เมื่อโลกแตกขั้ว “จีน-อังกฤษ” เลือกเดินบนเส้นทางความร่วมมือ
การเยือนจีนครั้งแรกของนายกฯ อังกฤษนับตั้งแต่ปี 2561 สะท้อนความพยายามรีเซ็ตความสัมพันธ์ทวิภาคี ท่ามกลางโลกที่เผชิญความไม่แน่นอนและการแบ่งขั้วที่รุนแรงขึ้น
วันที่ 29 มกราคม 2569 เวลา 09.20 น. สำนักข่าวซินหัวรายงานว่าความร่วมมือระหว่างจีนและสหราชอาณาจักรกำลังยืนอยู่บนจุดเปลี่ยนสำคัญ ท่ามกลางบริบทโลกที่เผชิญความไม่แน่นอนและการแบ่งขั้วที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น ทั้งสองประเทศต่างมองเห็นความจำเป็นในการกระชับการสื่อสารเชิงนโยบาย และขยายความร่วมมือเชิงปฏิบัติในด้านต่าง ๆ ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
ภายใต้บริบทดังกล่าว การเยือนจีนของเซอร์เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร จึงถูกจับตามองอย่างกว้างขวางว่าเป็นความพยายามรีเซ็ตความสัมพันธ์ทวิภาคี โดยหันกลับมาให้ความสำคัญกับความร่วมมือแบบได้ประโยชน์ร่วมกัน และเปิดบทใหม่ของการมีส่วนร่วมระหว่างสองประเทศ
การเยือนครั้งนี้นับเป็นการเดินทางเยือนจีนครั้งแรกของผู้นำรัฐบาลอังกฤษนับตั้งแต่ปี 2561 โดยสตาร์เมอร์เดินทางพร้อมคณะเจ้าหน้าที่ระดับสูงและผู้บริหารจากบริษัทชั้นนำของอังกฤษ สะท้อนถึงความสำคัญที่รัฐบาลลอนดอนให้กับความสัมพันธ์กับจีนอย่างชัดเจน
ด้านจีนได้ส่งสัญญาณที่ชัดเจนเช่นกัน โดยระบุว่าพร้อมใช้โอกาสจากการเยือนครั้งนี้ในการเสริมสร้างความไว้วางใจทางการเมืองกับสหราชอาณาจักร ขยายความร่วมมือเชิงปฏิบัติ และผลักดันความสัมพันธ์จีน–อังกฤษให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน พร้อมทั้งร่วมกันมีบทบาทเชิงสร้างสรรค์ต่อสันติภาพ ความมั่นคง และเสถียรภาพของโลก
สตาร์เมอร์แสดงจุดยืนอย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับความสำคัญของการมีส่วนร่วมกับจีน โดยระบุว่าการตัดขาดจากจีนถือเป็นการละเลยหน้าที่ พร้อมยอมรับบทบาทของจีนในฐานะพลังสำคัญด้านเทคโนโลยี การค้า และธรรมาภิบาลโลก ท่าทีดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากความกังวลเชิงอุดมการณ์ ไปสู่ความเป็นจริงเชิงยุทธศาสตร์ โดยเฉพาะสำหรับสหราชอาณาจักรในยุคหลัง Brexit ที่ไม่อาจเลือกแยกตัวออกจากหนึ่งในเศรษฐกิจที่มีพลวัตและอิทธิพลสูงที่สุดของโลกได้อีกต่อไป
ประสบการณ์ในช่วงที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่า ความร่วมมือกับจีนสร้างผลประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม โดยนับตั้งแต่ปีที่แล้ว การเยือนจีนของรัฐมนตรีอังกฤษหลายครั้งช่วยเปิดทางเข้าถึงตลาด คิดเป็นมูลค่าหลายพันล้านปอนด์ อุตสาหกรรมสำคัญ เช่น การเงิน ยา อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ และสินค้าหรู ยังคงได้รับประโยชน์จากอุปสงค์ขนาดใหญ่ของจีน ปัจจุบันจีนยังคงเป็นคู่ค้าอันดับ 3 ของสหราชอาณาจักรทั้งในด้านสินค้าและบริการ และความร่วมมือดังกล่าวสนับสนุนการจ้างงานของชาวอังกฤษหลายแสนตำแหน่ง เสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในเวทีโลก
ด้วยประชากรกว่า 1.4 พันล้านคน และชนชั้นกลางมากกว่า 400 ล้านคน จีนจึงเป็นตลาดผู้บริโภคที่แทบไม่มีเศรษฐกิจใดเทียบได้ สำหรับบริษัทอังกฤษที่มองการเติบโตในระยะยาว การเชื่อมโยงกับจีนจึงหมายถึงการเปิดรับโอกาสและการลงทุนเพื่ออนาคต
ในเชิงประวัติศาสตร์ ความสัมพันธ์จีน–อังกฤษมีรากฐานจากความร่วมมือและผลประโยชน์ร่วมกันมาอย่างยาวนาน สหราชอาณาจักรเป็นหนึ่งในประเทศตะวันตกกลุ่มแรกที่ให้การยอมรับสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ และมีบทบาทสำคัญในการวางรากฐานความสัมพันธ์ทางการทูตและเศรษฐกิจตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ผ่านข้อตกลงการค้าขนาดใหญ่ การแลกเปลี่ยนทางการศึกษา และความร่วมมือด้านวัฒนธรรมที่หลากหลาย
นับตั้งแต่สตาร์เมอร์เข้ารับตำแหน่ง ความสัมพันธ์จีน–อังกฤษเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง โดยมีการกลับมาแลกเปลี่ยนระดับสูง รวมถึงการฟื้นการเจรจาด้านเศรษฐกิจ การเงิน และการค้า ข้อตกลงในหลายสาขาที่เกิดขึ้นสะท้อนถึงความตั้งใจของรัฐบาลแรงงานในการพัฒนาความสัมพันธ์กับจีนในลักษณะที่มีความต่อเนื่อง ระยะยาว และเชิงยุทธศาสตร์
สำหรับทั้งจีนและสหราชอาณาจักร ความสำคัญสูงสุดคือการสร้างความสัมพันธ์ที่มีความยืดหยุ่น แข็งแรง และไม่ถูกชักนำได้ง่ายจากแรงกดดันภายนอกหรือผลประโยชน์ของประเทศที่สาม ในโลกที่เชื่อมโยงถึงกันมากขึ้น ความร่วมมืออย่างต่อเนื่องยังคงเป็นเส้นทางที่น่าเชื่อถือที่สุดสู่เสถียรภาพและความมั่งคั่งร่วมกัน
ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของภูมิทัศน์โลก จีนและสหราชอาณาจักรมีเหตุผลเพียงพอที่จะรักษาช่องทางการสื่อสารให้เปิดกว้าง และเดินหน้าความร่วมมืออย่างมั่นคง ด้วยการบริหารจัดการความแตกต่างผ่านการเจรจา และขยายพื้นที่ของผลประโยชน์ร่วมกัน ทั้งสองประเทศสามารถมีส่วนสำคัญต่อเสถียรภาพและการพัฒนาของประชาคมโลก พร้อมแสดงให้เห็นว่าความร่วมมือ ไม่ใช่การเผชิญหน้า คือคำตอบที่ยั่งยืนกว่าในโลกที่ปั่นป่วน
อ้างอิง : xhnewsapi.xinhuaxmt.com