โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

น้ำมันราคาขึ้น? ถึงจังหวะเปลี่ยนเป็นรถไฟฟ้าหรือยัง พร้อมส่องโปรสินเชื่อ-ชาร์จไฟรับเครดิตเงินคืน

Thairath Money

อัพเดต 05 มี.ค. เวลา 11.14 น. • เผยแพร่ 05 มี.ค. เวลา 10.54 น.
ภาพไฮไลต์

ใครจะคิดว่าจากความขัดแย้งหรือสงครามที่ปะทุขึ้นในตะวันออกกลางระหว่างฝั่งสหรัฐฯ - อิสราเอล และ อิหร่าน จะส่งผลกระทบมาถึงชีวิตของคนไทย ไม่ใช่แค่ตลาดหุ้นที่ผันผวนแรง แต่ลามไปถึงความกังวลเรื่องน้ำมันขาดแคลน จนกลายเป็นภาพคนแห่ไปต่อคิวยาวล้นปั๊มน้ำมัน เพราะเกรงว่าราคาจะพุ่งสูงหรือของจะหมด

ล่าสุดราคาน้ำมันโลกเข้าใกล้ 90 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล ฝั่งไทยเราแม้รัฐบาลประกาศว่าจะตรึงราคาไว้ และหาน้ำมันเข้าประเทศให้ทันการ แต่หลายคนก็เริ่มคิดถึงทางเลือกใหม่ๆ อย่างรถไฟฟ้า (EV) ขึ้นมา จนนำสู่คำถามที่ว่า ซื้อตอนนี้เป็นจังหวะที่ดีหรือยัง? เมื่อรถ EV เองก็มีปัญหาการดัมพ์ราคาแข่งกัน, จุดชาร์จไฟที่ยังไม่พอ Thairath Money เลยรวบรวมข้อมูลชัดๆ มาช่วยให้ทุกคนตัดสินใจง่ายขึ้น

5 เช็กลิสต์ก่อนตัดสินใจซื้อรถ EV

1-2 ปีที่ผ่านมาใครที่ซื้อรถไฟฟ้าไป แม้จะประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน เพราะค่าไฟฟ้าถูกกว่าน้ำมันมาก แต่บางคนเจอสถานการณ์ราคารถกลับร่วงลง เพราะหลายค่ายรถหั่นราคาขายรถไฟฟ้ามือ 1 ลงมาตั้งแต่หลักพันถึงหลักหมื่น บางค่ายรถก็ปิดตัวในไทย เรียกว่าซื้อรถไฟฟ้าไปต้องทำใจก่อนประมาณหนึ่ง

ปี 2569 นี้แม้ภาพรวมตลาดการแข่งขันเรื่องราคาจะลดลงบ้าง แต่ยังมีอีกหลายเรื่องที่เราควรคิดก่อนตัดสินใจซื้อรถไฟฟ้า โดยมี 5 เรื่องหลัก ได้แก่

1. แบตเตอรี่
สิ่งที่ควรเช็กคือ การรับประกันแบตฯ (กี่ปี/กี่กิโลเมตร) รวมถึงเช็กเงื่อนไขต่างๆ ให้ดี เช่น การเคลมแบตฯ มีเงื่อนไขแบบไหน

2. ศูนย์บริการและอะไหล่
ลองดูก่อนว่า ศูนย์ซ่อม ใกล้บ้าน/ที่ทำงานมีกี่แห่ง ศูนย์นั้นๆ สามารถซ่อมได้ครบทั้งตัวถัง–ระบบไฟฟ้าแรงดันสูงหรือไม่ ส่วนอะไหล่นี่ก็เรื่องใหญ่เพราะบางแบรนด์ไม่ได้สต็อกไว้ต้องสั่งมาจากต่างประเทศ หลายเคสต้องรอเป็นเดือน เราก็เสียโอกาสไม่ได้ใช้รถ

3) ประกันภัย และค่าใช้จ่ายแฝง
ช่วงนี้มีข่าวว่า บริษัทประกันภัยไม่รับประกันชั้น 1 รถไฟฟ้าบางแบรนด์เพราะค่าใช้จ่ายสูง นี่เลยเป็นอีกเรื่องที่เราต้องเช็กให้ดีว่า แบรนด์รถนั้นมีบริษัทฯ ไหนรับประกันบ้าง นอกจากนี้อาจลองเช็กราคาอะไหล่, ค่าแรงในการซ่อมของศูนย์บริการไว้ เพราะบางครั้งรถถูกแต่อะไหล่แพง สุดท้ายเราก็จ่ายแพงอยู่ดี

4) สัญญาไฟแนนซ์ ต้องชัดเจน
ส่วนใหญ่สินเชื่อรถ จะเป็นอัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ (Flat Rate) แต่ต้องเช็กให้ดีว่ามีค่าธรรมเนียมแฝงอะไรบ้าง เช่น เงื่อนไขปิดบัญชีก่อนกำหนด รีไฟแนนซ์ หรือค้างชำระ กระทบต้นทุนเท่าไร ฯลฯ

5) ชาร์จไฟฟ้า ง่ายหรือยากแค่ไหน

ถ้าติดตั้งหัวชาร์จไฟฟ้าที่บ้าน ชีวิตก็อาจง่ายขึ้น สามารถเผื่อเงินในการปรับพื้นที่หรือหม้อแปลงไฟฟ้าให้พร้อมรองรับการชาร์จรถไฟฟ้าได้ แต่สำหรับคนที่อยู่คอนโดฯ หรือต้องหาจุดขาร์จไฟภายนอก ต้องลองวางแผน และหาข้อมูลดูว่ารอบๆ บ้าน ใกล้ๆ ที่ทำงานมีสถานีชาร์จที่เหมาะสมไหม หรือในคอนโดฯ นิติฯ อนุญาตรูปแบบไหน คิดค่าไฟอย่างไร มีระบบจองคิวหรือค่าบริการเพิ่มไหมถ้าเช็กทั้ง 5 ข้อนี้แล้ว ตัดสินใจว่าซื้อ! ก็ไปอ่านอีก 2 เรื่องสำคัญกัน

ส่องโปร "ออกรถ EV" ตอนนี้มีโปรที่ไหนบ้าง?

สำหรับใครที่เล็งจะถอยรถใหม่เพื่อหนีน้ำมันแพง ตอนนี้มี 2 ค่ายที่จัดโปรโมชันน่าสนใจ คือ

  • KKP AUTO (เกียรตินาคินภัทร) มีโปรแรงรับต้นปี! สำหรับใครที่จะซื้อรถ Tesla Model Y มีอัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 1.99% ต่อปี เมื่อสมัครและเป็นเลขที่สัญญา ระหว่างวันที่ 1 มกราคม 69 - 31 มีนาคม 69
    ทั้งนี้ จะมีอัตราดอกเบี้ยคงที่ 1.99% - 4.49% ต่อปี เทียบเท่าอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (EIR) 3.80% - 8.12% ต่อปี
  • สินเชื่อกรุงศรี นิวคาร์ ของธนาคารกรุงศรีอยุธยา ถ้าสมัครขอสินเชื่อระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2569 – 5 เมษายน 2569 และได้รับอนุมัติเป็นสัญญา-รับรถภายใน 30 มิถุนายน 2569 จะได้ รับ Lotus' e-coupon มูลค่า 500 บาททั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยแบบเงินต้นคงที่ 1.98% - 5.25% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (แบบลดต้นลดดอก) อยู่ที่ 3.81% - 9.80% ต่อปี

มีรถแล้ว "ชาร์จไฟ" ที่ไหนได้ Cashback บ้าง?

มีรถไฟฟ้าแล้ว ออกนอกบ้านเดินทางไกลก็ต้องมีที่ชาร์จ ซึ่งเรายังลุ้นได้โปรฯ แบบคุ้มๆ ปัจจุบันมีบัตรเครดิตและผู้ให้บริการสถานีชาร์จมีโปรโมชัน Cashback (เครดิตเงินคืน) ที่ช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าเพียบ เช่น

  • ธนาคารออมสิน (GSB) ให้ลูกค้าที่เติมเงินหรือผูกชำระเงินผ่านแอป ใช้จ่ายในหมวด EV Charger Station รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 10% (จำกัดรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 150 บาท/บัญชีบัตรหลัก/เดือน)
    มีเงื่อนไขคือ ถ้ามียอดใช้จ่ายผ่านบัตรสะสมครบทุก 500 บาทต่อเดือน รับเครดิตเงินคืน 15 บาท (สูงสุด 30 บาท) และยอดใช้จ่ายสะสมตั้งแต่ 1,500 บาทขึ้นไปต่อเดือน รับเครดิตเงินคืน 150 บาท ณ EV Charger Station หรือ ภายใต้ MCC Code : 5552, 7523
  • ธนาคารทหารไทยธนชาต (ttb) รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 5% เมื่อสะสมยอดใช้จ่ายครบ 500 บาทต่อเดือน ที่สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า EA ANYWHERE, EleXA, Evolt, EV Station PluZ
    สำหรับบัตรเครดิต ttb ทุกประเภทที่มีสินเชื่อ ttb DRIVE ที่ผ่อนดี จำกัดเครดิตเงินคืนสูงสุด 150 บาท/ท่าน/เดือน และสูงสุด 1,800 บาท/ท่าน ตลอดรายการส่งเสริมการขาย
    สำหรับบัตรเครดิต ttb ทุกประเภท จำกัดเครดิตเงินคืนสูงสุด 90 บาท / ท่าน / เดือน และสูงสุด 1,080 บาท / ท่าน ตลอดรายการส่งเสริมการขาย
  • ธนาคารกสิกรไทย (KBank) สำหรับคนที่ใช้บัตรเครดิตฯ จ่ายแบบชำระเต็มจำนวนที่สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่ร่วมรายการ ได้แก่ EV Station Pluz, Evolt, EA ANYWHERE และ EleXA จะได้รับเงินคืนสูงสุด 7% ใน 1 มกราคม 69 - 30 มิถุนายน 2569
    เงื่อนไขคือ สำหรับยอดใช้จ่ายสะสมครบ 500-2,999 บาท/เดือน รับเครดิตเงินคืน 5% (สูงสุด 150 บาท) และยอดใช้จ่ายสะสมครบ 3,000 บาทขึ้นไป/เดือน รับเครดิตเงินคืน 7% (210 บาท)

อ้างอิงข้อมูล: KBank, KKP, KTC, GSB, ttb

อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : น้ำมันราคาขึ้น? ถึงจังหวะเปลี่ยนเป็นรถไฟฟ้าหรือยัง พร้อมส่องโปรสินเชื่อ-ชาร์จไฟรับเครดิตเงินคืน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...