โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โต 4 ปีติด 'แมคโดนัลด์' ปี 68 กวาดยอดขาย 8,330 ล้านบาท ปี 69 ลงทุนร้านใหม่ 30 สาขา

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

หากมองย้อนดูภาพใหญ่ธุรกิจร้านอาหารปี 2568 หลายแบรนด์เผชิญความท้าทายด้านยอดขายและ “กำไร” ที่หดตัวรุนแรง หรือกระทบน้อยบ้างขึ้นอยู่กับการงัดอาวุธตลาดฝ่าปัจจัยลบที่รายล้อมได้แค่ไหน

ปี 2569 เพียงแค่ไตรมาสแรก มีเหตุการณ์เขย่าโลกต่อเนื่อง โดยเฉพาะล่าสุดการสู้รบระหว่าง “สหรัฐ อิสราเอล-อิหร่าน” ทำให้ราคาพลังงานน้ำมันพุ่งสูงขึ้น เศรษฐกิจเผชิญแรงกดดัน และมีผลต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภค

ทว่า ผู้ประกอบการพยายามมองหาปัจจัยบวกที่หนุนการเคลื่อนธุรกิจ อย่าง “แมคโดนัลด์” เบอร์ 1 เบอร์เกอร์ มองฟุตบอลโลกปี 2569หรือ FIFA World Cup 2026 ที่บิ๊กแบรนด์ร้านอาหารบริการด่วน(QSR)ผูกปิ่นโตเป็นพันธมิตรอย่างเป็นทางการหรือ Official Partner มาอย่างยาวนาน จะมีกลยุทธ์ แคมเปญการตลาดที่สร้างสีสันให้ผู้บริโภค

ภาพใหญ่ QSR ปีที่ผ่านมาและปี 2569 จะเป็นอย่างไร แม่ทัพใหญ่ กิตติวรรณ อนุเวชสกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แมคไทย จำกัด ให้มุมมองว่า ธุรกิจร้านอาหารคิวเอสอาร์ 3 หมวดสำคัญอย่างพิซซ่า ไก่ทอด และเบอร์เกอร์ รวมกันมีมูลค่า “หลายหมื่นล้านบาท” ปีที่แล้วการเติบโตอัตรา 1 หลัก ราว 6% หากแบ่งรายหมวดหมู่ เช่น ไก่ทอดมีมูลค่าราว 3 หมื่นล้านบาท และเบอร์เกอร์ราว 1.2 หมื่นล้านบาท

ตลาดเบอร์เกอร์เป็นที่รับรู้ว่า “แมคโดนัลด์” ครองบัลลังก์ “ผู้นำ” อย่างแข็งแกร่ง จากการทำตลาดในไทยยาวนานกว่า 4 ทศวรรษ

ปี 2568 แมคโดนัลด์ เคลื่อนธุรกิจครบ 40 ปีในประเทศไทย มีการเปิดร้านใหม่ 12 สาขา การจัดเต็มกลยุทธ์ความคุ้มค่าที่เป็นหมัดเด็ดดึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะกับเมนูอาหาร ชุดสุดคุ้ม 99 บาททำต่อเนื่องหลายปี ที่มุ่งตอบโจทย์ “อิ่ม อร่อย” ได้ทุกที่ทุกเวลา ภายใต้บริบทเศรษฐกิจ กำลังซื้อที่มีความท้าทาย การผนึกพันธมิตรเพิ่มความแข็งแก่งให้แคมเปญการตลาด เช่น คอลแลบส์คิทแคท และไมโล รังสรรค์เมนูใหม่ เป็นต้น

การทำตลาดอย่างต่อเนื่อง ทำให้ปีที่ผ่านมา บริษัทปิดยอดขาย 8,330 ล้านบาท เติบโต 6% และถือเป็นการเติบโตอย่างต่อเนื่องตลอด 4-5 ปีที่ผ่านมา ส่วนกำไรสุทธิอยู่ระดับ 363 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อนราว 13 ล้านบาท

“ปี 2568 เป็นปีที่ดี แมคโดนัลด์ยังคงเติบโตต่อเนื่อง 4 ปีติดต่อกัน และสร้างยอดขายสูงสุด 8,330 ล้านบาท สร้างกำไรต่อเนื่อง ทุกองค์กรต้องการกำไร แต่บริษัทไม่แต่ทำแค่นั้น แต่ตอบแทนผู้บริโภค ตอบแทนพนักงานให้มีความสุข เพื่อส่งมอบความสุขให้ลูกค้าอีกทอด”

ก้าวสู่ปีที่ 41 และเป็นศักราชใหม่ “กิตติวรรณ” วางวิสัยทัศน์เคลื่อนธุรกิจพุ่งทะยานสู่อนาคตอย่างมั่นคงหรือ Racing The Future โดยมีกลยุทธ์รองรับหลายด้าน ประกอบด้วย 1.สร้างความคุ้มค่าหลากมิติ มิติแรกคือ ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ(Value Economy)ให้มีความแข็งแกร่ง ทำให้ชุมชนเติบโตไปด้วยกันปี 2569 บริษัทจึงเดินหน้าลงทุนเปิดร้านใหม่ 30 สาขา จะส่งผลให้สิ้นปีมีร้านทั้งสิ้นแตะ 270 สาขา ขณะที่ปี 2568 เปิดร้านไป 12 สาขา และจะมีการปรับโฉมร้านเดิมให้มีความทันสมัย 20-25 สาขา เนื่องจากแมคโดนัลด์ยืนหยัดทำตลาดกว่า 4 ทศวรรษ ต้องทำร้านให้โมเดิร์นและเปี่ยมด้วยดิจิทัล เป็นต้น

“การเปิดร้านใหม่เพิ่ม เพื่อให้เราเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน และกระตุ้นเศรษฐกิจรายล้อมในพื้นที่ให้มีความคึกคัก รวมถึงเพิ่มการจ้างงานถึงหลัก 1,000 คน การลงทุนขยายสาขาไม่เพียงช่วยเหลือเศรษฐกิจชุมชน แต่ทำให้เราเติบโตอย่างยั่งยืนด้วย"

บริษัทยังมุ่งสร้างคุณค่าแบรนด์ให้แกร่ง ผ่านกลยุทธ์ “Value For Money” รังสรรเมนูอาหารที่มีความคุ้มค่าตอบโจทย์ผู้บริโภค เช่น ชุดสุดคุ้ม 99 บาท ทำต่อเนื่อง 4 ปีแล้ว การจับคู่เมนูอาหาร 55 บาท และ 69 บาท ฯ การเสิร์ฟเมนูง่ายและให้ลูกค้าเข้าถึงมากขึ้น ทั้งแมคไก่ทอด แมคข้าวกระเพรา เพื่ออิ่มง่ายทุกที่ทุกมื้อ

“หากเราต้องการพุ่งทะยานไปข้างหน้าในอนาคต หรือ Racing The Future เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่ง ต้องสร้างคุณค่าแบรนด์ให้เหนือกว่าด้วย Value For Money การย้ำผู้นำความคุ้มค่า เราไม่ปล่อยแน่นอน และยังเหมาะกับสถานการณ์เวลานี้มากๆ เพราะผู้บริโภคต้องการใช้เงินในกระเป๋าให้คุ้ม แมคโดนัลด์ตอบโจทย์แน่นอน”

2.สร้างสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภคก่อเกิดความรักต่อแบรนด์(Brand Love)อย่างต่อเนื่อง ผ่านการจับมือพันธมิตร โดยเฉพาะไฮไลต์ฟุตบอลโลก 2569 ที่ระดับโลก “แมคโดนัลด์” เป็นพันธมิตรอย่างเป็นทางการกับ FIFA World Cup มายาวนาน ยังมีอีเวนต์อื่นๆที่แมคโดนัลด์จะทำตลอดทั้งปีเพื่อเชื่อมโยงกลุ่มเป้าหมายด้วย

และ3.พลิกโฉมสู่ดิจิทัลขั้นกว่า จาก 5-6 ปีที่ผ่านมา แมโดนัลด์ให้ความสำคัญกับการใช้เทคโนโลยี การทรานส์ฟอร์มสู่ดิจิทัลเพื่อตอบสนองลูกค้า ให้สะดวกสบายมากขึ้น เช่น การมีเครื่องอัตโนมัติเพื่อสั่งอาหาร ปีนี้จะเห็นการมอบสิทธิประโยชน์มากขึ้น การทำลอยัลตีโปรแกรมบนแอปพลิเคชัน “McDonald’s” เพื่อให้ทุกบาทที่ลูกค้าใช้จ่ายได้รับสิทธิพิเศษมากขึ้น

จากแผนดังกล่าว ปี 2569 บริษัทยังตั้งเป้ายอดขายเติบโต 10% โดย 2 เดือนแรกยอดขายร้านเดิม(Same-store sale growth) ยังเติบโตอัตรา 1 หลัก

อย่างไรก็ตาม ห้วงเวลานี้โลกมีความไม่แน่นอน เกิดการสู้รบระหว่างสหรัฐ-อิหร่าน บริษัทเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ส่วนราคาน้ำมันที่ปรับตัว มีผลต่อบรรจุภัณฑ์พลาสติก และทางร้านใช้กับแก้วกาแฟเพียงเล็กน้อย อื่นๆคือการใช้บรรจุภัณฑ์กระดาษ ไม้ บรรจุภัณฑ์รักษ์โลก ฯ เบื้องต้น มีการวางแผนงานยืดหยุ่น ทำงานกับพันธมิตรคู่ค้าเพื่อบริหารจัดการล่วงหน้า 2-3 เดือน คาดการณ์แนวโน้มราคาวัตถุดิบต่างๆที่จะขึ้นลง ไม่ใช่รับรู้เพียงวันนี้หรือวันเกิดเหตุการณ์ต่างเท่านั้น

“ปีก่อนตลาดร้านอาหาร QSR คึกคัก เราทำตลาดเบอร์เกอร์ค่อนข้างมาก ทำตลาดทั้งปี เพื่อแปรวิกฤติให้เป็นโอกาส เพราะปีที่ผ่านมามีทั้งเหตุการณ์ผลกระทบแผ่นดินไหว น้ำท่วม แต่เราไม่หยุดนิ่ง ซึ่งการขับเคลื่อนธุรกิจทุกปีมีความท้าทาย บางปีอาจเผชิญการแข่งขันสูงมาก บางปีนักท่องเที่ยวมาไทยถล่มทลาย สถานการณ์ต่างๆเรามอนิเตอร์ใกล้ชิด ดูทุกมุม ทั้งเศรษฐกิจ เพื่อมอบความคุ้มค่าตอบโจทย์ลูกค้า”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...