สัมผัสอรรถรสฤดูร้อนกับเมนู “ข้าวแช่” ร้านมารี กีมาร์ พร้อมวิธีกินที่มอบความเย็นกาย และสมดุลชีวิต
เมื่อฤดูร้อนมาเยือน หนึ่งในไลฟ์สไตล์การกินอาหารที่สะท้อนถึงภูมิปัญญา และความละเมียดละไมของคนไทยคงหนีไม่พ้น “ข้าวแช่” เมนูคลายร้อนตำรับชาววังที่ช่วยสร้างสมดุลและเติมความสดชื่นให้ร่างกาย
วันนี้ ไทยรัฐออนไลน์ จะพาไปชิมสำรับข้าวแช่ และวิธีการกินอย่างถูกต้องที่ร้าน “มารี กีมาร์” ห้องอาหารไทยที่โดดเด่นเรื่องรสมือและตำรับอาหารอันประณีต ของบมจ. ไซมิส แอสเสท (SA) ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร ภายใต้แนวคิด “Asset of Life” ที่ช่วงหน้าร้อนนี้อยากชวนทุกคนร่วมสัมผัสประสบการณ์แห่งรสชาติกับ “ข้าวแช่ตำรับมารี กีมาร์” ประจำปี ๒๕๖๙
ความพิเศษของข้าวแช่ตำรับจากร้านมารี กีมาร์ รังสรรค์โดย เชฟปิ๊ก-คณิน สินพันธ์ ที่ได้จัดเตรียมเครื่องเคียงทุกชนิดตามตำรับโบราณอย่างประณีต บรรจงจัดเสิร์ฟมาในภาชนะเบญจรงค์ที่อนุรักษ์ลวดลายเอกลักษณ์จากจังหวัดเชียงใหม่ ฝีมือศิลปินท้องถิ่นอันทรงคุณค่า บอกกล่าวเรื่องราวผ่านรูปโฉมของข้าวแช่ และเครื่องเคียง พร้อมลำดับการรับประทานอาหาร นำเสนอผ่านเรื่องราวทั้ง 3 สำรับ ดังนี้
สำรับที่ 1 แตงโมหน้าปลาแห้ง
เริ่มต้นกระตุ้นต่อมรับรสด้วยเมนูโบราณตั้งแต่สมัยอยุธยา ใช้แตงโมเนื้อดีรสหวานฉ่ำ รับประทานคู่กับปลาแห้งที่คัดสรรปลาช่อนแดดเดียวจากจังหวัดสิงห์บุรี นำมาย่างเตาถ่าน โขลกให้ฟู แล้วผัดให้แห้ง ปรุงรสกลมกล่อมด้วยน้ำตาลโตนดจากจังหวัดสมุทรสงคราม ดอกเกลือ และหอมเจียว
สำรับที่ 2 ชุดข้าวแช่ ข้าวเจ๊กเชยในน้ำแร่ลอยดอกไม้ และเครื่องเคียง 8 อย่าง
หัวใจหลักของข้าวแช่ชามนี้ คือ “น้ำแร่” จากบ่อบาดาลหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี แหล่งน้ำแร่อายุเก่าแก่ นำมาต้มสุก ทิ้งให้เย็นในโอ่งดิน แล้วนำมาลอยด้วยดอกไม้หอม 4 ชนิด ได้แก่ ชมนาด, กระดังงาไทย, กุหลาบมอญสีชมพู และดอกมะลิตูม ก่อนนำไปอบควันเทียนจนหอมกรุ่น
ตัวข้าวเลือกใช้ “ข้าวเจ๊กเชย” จากจังหวัดสระบุรี นำมาขัดล้างอย่างสะอาดและหุงในน้ำข้าวแช่ที่เย็นใส มองเห็นเมล็ดข้าวเรียงตัวสวยงามในชาม รับประทานคู่กับเครื่องเคียง 8 ชนิด ประกอบไปด้วย
- ลูกกะปิหอมชุบไข่ทอด
- หอมแดงสอดไส้ปลา
- พริกชี้ฟ้าแห้งสอดไส้ปลา
- พริกหยวกใส่หมูผัดกุ้งห่อไข่ (เอกลักษณ์ของมารี กีมาร์ เนื้อหมูผัดกุ้งเนื้อนุ่มร่วนหอม)
- ปลาช่อนแดดเดียวฉาบ
- หัวไชโป๊วซอยเส้นผัดน้ำมันหมู
- หมูฝอยกรอบทอด
- ไข่เค็มชุบแป้งทอด
สำรับ 3 ไอศกรีมส้มฉุนมะยงชิด
ปิดท้ายฤดูร้อนด้วยของหวานที่ขาดไม่ได้ ด้วยการคัดสรรมะยงชิดเกรดพรีเมียมจากจังหวัดนครนายก เสิร์ฟในไอศกรีมส้มฉุน โรยด้วยหอมเจียวและขิงอ่อนซอย ให้ความหอมเย็นชื่นใจ
วิธีการรับประทานข้าวแช่ให้ได้อรรถรสสูงสุด
การรับประทานข้าวแช่มีธรรมเนียมที่ช่วยชูรสชาติ และรักษาสุนทรียภาพของอาหารมีเคล็ดลับและลำดับการกินดังนี้
ชิมข้าวและน้ำก่อน แนะนำให้ตักข้าวและน้ำแร่ลอยดอกไม้ชิมก่อนประมาณ 2-3 คำ เพื่อลิ้มรสความละเมียดละไม ความเย็น และความหอมของน้ำข้าวแช่ที่เตรียมมาอย่างพิถีพิถัน
เริ่มต้นที่ "ลูกกะปิ" คำแรกของเครื่องเคียงที่ควรรับประทานคือ "ลูกกะปิ" แล้วตามด้วยข้าวและน้ำแร่ ตามด้วยดอกจำปีที่แกะสลักจากกระชาย และพริกชี้ฟ้าแดง
การกินแบบ "วนตามเข็มนาฬิกา" แนะนำให้เลือกตักเครื่องเคียงวนไปทางขวาตามเข็มนาฬิกา ซึ่งนอกจากจะเป็นกุศโลบายเปรียบเสมือนการเวียนทักษิณาวัตรที่เป็นมงคลแล้ว ยังช่วยให้ส่วนผสมเข้ากันดี และป้องกันไม่ให้เศษอาหารร่วงหล่นทำให้น้ำข้าวแช่ขุ่นมัว
หัวใจสำคัญของการกินข้าวแช่ คือ น้ำข้าวแช่ต้องใสสะอาดอยู่เสมอ ไม่ควรนำเครื่องเคียงใส่ลงไปในชามข้าว และรับประทานเครื่องเคียงแนมกับผัก แล้วจึงตักข้าวแช่ลอยน้ำตามทุกครั้ง
ใครที่สนใจสัมผัสตำรับอาหารไทยอันประณีต คลายร้อนแบบนี้ สามารถแวะเวียนไปทานได้ที่ห้องอาหารไทยมารี กีมาร์ ชั้น 28 โรงแรมวินแดม แบงคอก ควีน คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ (Wyndham Bangkok Queen Convention Centre) ติดกับรถไฟฟ้า MRT ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ทางออก 4 ในราคา 999++ บาทหรือชุดตะกร้าสำรับข้าวแช่สำหรับซื้อกลับบ้าน พร้อมขนมทองมารี สำหรับ 2 ท่านในราคา 1,299 บาท
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สัมผัสอรรถรสฤดูร้อนกับเมนู “ข้าวแช่” ร้านมารี กีมาร์ พร้อมวิธีกินที่มอบความเย็นกาย และสมดุลชีวิต
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- สัมผัสอรรถรสฤดูร้อนกับเมนู “ข้าวแช่” ร้านมารี กีมาร์ พร้อมวิธีกินที่มอบความเย็นกาย และสมดุลชีวิต
- ร้อนนี้กินอะไรดี 7 เมนูอาหารแก้ร้อน ตัวช่วยธรรมชาติลดอุณหภูมิร่างกาย สู้แดดเมืองไทย
ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath