาดต่างประเทศ ตลาดหลักทรัพย์ฯ มองว่าปัจจัยหลักเกิดจากมูลค่าตลาด สภาพคล่อง กฎกติกาที่เข้มข้น และการแข่งขันที่สูง ย้ำ! ไม่ได้นิ่งนอนใจ จ่อปรับกฎเกณฑ์ให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น พร้อมคาดหวังบริษัทฯ เข้าจดทะเบียนฯ ในตลาดหุ้นไทยเพิ่มขึ้นจากปี 2568 จำนวน 18 บริษัท ซึ่งปัจจุบันมีบริษัทยื่นมาแล้วจำนวน 7 บริษัท

อีกทั้งตลาดหลักทรัพย์ฯ เร่งทำงานร่วมกับหน่วยงานกำกับดูแล เพื่อทบทวนขั้นตอนการเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทย โดยต้องรักษาสมดุลระหว่างคุณภาพ (quality) และปริมาณ (quantity) ของบริษัทจดทะเบียน เพื่อสร้างความน่าสนใจทั้งในแง่เงินทุน ค่า P/E และมูลค่าหุ้น

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยอมรับว่าในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา SET 50 ในตลาดหุ้นไทยยังคงกระจุกตัวในหุ้นตัวเดิมๆ สวนทางกับตลาดหุ้นสหรัฐฯ อย่าง S&P หรือ Nasdaq เปลี่ยนแปลงเกือบ 90% จึงมีแผนดึงธุรกิจจากต่างประเทศในสาขาที่มีศักยภาพใหม่ๆให้เข้ามาใช้ตลาดทุนไทยเป็นแหล่งระดมทุน โดยร่วมกับ BOI ในโครงการ BOI to IPO ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มความน่าสนใจและสภาพคล่องของตลาดหุ้นไทยในอนาคต

ปักหมุด! โรดโชว์ต่างประเทศ พ..นี้

นอกจากนี้ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังคงเดินหน้าแผนจัดโรดโชว์ในต่างประเทศตั้งแต่เดือนพ.ค. เป็นต้นไป หวังดึงดูดนักลงทุนสถาบันระยะยาว โดยเฉพาะกองทุนที่เริ่มกลับมาสนใจหุ้นขนาดใหญ่ของไทย

รวมถึงเตรียมเสนอโครงการ TISA (Thailand Individual Saving Account) ซึ่งเป็นบัญชีออมเพื่อการลงทุนระยะยาวแบบถาวร เพื่อแก้ปัญหาที่เคยเกิดขึ้นกับกองทุน LTF ที่เมื่อครบกำหนดมักเกิดแรงขายกดดันตลาดต่อรัฐบาลใหม่อีกครั้ง พร้อมผลักดันการแก้ไขกฎหมายเ พื่อเพิ่มอำนาจให้ ก.ล.ต. สามารถบังคับใช้กฎหมายและลงโทษพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในตลาดทุนได้รวดเร็วขึ้น

ลุยโครงการ Jump+เพิ่มเสน่ห์ตลาดหุ้นไทย

อย่างไรก็ตามการเพิ่มน้ำหนักในดัชนี MSCI ขึ้นอยู่กับมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap) และสภาพคล่อง (Liquidity) ของหุ้น ตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงผลักดันโครงการ Jump+ เพื่อกระตุ้นให้บริษัทจดทะเบียนกลับมาลงทุนและสร้างมูลค่าเพิ่มในธุรกิจตนเอง ให้กลับมาเป็นทางเลือกการลงทุนที่น่าสนใจ

ด้านดร.ศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานกลยุทธ์องค์กรและการเงิน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า “ตลาดทุนไทยช่วงเดือนม.ค.2569 ที่ผ่านมา เห็นสัญญาณฟื้นตัวดีขึ้นเรื่อยๆ สะท้อนจากดัชนีหุ้นไทยเดือน ม.ค.ปรับตัวเพิ่มขึ้น 7% ด้วยมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันมากกว่า 4.7 หมื่นล้านบาท รวมถึงกระแสนักลงทุนต่างชาติ (Fun Flow) กลับมาซื้อสุทธิ 2 เดือน (ธ.ค.68 - ม.ค.69) เพิ่มขึ้นกว่า 1 หมื่นล้านบาท ในรอบกว่า 3 ปี และเห็นการจ่ายเงินปันผลของบริษัทจดทะเบียนฯ ทำ Record High”

“ตลาดหุ้นไทยไม่ได้แย่ พื้นฐานดี ปันผลเด่น คือจุดแข็งของตลาดหุ้นไทยในปัจจุบัน หากมาตรการรัฐมีความต่อเนื่องและการเมืองมีเสถียรภาพ เงินลงทุนก็พร้อมไหลกลับ และเสน่ห์ตลาดทุนไทยกำลังถูกสร้างขึ้นใหม่อีกครั้งในปี 2569” .กิติพงศ์ ประธานบอร์ดตลาดหลักทรัพย์ฯ กล่าวปิดท้าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...