โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กสิกรไทยมองเงินบาทแข็งค่าสูงสุดถึง 30.70 ในสัปดาห์นี้

BTimes

อัพเดต 16 ก.พ. เวลา 13.05 น. • เผยแพร่ 16 ก.พ. เวลา 07.00 น. • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Biz

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยความเคลื่อนไหวค่าเงินบาท พบว่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นสอดคล้องกับสถานะซื้อสุทธิหุ้นและพันธบัตรไทยของนักลงทุนต่างชาติ ทั้งนี้เงินบาทแข็งค่าขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์ตามการฟื้นตัวของราคาทองคำในตลาดโลกที่กลับไปอยู่เหนือระดับ 5,000 ดอลลาร์ฯ ต่อออนซ์ ประกอบกับได้รับอานิสงส์จากสถานะซื้อสุทธิหุ้นและพันธบัตรไทยของนักลงทุนต่างชาติเกือบตลอดสัปดาห์ภายหลังการเลือกตั้งทั่วประเทศ ท่ามกลางความหวังต่อเสถียรภาพของสถานการณ์การเมืองและความต่อเนื่องของนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่ ทั้งนี้ เงินบาทแข็งค่าผ่านแนว 31.00 ไปแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 2 สัปดาห์ที่ 30.93 บาทต่อดอลลาร์ฯ ก่อนจะอ่อนค่ากลับมาช่วงปลายสัปดาห์สอดคล้องกับสกุลเงินในภูมิภาคและการสลับกลับมาขายสุทธิหุ้นและพันธบัตรไทยของต่างชาติ ขณะที่ แรงกดดันด้านอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ฯ ชะลอลงบางส่วนท่ามกลางแรงขายสินทรัพย์เสี่ยงของนักลงทุน ประกอบกับเงินดอลลาร์ฯ น่าจะมีปัจจัยบวกเพิ่มเติมจากตัวเลขตลาดแรงงานสหรัฐฯ ที่ออกมาดีกว่าที่คาด และการปรับโพสิชั่นก่อนการรายงานตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภคของสหรัฐฯ ในช่วงคืนวันศุกร์

ในสัปดาห์นี้ ระหว่างวันที่ 16-20 ก.พ. 2569 KBank คาดกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 30.70-31.50 บาทต่อดอลลาร์ฯ ปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 4/2568 ของไทยและญี่ปุ่น ปัจจัยการเมืองในประเทศ ฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ การเคลื่อนไหวของสกุลเงินเอเชียและราคาทองคำในตลาดโลก ดัชนีราคา PCE/Core PCE เดือนธ.ค. ของสหรัฐฯ บันทึกการประชุมเฟดเมื่อวันที่ 27-28 ม.ค. ตลอดจนดัชนี PMI (เบื้องต้น) เดือนก.พ. ของยูโรโซน อังกฤษ และสหรัฐฯ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...