การเลือกตั้งที่ 'โปร่งใส' และน่าเชื่อถือที่สุดในโลก
วันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีการเลือกตั้งที่ได้ชื่อว่า โปร่งใส และน่าเชื่อถือที่สุดในโลกเกิดขึ้น คือ “ประเทศญี่ปุ่น” โดยล่าสุด กกต.ได้รับรองผลการเลือกตั้งแล้ว เดินหน้าเปิดประชุมสภา เลือกนายกฯ 18 กุมภาพันธ์นี้
วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา นอกจากมีการจัดเลือกตั้งทั่วไปในประเทศไทยแล้ว ขณะเดียวกัน ที่ประเทศญี่ปุ่นก็จัดเลือกตั้งในวันเดียวกัน และล่าสุด (11 ก.พ.) คณะกรรมการการเลือกตั้งญี่ปุ่นประกาศผลอย่างเป็นทางการการเลือกตั้งทั่วไป โดยพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ของนายกรัฐมนตรีหญิง ซานาเอะ ทาคาอิจิ คว้าที่นั่งสภาผู้แทนราษฎรมากสุด 315 จากทั้งหมด 465 ที่นั่ง และกำหนดเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญวันที่ 18 กุมภาพันธ์ เพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี
ขณะที่ประเทศไทยยังมีปัญหาวุ่นวายกับการนับคะแนน และการทำงานของ กกต. ที่ถูกตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพการทำงานและความโปร่งใส จนมีการเรียกร้องให้มีการนับคะแนนใหม่ในหลายเขตเลือกตั้ง
นายชยนนท์ รักษ์กาญจนันท์ ซีอีโอ and Co-founder แพลตฟอร์มลงทุนออนไลน์ Finnomena โพสต์โซเชียลในชื่อ @MrMessager ระบุว่า วันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีการเลือกตั้งที่ได้ชื่อว่า โปร่งใส และน่าเชื่อถือสูงที่สุดในโลกเกิดขึ้น ประเทศนั้นคือ “ญี่ปุ่น” ที่มีการจัดเลือกตั้งพร้อมกับประเทศไทย
คำถามคือ กระบวนการเลือกตั้งที่ญี่ปุ่นทำกันยังไง จึงทำให้ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ และจากคนในประเทศมาตลอด ?
นายชยนันท์ระบุว่า ภาพรวมขั้นตอนการเลือกตั้งและการนับคะแนนของญี่ปุ่นที่ทำให้ผลการเลือกตั้งได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง และเป็นต้นแบบของหลาย ๆ ประเทศ ประกอบด้วย
1.กระบวนการเลือกตั้ง (Voting Process)
ญี่ปุ่นใช้ระบบ Mixed-Member Proportional Representation (MMP) หรือระบบเลือกตั้งแบบผสม
โดยผู้มีสิทธิเลือกตั้ง (อายุ 18 ปีขึ้นไป) ลงคะแนน 2 ใบ
ใบที่ 1 (Single-Member District-SMD) : เลือกผู้สมัครบุคคลในเขตเลือกตั้งของตน (289 เขตทั่วประเทศ)
ใบที่ 2 (Proportional Representation-PR) : เลือกพรรคการเมือง (11 กลุ่มเขตใหญ่) เพื่อจัดสรรที่นั่งตามสัดส่วน (176 ที่นั่ง)
วิธีการลงคะแนน
ใช้กระดาษบัตรเลือกตั้ง (Paper Ballot) ไม่มีเครื่องลงคะแนนอิเล็กทรอนิกส์ (e-Voting) เพื่อลดความเสี่ยงจากการแทรกแซงทางเทคโนโลยี
โดยผู้มีสิทธิลงคะแนนต้องไปลงคะแนนด้วยตนเองที่หน่วยเลือกตั้ง (Polling Station) ไม่มีระบบลงคะแนนทางไปรษณีย์ หรือ Absentee Ballot แบบกว้างขวาง (ยกเว้นบางกรณีพิเศษ เช่น ผู้ป่วยหนัก)
ทุกหน่วยเลือกตั้งมีเจ้าหน้าที่การเลือกตั้ง (Election Officials) จากทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน รวมถึงผู้สังเกตการณ์จากพรรคการเมืองและองค์กรอิสระ
2.การนับคะแนน (Counting Process)
ญี่ปุ่นใช้ระบบการนับคะแนนแบบกระจายและเปิดเผยต่อสาธารณะ ซึ่งเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ประชาชนเชื่อมั่นสูงมาก โดยการนับคะแนนทันทีที่ปิดหน่วยเลือกตั้ง
- ทุกหน่วยเลือกตั้ง (Polling Station) จะเริ่มนับคะแนนทันทีหลังปิดหน่วย (ประมาณ 20.00 น.)
- การนับทำโดยเจ้าหน้าที่การเลือกตั้งและผู้สังเกตการณ์จากทุกพรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครในเขตนั้น
- ผู้แทนพรรคการเมืองและสื่อมวลชนสามารถอยู่ดูการนับคะแนนได้อย่างเปิดเผย (Open Counting)
ประเด็นสำคัญคือ จะมีการนับ 2 รอบ (Double Counting) โดยการนับครั้งแรกโดยเจ้าหน้าที่ และนับครั้งที่ 2 เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง (Cross-Check) โดยผู้สังเกตการณ์และเจ้าหน้าที่อีกชุด หากผลต่างกันจะนับใหม่ทันทีจนกว่าจะตรงกัน
3.การรายงานผลแบบทันที (Realtime)
- ผลการนับจากแต่ละหน่วยเลือกตั้งจะถูกส่งไปยังศูนย์รวมของคณะกรรมการการเลือกตั้งท้องถิ่น (Local Election Commission)
- NHK (สถานีโทรทัศน์สาธารณะญี่ปุ่น) และสื่อหลักอื่น ๆ จะรายงานผลการนับแบบเรียลไทม์ตั้งแต่ 20.00 น. เป็นต้นไป (เรียกว่า “NHK Exit Poll + Real-Time Count”)
- ประชาชนสามารถติดตามผลแบบสดผ่านเว็บไซต์ของ NHK, Asahi Shimbun, Yomiuri Shimbun ได้ทันที
จุดเด่นที่ทำให้ระบบการเลือกตั้งญี่ปุ่นขึ้นชื่อว่าโปร่งใส และได้รับการยอมรับสูง
- ไม่มีเครื่องลงคะแนนอิเล็กทรอนิกส์ (No e-Voting)
- ญี่ปุ่นยึดระบบกระดาษบัตรเลือกตั้ง 100% เพื่อป้องกันการแทรกแซงทางดิจิทัลและให้ตรวจสอบได้ง่าย
- ผู้สังเกตการณ์จากทุกพรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครสามารถส่งผู้สังเกตการณ์ (Party Observers) มาดูการนับคะแนนได้ทุกขั้นตอน
- การตรวจสอบซ้ำ (Double/Triple Check)
- การนับคะแนนต้องผ่านการตรวจสอบหลายรอบ และผลรวมจากทุกหน่วยต้องตรงกับรายงานของศูนย์รวม
ผลจากความโปร่งใส ทำให้ไม่มีรายงานการทุจริตใหญ่ ๆ ในรอบ 30 ปีที่ผ่านมา และไม่เคยมีคดีทุจริตการเลือกตั้งครั้งใหญ่ที่ทำให้ผลการเลือกตั้งต้องถูกยกเลิก
โดยจากการสำรวจของ NHK หลังการเลือกตั้ง 8 ก.พ. 2569 พบว่า 92% ของประชาชนเชื่อมั่นว่าผลการเลือกตั้งเป็นธรรม (สูงมากเมื่อเทียบกับหลายประเทศ)
นายชยนันท์ย้ำว่า ดูแล้วก็ไม่ได้ยากอะไรที่จะทำให้การเลือกตั้งโปร่งใส และน่าเชื่อถือ ด้วยการนับคะแนนซ้ำอีกทีแบบเปิดเผย และให้สื่อรายงานผลแบบเรียลไทม์ตั้งแต่ต้นจนจบก็หมดปัญหาได้
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : การเลือกตั้งที่ ‘โปร่งใส’ และน่าเชื่อถือที่สุดในโลก
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net