เศรษฐกิจไทย ม.ค. 69 รับอานิสงส์ส่งออกขยายตัวสูงสุดในรอบ 4 ปี
The Bangkok Insight
อัพเดต 26 ก.พ. เวลา 12.50 น. • เผยแพร่ 26 ก.พ. เวลา 12.50 น. • The Bangkok Insightสศค. เผยภาวะเศรษฐกิจการคลังประจำเดือนม.ค. 2569 ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการส่งออกสินค้าที่ขยายตัวสูงสุดในรอบ 4 ปี สอดคล้องกับการขยายตัวของการท่องเที่ยวภายในประเทศ ย้ำติดตามทิศทางค่าเงินบาท มาตรการภาษีสหรัฐ
นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เปิดเผยภาวะเศรษฐกิจการคลังประจำเดือนมกราคม 2569 ว่า สถานการณ์เศรษฐกิจไทยในเดือนม.ค. 2569 ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการส่งออกสินค้าที่ขยายตัวสูงสุดในรอบ 4 ปี สอดคล้องกับการขยายตัวของการท่องเที่ยวภายในประเทศ อย่างไรก็ดี จำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศยังคงชะลอตัว ทั้งนี้ ยังจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์ทิศทางค่าเงินบาท ทิศทางตลาดเงินและตลาดทุน และมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ของสหรัฐ ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย โดยมีรายละเอียดสรุปได้ ดังนี้
เครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการบริโภคภาคเอกชน มีสัญญาณปรับตัวดีขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยปริมาณรถยนต์นั่งจดทะเบียนใหม่ ในเดือนม.ค. 2569 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 52.2% และเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาลที่ 11.8%
ทั้งนี้ สอดคล้องกับดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ในเดือนม.ค. 2569 ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 52.8 จากระดับ 51.9 ในเดือนก่อนหน้า โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากบรรยากาศหาเสียงเลือกตั้ง ทำให้มีเม็ดเงินสะพัดเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ
ขณะที่ปริมาณรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ ในเดือนม.ค. 2569 ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน 3.4% และลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาลที่ 4.2% และรายได้เกษตรกรที่แท้จริง ในเดือนม.ค. 2569 ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน 9%
เครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการลงทุนภาคเอกชน มีสัญญาณทรงตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยการลงทุนภาคเอกชนในหมวดเครื่องมือเครื่องจักร สะท้อนจากปริมาณการนำเข้าสินค้าทุน (ตัวเลขเบื้องต้น) ในเดือนม.ค. 2569 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 24.5% และเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาลที่ 1.1%
ด้านปริมาณรถยนต์เชิงพาณิชย์จดทะเบียนใหม่ ในเดือนม.ค. 2569 ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน 9% และลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาลที่ 8.5%
มูลค่าการส่งออกสินค้าขยายตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อน
มูลค่าการส่งออกสินค้ารวมในรูปเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ ในเดือนม.ค. 2569 อยู่ที่ 31,573.1 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 19 และขยายตัวสูงสุดในรอบ 4 ปี ที่ 24.4% และหากพิจารณาเฉพาะมูลค่าการส่งออกสินค้าที่ไม่รวมน้ำมันและสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับทองคำ และยุทธปัจจัย พบว่า ขยายตัวที่ 20.9% ตามการขยายตัวของสินค้าในหมวดเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และหมวดยานพาหนะ โดยขยายตัว 67%, 16.7% และ 11.3% ตามลำดับ
นอกจากนี้ การส่งออกผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง กุ้งสด แช่เย็น แช่แข็ง ผลไม้กระป๋องและแปรรูป และอาหารสัตว์เลี้ยง ขยายตัว 53.4%, 39.3%. 14.7% และ 8.2% ตามลำดับ ในขณะที่การส่งออกน้ำตาลทราย ข้าว ยางพารา และเครื่องรับวิทยุ โทรทัศน์ และส่วนประกอบ ปรับตัวลดลง
ทั้งนี้ เมื่อพิจารณามูลค่าการส่งออกสินค้า โดยจำแนกเป็นรายตลาดคู่ค้าหลักของไทย พบว่า ปรับตัวเพิ่มขึ้นในตลาดทวีปออสเตรเลีย สหรัฐ จีน และอาเซียน ขยายตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 97.8%, 43.1%, 35.1% และ 29.8% ตามลำดับ อย่างไรก็ดี ตลาดอินโดจีน และแอฟริกา ลดลง 8.7% และ 3.6% ตามลำดับ
เครื่องชี้เศรษฐกิจไทยด้านอุปทาน โดยเฉพาะบริการด้านการท่องเที่ยวจากนักท่องเที่ยวต่างชาติชะลอตัว: โดยภาคบริการด้านการท่องเที่ยว ในเดือนม.ค. 2569 มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยรวม จำนวน 3.28 ล้านคน ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 11.6% และลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาลที่ 0.4% ขณะที่การท่องเที่ยวภายในประเทศมีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย ในเดือนมกราคม 2569 จำนวน 24.8 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 2.2% แต่ลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาลที่ 1.2%
ขณะที่ภาคการเกษตร สะท้อนจากดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตร ในเดือนม.ค. 2569 ขยายตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 0.4% และเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า หลังขจัดผลทางฤดูกาลที่ 4.9% ตามการเพิ่มขึ้นในหมวดพืชผลสำคัญ อาทิ ข้าวโพด และปาล์มน้ำมัน อย่างไรก็ดี ผลผลิตข้าว และมันสำปะหลัง ลดลงจากเดือนก่อน
สำหรับภาคอุตสาหกรรม สะท้อนจากดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม ในเดือนม.ค. 2569 ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 88.7 จากระดับ 88.2 ในเดือนก่อนหน้า โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการเร่งผลิตเพื่อรองรับคำสั่งซื้อช่วงตรุษจีน โดยเฉพาะกลุ่มอาหารแปรรูป เครื่องนุ่งห่ม และบรรจุภัณฑ์ เป็นต้น ขณะที่ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของไทยในเดือนมกราคม 2569 อยู่ที่ระดับ 52.7 จากระดับ 57.4 ในเดือนก่อนหน้า
เสถียรภาพเศรษฐกิจยังอยู่ในเกณฑ์ดี
สะท้อนจากอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือนมกราคม 2569 อยู่ที่ 0.66% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 0.6% ส่วนสัดส่วนหนี้สาธารณะ ณ สิ้นเดือนธ.ค. 2568 อยู่ที่ 66.1% ต่อ GDP ซึ่งยังอยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลังที่ตั้งไว้ตามพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 สำหรับเสถียรภาพภายนอกยังอยู่ในระดับที่มั่นคง และสามารถรองรับความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้ สะท้อนจากทุนสำรองระหว่างประเทศ ณ สิ้นเดือนม.ค. 2569 ยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูงที่ 289.6 พันล้านดอลลาร์
สถานการณ์เศรษฐกิจโลกฟื้นตัวดีขึ้นต่อเนื่อง
สะท้อนจาก ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของทั่วโลก (Global Composite PMI) ในเดือนม.ค. 2569 อยู่ที่ระดับ 52.5 จุด ค่าดัชนีอยู่สูงกว่าระดับ 50.0 จุด บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจโลกยังมีทิศทางขยายตัว ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของทั่วโลกภาคการผลิต (Global Manufacturing PMI) ในเดือนม.ค. 2569 อยู่ที่ระดับ 50.9 จุดสูงสุดในรอบ 3 เดือนและขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 ด้านดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของทั่วโลกภาคบริการ (Global Service PMI) ในเดือนม.ค. 2569 อยู่ที่ระดับ 52.7 จุด เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนที่อยู่ที่ระดับ 52.4 จุด บ่งชี้ทิศทางการขยายตัวต่อเนื่องของภาคบริการ
สำหรับด้านภาคการท่องเที่ยว ยังคงขยายตัวแต่มีทิศทางชะลอลง ขณะที่ ด้านอัตราดอกเบี้ยนโยบายของประเทศต่าง ๆ มีทิศทางปรับลดลงหรือคงในระดับเดิมเอาไว้ ในส่วนของสถานการณ์ความขัดแย้งเชิงภูมิรัฐศาสตร์ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ รวมทั้ง มาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ของสหรัฐ
ภาพรวมภาวะตลาดการเงินไทยล่าสุดปรับตัวดีขึ้น
ตลาดตราสารทุนได้รับแรงสนับสนุนจากกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ โดยข้อมูล ณ วันที่ 24 ก.พ. 2569 มูลค่าการซื้อขายในตลาดหุ้นไทยอยู่ที่ประมาณ 80,178.36 ล้านบาท เมื่อพิจารณาตามกลุ่มนักลงทุน พบว่า นักลงทุนบุคคลทั่วไปในประเทศ มีการซื้อสุทธิในวันดังกล่าว 98.36 ล้านบาท และเมื่อพิจารณาภาพรวมตั้งแต่ต้นเดือนก.พ. (ข้อมูลสะสมตั้งแต่วันที่ 1–24 ก.พ. 2569) นักลงทุนกลุ่มนี้มีสถานะขายสุทธิรวม -49,900.09 ล้านบาท ซึ่งพลิกกลับมาขายสุทธิเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า
อย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณาภาพรวมตั้งแต่ต้นปี นักลงทุนกลุ่มนี้มีสถานะขายสุทธิอยู่ที่ -33,882.27 ล้านบาท ขณะที่ นักลงทุนสถาบันในประเทศ มีการขายสุทธิในวันดังกล่าว -2,676.45 ล้านบาท และเมื่อพิจารณาภาพรวมตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์ นักลงทุนกลุ่มนี้ยังคงขายสุทธิรวม -10,889.54 ล้านบาท โดยในภาพรวมตั้งแต่ต้นปีมียอดขายสุทธิ -40,470.06 ล้านบาท
ส่วนบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ มีการซื้อสุทธิในวันดังกล่าว 447.08 ล้านบาท และเมื่อพิจารณาภาพรวมตั้งแต่ต้นเดือนมีสถานะซื้อสุทธิรวม 6,304.53 ล้านบาท ขณะที่ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีอยู่ที่ 15,512.11 ล้านบาท สำหรับนักลงทุนต่างชาติ พบว่ามีการซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยในวันที่ 24 ก.พ. 2569 อยู่ที่ 2,131.01 ล้านบาท และเมื่อพิจารณาภาพรวมตั้งแต่ต้นเดือนก.พ. นักลงทุนต่างชาติมีสถานะซื้อสุทธิรวม 54,485.10 ล้านบาท
อย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณาภาพรวมตั้งแต่ต้นปี นักลงทุนต่างชาติยังคงมีสถานะซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยอยู่ที่ 58,840.22 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงบทบาทของนักลงทุนต่างชาติที่กลับมาเป็นแรงสนับสนุนสำคัญของตลาดหุ้นไทย
ในส่วนของ ตลาดตราสารหนี้ พบว่าในวันที่ 24 ก.พ. 2569 นักลงทุนต่างชาติมีการขายสุทธิ -7,325.00 ล้านบาท และเมื่อพิจารณาภาพรวมตั้งแต่ต้นเดือนก.พ. นักลงทุนในตลาดตราสารหนี้มีสถานะซื้อสุทธิรวม 209.40 ล้านบาท ซึ่งชะลอลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า เมื่อพิจารณาภาพรวมตั้งแต่ต้นปี นักลงทุนในตลาดตราสารหนี้ยังคงถือสถานะซื้อสุทธิรวม 43,533.20 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นต่อพันธบัตรรัฐบาลไทยในฐานะสินทรัพย์ที่มีเสถียรภาพ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังคงมีความไม่แน่นอน และแนวนโยบายการเงินของประเทศเศรษฐกิจหลักที่อยู่ในช่วงการปรับเปลี่ยน
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ส่งออก-ไทยเที่ยวไทย หนุนเศรษฐกิจการคลัง ธ.ค. 68 ขยายตัว จับตานโยบายจีน-สหรัฐ
- เจาะลึกเศรษฐกิจไทยปี 2026 เสี่ยงหดตัว จับตาทองคำพุ่งทุบสถิติ-จีนฟื้นตัว
- ‘คลัง’ จ่อทบทวนตัวเลขเศรษฐกิจไทยปี 68-69 ใหม่ สั่งเกาะติดปมสหรัฐ-เวเนซุเอลา
ติดตามเราได้ที่