โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การ์ทเนอร์เผยรายได้เซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกปี 2568 โตพุ่ง 21% คาดปี 2569 ยอดใช้จ่ายโครงสร้างพื้นฐาน AI จะแตะ 1.3 ล้านล้านดอลลาร์ หนุนอุตสาหกรรมโตต่อ

BTimes

อัพเดต 20 ม.ค. เวลา 16.22 น. • เผยแพร่ 20 ม.ค. เวลา 09.45 น. • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Biz

การ์ทเนอร์ อิงค์ บริษัทให้คำปรึกษาด้านธุรกิจและเทคโนโลยี เผยรายได้อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกปี 2568 มีมูลค่าอยู่ที่ 793 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 21% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

ราจีฟ ราจพุต (Rajeev Rajput) นักวิเคราะห์อาวุโสของการ์ทเนอร์ กล่าวว่า "เซมิคอนดักเตอร์ AI ซึ่งรวมถึงหน่วยประมวลผล, หน่วยความจำแบนด์วิดท์สูง (HBM) และส่วนประกอบด้านเครือข่าย ยังเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตสำคัญของตลาดเซมิคอนดักเตอร์ โดยในปี 2568 คิดเป็นเกือบหนึ่งในสามของยอดขายรวม และมีแนวโน้มครองตลาดนี้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สอดคล้องกับการคาดการณ์ว่าในปีนี้ (2569) ยอดใช้จ่ายโครงสร้างพื้นฐาน AI จะมีมูลค่าเกินกว่า 1.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ"

NVIDIA เติบโตแข็งแกร่ง ส่วน Intel ยังสูญเสียส่วนแบ่งการตลาด

ในบรรดาผู้จำหน่ายเซมิคอนดักเตอร์ 10 อันดับแรก พบว่ามี 5 ราย ที่มีอันดับเปลี่ยนแปลงจากปี 2567

-NVIDIA ขยายช่องว่างนำหน้า Samsung ออกไปอีก ในปี 2568 มีรายได้ที่สูงกว่า 53 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และกลายเป็นผู้จำหน่ายรายแรกที่มียอดขายเซมิคอนดักเตอร์ทะลุ 100 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ มีส่วนผลักดันการเติบโตของอุตสาหกรรมกว่า 35%

-Samsung Electronics ยังเป็นอันดับ 2 โดยมีรายได้อยู่ที่ 73 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งรายได้หลักมาจากชิปหน่วยความจำ (เพิ่มขึ้น 13%) ขณะที่รายได้จากผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช่หน่วยความจำกลับลดลง 8% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

-SK Hynix ขึ้นมาอยู่อันดับ 3 และในปี 2568 มีรายได้รวมสูง 61 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 37% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า จากอุปสงค์ที่แข็งแกร่งของชิปหน่วยความจำแบนด์วิดท์สูง HBM สำหรับใช้ในเซิร์ฟเวอร์ AI

-Intel สูญเสียส่วนแบ่งการตลาด ช่วงสิ้นปีที่ผ่านมาครองส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 6% ซึ่งนับเป็นครึ่งหนึ่งของส่วนแบ่งที่เคยได้รับ เมื่อปี 2564

การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน AI ผลักดันให้เกิดความต้องการโปรเซสเซอร์ AI, HBM และชิปเครือข่ายระดับสูง โดยในปี 2568 ชิป HBM คิดเป็น 23% ของตลาดชิป DRAM โดยมียอดขายทะลุ 30 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่โปรเซสเซอร์ AI มียอดขายทะลุ 200 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และภายในปี 2572 คาดการณ์ว่าชิป AI จะครองส่วนแบ่งยอดขายในตลาดเซมิคอนดักเตอร์เกินกว่า 50%

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...