โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

การเลือกตั้งที่ 'โปร่งใส' และน่าเชื่อถือที่สุดในโลก

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 47 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีการเลือกตั้งที่ได้ชื่อว่า โปร่งใส และน่าเชื่อถือที่สุดในโลกเกิดขึ้น คือ “ประเทศญี่ปุ่น” โดยล่าสุด กกต.ได้รับรองผลการเลือกตั้งแล้ว เดินหน้าเปิดประชุมสภา เลือกนายกฯ 18 กุมภาพันธ์นี้

วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา นอกจากมีการจัดเลือกตั้งทั่วไปในประเทศไทยแล้ว ขณะเดียวกัน ที่ประเทศญี่ปุ่นก็จัดเลือกตั้งในวันเดียวกัน และล่าสุด (11 ก.พ.) คณะกรรมการการเลือกตั้งญี่ปุ่นประกาศผลอย่างเป็นทางการการเลือกตั้งทั่วไป โดยพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ของนายกรัฐมนตรีหญิง ซานาเอะ ทาคาอิจิ คว้าที่นั่งสภาผู้แทนราษฎรมากสุด 315 จากทั้งหมด 465 ที่นั่ง และกำหนดเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญวันที่ 18 กุมภาพันธ์ เพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี

ขณะที่ประเทศไทยยังมีปัญหาวุ่นวายกับการนับคะแนน และการทำงานของ กกต. ที่ถูกตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพการทำงานและความโปร่งใส จนมีการเรียกร้องให้มีการนับคะแนนใหม่ในหลายเขตเลือกตั้ง

นายชยนนท์ รักษ์กาญจนันท์ ซีอีโอ and Co-founder แพลตฟอร์มลงทุนออนไลน์ Finnomena โพสต์โซเชียลในชื่อ @MrMessager ระบุว่า วันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีการเลือกตั้งที่ได้ชื่อว่า โปร่งใส และน่าเชื่อถือสูงที่สุดในโลกเกิดขึ้น ประเทศนั้นคือ “ญี่ปุ่น” ที่มีการจัดเลือกตั้งพร้อมกับประเทศไทย

คำถามคือ กระบวนการเลือกตั้งที่ญี่ปุ่นทำกันยังไง จึงทำให้ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ และจากคนในประเทศมาตลอด ?

นายชยนันท์ระบุว่า ภาพรวมขั้นตอนการเลือกตั้งและการนับคะแนนของญี่ปุ่นที่ทำให้ผลการเลือกตั้งได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง และเป็นต้นแบบของหลาย ๆ ประเทศ ประกอบด้วย

1.กระบวนการเลือกตั้ง (Voting Process)

ญี่ปุ่นใช้ระบบ Mixed-Member Proportional Representation (MMP) หรือระบบเลือกตั้งแบบผสม

โดยผู้มีสิทธิเลือกตั้ง (อายุ 18 ปีขึ้นไป) ลงคะแนน 2 ใบ

ใบที่ 1 (Single-Member District-SMD) : เลือกผู้สมัครบุคคลในเขตเลือกตั้งของตน (289 เขตทั่วประเทศ)

ใบที่ 2 (Proportional Representation-PR) : เลือกพรรคการเมือง (11 กลุ่มเขตใหญ่) เพื่อจัดสรรที่นั่งตามสัดส่วน (176 ที่นั่ง)

วิธีการลงคะแนน

ใช้กระดาษบัตรเลือกตั้ง (Paper Ballot) ไม่มีเครื่องลงคะแนนอิเล็กทรอนิกส์ (e-Voting) เพื่อลดความเสี่ยงจากการแทรกแซงทางเทคโนโลยี

โดยผู้มีสิทธิลงคะแนนต้องไปลงคะแนนด้วยตนเองที่หน่วยเลือกตั้ง (Polling Station) ไม่มีระบบลงคะแนนทางไปรษณีย์ หรือ Absentee Ballot แบบกว้างขวาง (ยกเว้นบางกรณีพิเศษ เช่น ผู้ป่วยหนัก)

ทุกหน่วยเลือกตั้งมีเจ้าหน้าที่การเลือกตั้ง (Election Officials) จากทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน รวมถึงผู้สังเกตการณ์จากพรรคการเมืองและองค์กรอิสระ

2.การนับคะแนน (Counting Process)

ญี่ปุ่นใช้ระบบการนับคะแนนแบบกระจายและเปิดเผยต่อสาธารณะ ซึ่งเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ประชาชนเชื่อมั่นสูงมาก โดยการนับคะแนนทันทีที่ปิดหน่วยเลือกตั้ง

  • ทุกหน่วยเลือกตั้ง (Polling Station) จะเริ่มนับคะแนนทันทีหลังปิดหน่วย (ประมาณ 20.00 น.)
  • การนับทำโดยเจ้าหน้าที่การเลือกตั้งและผู้สังเกตการณ์จากทุกพรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครในเขตนั้น
  • ผู้แทนพรรคการเมืองและสื่อมวลชนสามารถอยู่ดูการนับคะแนนได้อย่างเปิดเผย (Open Counting)

ประเด็นสำคัญคือ จะมีการนับ 2 รอบ (Double Counting) โดยการนับครั้งแรกโดยเจ้าหน้าที่ และนับครั้งที่ 2 เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง (Cross-Check) โดยผู้สังเกตการณ์และเจ้าหน้าที่อีกชุด หากผลต่างกันจะนับใหม่ทันทีจนกว่าจะตรงกัน

3.การรายงานผลแบบทันที (Realtime)

  • ผลการนับจากแต่ละหน่วยเลือกตั้งจะถูกส่งไปยังศูนย์รวมของคณะกรรมการการเลือกตั้งท้องถิ่น (Local Election Commission)
  • NHK (สถานีโทรทัศน์สาธารณะญี่ปุ่น) และสื่อหลักอื่น ๆ จะรายงานผลการนับแบบเรียลไทม์ตั้งแต่ 20.00 น. เป็นต้นไป (เรียกว่า “NHK Exit Poll + Real-Time Count”)
  • ประชาชนสามารถติดตามผลแบบสดผ่านเว็บไซต์ของ NHK, Asahi Shimbun, Yomiuri Shimbun ได้ทันที

จุดเด่นที่ทำให้ระบบการเลือกตั้งญี่ปุ่นขึ้นชื่อว่าโปร่งใส และได้รับการยอมรับสูง

  • ไม่มีเครื่องลงคะแนนอิเล็กทรอนิกส์ (No e-Voting)
  • ญี่ปุ่นยึดระบบกระดาษบัตรเลือกตั้ง 100% เพื่อป้องกันการแทรกแซงทางดิจิทัลและให้ตรวจสอบได้ง่าย
  • ผู้สังเกตการณ์จากทุกพรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครสามารถส่งผู้สังเกตการณ์ (Party Observers) มาดูการนับคะแนนได้ทุกขั้นตอน
  • การตรวจสอบซ้ำ (Double/Triple Check)
  • การนับคะแนนต้องผ่านการตรวจสอบหลายรอบ และผลรวมจากทุกหน่วยต้องตรงกับรายงานของศูนย์รวม

ผลจากความโปร่งใส ทำให้ไม่มีรายงานการทุจริตใหญ่ ๆ ในรอบ 30 ปีที่ผ่านมา และไม่เคยมีคดีทุจริตการเลือกตั้งครั้งใหญ่ที่ทำให้ผลการเลือกตั้งต้องถูกยกเลิก

โดยจากการสำรวจของ NHK หลังการเลือกตั้ง 8 ก.พ. 2569 พบว่า 92% ของประชาชนเชื่อมั่นว่าผลการเลือกตั้งเป็นธรรม (สูงมากเมื่อเทียบกับหลายประเทศ)

นายชยนันท์ย้ำว่า ดูแล้วก็ไม่ได้ยากอะไรที่จะทำให้การเลือกตั้งโปร่งใส และน่าเชื่อถือ ด้วยการนับคะแนนซ้ำอีกทีแบบเปิดเผย และให้สื่อรายงานผลแบบเรียลไทม์ตั้งแต่ต้นจนจบก็หมดปัญหาได้

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : การเลือกตั้งที่ ‘โปร่งใส’ และน่าเชื่อถือที่สุดในโลก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...