โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พรีเมียร์ลีกสัปดาห์นี้ บิ๊กแมตช์ 'หงส์แดง' ฟัด 'เรือใบ' - 'ผี' เฝ้าบ้านดวล 'ไก่' - โซนหนีตายเดือดแน่

MATICHON ONLINE

อัพเดต 06 ก.พ. เวลา 12.04 น. • เผยแพร่ 06 ก.พ. เวลา 23.00 น.

พรีเมียร์ลีกสัปดาห์นี้ บิ๊กแมตช์ ‘หงส์แดง’ ฟัด ‘เรือใบ’ – ‘ผี’ เฝ้าบ้านดวล ‘ไก่’ – โซนหนีตายเดือดแน่

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษเดินทางสู่สัปดาห์ที่ 25 ซึ่งสถานการณ์ ณ ขณะนี้เรียกได้ว่าหน้าตาของทีมแชมป์ตลอดจนทีมตกชั้นกำลังทวีความชัดเจน ขณะที่ตำแหน่งท็อป 4 ชิงพื้นที่เวทีบิ๊กเอียร์ ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนลีกส์ นั้น ทีมใหญ่ตะเกียกตะกายห้ำหั่นแต้มอย่างสนุก

บิ๊กแมตช์สัปดาห์นี้มีสองคู่สำคัญ กับศึกศักด์ศรีทีมใหญ่แห่งยุค “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กับเส้นทางทวงแชมป์กลับบ้าน ต้องโคจรพบกับแชมป์เก่า “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ส่วนอีกคู่ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่กำลังล่าชัยชนะ 4 นัดติดต่อกันเพื่อรักษาพื้นที่ยุโรป พบกับ “ไก่เดือยทอง” ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ บิ๊ก 6 ที่กำลังทิ้งดิ่งอยู่อันดับ 14 ของตาราง

สัปดาห์นี้สองทีมใหญ่แห่งยุค แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พบกับลิเวอร์พูล โดยเกมนี้สำคัญถึงขั้นพูดได้ว่าหน้าตาทีมแชมป์อาจชัดแจ้งขึ้น เพราะทีม “เรือใบสีฟ้า” ที่รั้งอยู่อันดับ 2 ของตาราง กำลังมีคะแนนตามหลังอับดับ 1 อาร์เซน่อล ถึง 6 แต้ม แถมทัพเรือใบเพิ่งสะดุดเสมอกับสเปอร์ส 2-2 และทำแต้มหล่นตลอดเดือนมกราคม รวมแล้วฟอร์มในลีกตั้งแต่เริ่มต้นปี จนถึงนัดล่าสุด แมนซิตี้ ลงแข่ง 6 นัด เก็บได้เพียง 7 แต้ม โดยคว้าชัยนัดเดียว กับทีมบ๊วยอย่างวูล์ฟแฮมป์ตัน เท่านั้นเอง

ขณะที่ “เรด แมชชีน” แชมป์เก่าฤดูกาลที่แล้ว เพิ่งเรียกความมั่นใจจากสัปดาห์ที่ผ่านมาในการพังตาข่ายถล่ม นิวคาสเซิล 4-1 ในถิ่นของตัวเอง หลังก่อนหน้านี้สถานการณ์ในลีกแทบไม่ต่างจากแมนซิตี้ เพราะ 6 นัดก่อนจะพบกับ “เดอะ แม็กไพน์” นั้น พวกเขาทำแต้มหล่นรัวๆ โดยเก็บได้แค่ 7 แต้ม จากการเสมอ 4 ชนะกับแพ้ อย่างละ 1 และเป็นการชนะวูล์ฟแฮมป์ตัน ซึ่งไม่ต่างกันกับคู่อริแห่งยุคที่จะลงดวลแข้งสุดสัปดาห์นี้เลยสักนิด ทว่า “หงส์แดง” ยังกุมความได้เปรียบเมื่อได้ลงเล่นในบ้านต่อเนื่อง ซึ่งเสียงในสนามของชาว “เดอะค็อป” จะโหมปลุกเร้านักเตะของพวกเขาได้มาก

ในส่วนขุมกำลังทั้งสองทีม ถึงจะมีนักเตะที่เพิ่งเกิดอาการบาดเจ็บ หรือร้างสนามและยังไม่มีสิทธิกลับมา แต่ยังไม่มีทีมใดถึงขั้นพิการ เริ่มจากลิเวอร์พูล ขาดแข้งสำคัญในตำแหน่งแบ๊กซ้ายตัวหลักอย่าง เฌเรมี่ ฟริมปง และกองหน้าค่าตัวกระฉูด อเล็กซานเดอร์ อิซัก แต่โดยรวมมีนักเตะทดแทนเรียบร้อย ขณะที่ อิบราฮิม่า โคนาเต้ ปราการหลังร่างยักษ์ก็กลับมาร่วมซ้อมกับทีมได้ หลังยังคงมีอาการบาดเจ็บจากนัดที่ผ่านมาต้องเช็กฟิตก่อนลงสนาม แต่คาดว่าจะมีชื่ออยู่ในทีม

ฝั่งผู้มาเยือน แมนซิตี้ อาจเสียหายหนักกว่าเพราะเสียแข้งสำคัญที่สุดของทีมให้กับอาการบาดเจ็บได้ไม่นาน อย่างปีกสายวูบวาบ เฌเรมี่ โดกู และนักเตะสารพัดประโยชน์อย่าง แบร์นาร์โด้ ซิลวา ซึ่งนักเตะรายหลังสุดยังคลุมเครือว่าอาจกลับมาลงเตะได้ในสุดสัปดาห์นี้ ตลอดจนแข้งรายอื่นที่บาดเจ็บไปนานแล้ว เช่น ยอสโก้ กวาร์ดิโอล, ซาวินโญ่, มัตเตโอ โควาซิซ และจอห์น สโตนส์

จึงกล่าวได้ว่าฟอร์มโดยรวมตลอดช่วงต้นปี รวมถึงความพร้อมกองพลนักเตะ อาจทำให้ ลิเวอร์พูล กับแมนซิตี้ ดูคู่คี่สูสีกันพอสมควร แต่ทัพ “เรดแมชชีน” ที่เพิ่งปลดล็อกเรียกความมั่นใจเอาถล่มคู่แข่งนัดก่อนหน้านี้บวกกับเล่นในบ้านสองนัดติด อาจเป็นแต้มต่อมากกว่าทางแมนซิตี้ ที่เกมรับยังคงมีแผลใหญ่ให้เห็นตลอด เมื่อล่าสุด มาร์ค เกฮี เซ็นเตอร์รายใหม่ ประเดิมสกัดบอลทำเข้าประตูตัวเอง จนเป็นเหตุสำคัญให้จบเกมเสมอกับสเปอร์ส 2-2 ทั้งที่ทีมนำก่อนในครึ่งแรกด้วยซ้ำ

สำหรับคู่เอกเปิดหัวคืนวันเสาร์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดรังพบกับ ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ โดยเจ้าบ้านกำลังมีฟอร์มดีวันดีคืน ก่อนควานหาชัยชนะนัดที่ 4 ติดต่อกันเพื่อรักษาพื้นที่คว้าตั๋วลุยถ้วยยุโรปใบใหญ่ต่อไป สวนทางกับสเปอร์ส ที่กำลังเอาดีในฟุตบอลถ้วยยุโรป แต่รายการในประเทศแทบจะเรียกได้ว่าทิ้งขว้างไม่เหลือคราบบิ๊ก 6 แห่งเกาะอังกฤษด้วยซ้ำ

อย่างที่กล่าวไปว่า แมนยู ที่ฟอร์มกำลังพวยพุ่งคว้าชัยมาแล้วสามนัดติดต่อกัน จากผลงานของเฮดโค้ช ไมเคิล คาร์ริก ที่หวนกลับมาคุมทีมคำรบที่สอง พาผีแดงขโมยแต้ม 2 ทีมลุ้นแชมป์ ได้ทั้งแมนซิตี้ และอาร์เซน่อล รวมทั้งเฉือนฟูแล่มในบ้านนัดล่าสุด ทว่าโชคร้ายที่นักเตะฟอร์มแรงที่สุดคนหนึ่งตลอด 2 นัดแรกในยุคไมเคิล คาร์ริก อย่าง แพทริก ดอร์กู ติดอาการบาดเจ็บยาวกว่า 2 เดือน ทำให้พลาดลงสนามอย่างแน่นอนในนัดนี้ แต่ยังดีเมื่อแข้งหลักรายอื่นในทุกตำแหน่งยังพร้อมเป็นตัวเลือกในการลงสนาม

ตลอดการลงสนามของแมนยูในยุครีเทิร์นของคาร์ริก แสดงให้เห็นว่าพวกเขากำราบทีมหินที่สุดในฤดูกาลนี้มาแล้ว บวกกับฝ่าสถานการณ์บีบคั้น เบียดแซงชนะได้ทั้งอาร์เซน่อล และฟูแล่ม ใน 2 เกมหลังสุด สวนทางกับสเปอร์ส ที่ไม่สามารถชนะใครในลีกได้เลย 6 นัดติดต่อกัน โดยก่อนหน้าจะพบกับแมนซิตี้ แมตช์ล่าสุดนั้น พวกเขาแพ้กับเสมอทีมระดับกลางกับท้ายตารางทั้งสิ้น

จนกระทั่งโปรแกรมสัปดาห์นี้ที่จะต้องไปเยือนโรงละครแห่งความฝัน พวกเขามีโอกาสผิดหวังคอตกกลับลอนดอนสูงมาก ด้วยฟอร์มภาพรวมของนักเตะที่แตกต่างอย่างชัดเจน และผลงานทีมที่ผ่านมาส่อแววแต่ไกลว่า แมนยู ชั่วโมงนี้กำลังติดลมบน และคงไม่ใช่งานยากในการเปิดรังเหย้าโอลด์แทรฟฟอร์ดหลอกหลอนจนไก่เดือยทองต้องมือเปล่ากลับลอนดอน

สำหรับคู่ม้านอกสายตาทว่าสำคัญต่อชะตาการอยู่รอดในเวทีพรีเมียร์ลีกในปีหน้ากับ 4 ทีมที่เสี่ยงตกชั้นอยู่รอมร่อ อย่าง “ยูงทอง” ลีดส์ ยูไนเต็ด พบกับ “เจ้าป่า” น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ และอีกคู่ที่จมโซนสีแดงอยู่ หากใครพลาดนัดนี้คงต้องลุ้นเหนื่อยกว่าเดิมมาก ระหว่าง เบิร์นลีย์ ทีมอันดับ 19 เปิดบ้านพบกับ “ขุนค้อน” เวสต์แฮม อันดับ 18

สำหรับคู่แรกระหว่าง ลีดส์ ยูไนเต็ด ที่ปัจจุบันรั้งอันดับ 16 เปิดบ้านพบกับ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ อันดับที่ 17 และพวกเขามีแต้มเหนือโซนตกชั้นที่ 6 แต้มเท่ากัน ซึ่งพวกเขามีอยู่ 26 แต้มในมือ หมายความว่า หากใครสามารถเอาชนะในเกมนี้ได้ จะกุมความได้เปรียบถีบตัวเองหนีห่างโซนแดงขึ้นไป

พูดถึงชื่อชั้นในเวลานี้ทั้งสองทีมก็แทบจะพอกัน โดยตลอด 5 นัดหลังสุดในลีก ทัพยูงทองมีผลงาน ชนะ 1 เสมอ 2 แพ้ 2 ส่วนเจ้าป่าทีมเยือนอาจดีกว่าแค่เศษเสี้ยว ซึ่งมีผลงาน ชนะ 2 เสมอ 2 แพ้ 1 ทำให้ไม่มีใครเป็นรองใครด้วยสภาวะต้องเอาตัวเองหนีโซนแดงให้ได้มากที่สุด จึงอาจเป็น “บิ๊กแมตช์” ของโซนหนีตายเปิดหัวสัปดาห์ที่เร้าใจกว่าแมนยู พบกับสเปอร์สเสียด้วยซ้ำ

ปิดท้ายคู่โซนแดงที่ต้องห้ำหั่นกันเอง กับ “ขุนค้อน” เวสต์แฮม ที่ฟอร์มเหมือนกำลังกลับมา หลังชนะได้ทั้งสเปอร์ส และ “แมวดำ” ซันเดอร์แลนด์ ก่อนนัดล่าสุดเพิ่งแพ้ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี ชนิดออกนำก่อน 2-0 แต่โดนรัวแซง 3-2 โดยนัดนี้ต้องออกไปเยือนเบิร์นลีย์ ที่สถานการณ์เป็นรองกว่ามากแม้จะเป็นเจ้าบ้านก็ตาม เพราะยังไม่สามารถชนะในลีกได้เลย ตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคม 2568 สวนทางกับ เวสต์แฮมมีฟอร์มที่พอได้ลุ้นมากกว่าในชั่วโมงนี้ และหากเวสต์แฮมยังคงแกร่งพอที่จะย้ำชัยเหนือ เบิร์นลีย์ จะทำให้สถานการณ์ของเบิร์นลีย์ ยิ่งแย่หนักในการลุ้นหนีตาย

สำหรับโปรแกรมการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ สัปดาห์ที่ 25

คืนวันศุกร์ที่ 6 ก.พ.
ลีดส์ ยูไนเต็ด พบ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ เวลา 03.00 น.

คืนวันเสาร์ที่ 7 ก.พ.
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พบ ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ เวลา 19.30 น.
เอเอฟซี บอร์นมัธ พบ แอสตัน วิลล่า เวลา 22.00 น.
อาร์เซน่อล พบ ซันเดอร์แลนด์ เวลา 22.00 น.
เบิร์นลีย์ พบ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด เวลา 22.00 น.
ฟูแล่ม พบ เอฟเวอร์ตัน เวลา 22.00 น.
วูล์ฟแฮมป์ตัน พบ เชลซี เวลา 22.00 น.
นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด พบ เบรนท์ฟอร์ด เวลา 00.30 น.

คืนวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ.
ไบรท์ตัน พบ คริสตัล พาเลซ เวลา 21.00 น.
ลิเวอร์พูล พบ เมนเชสเตอร์ ซิตี้ เวลา 23.30 น.

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พรีเมียร์ลีกสัปดาห์นี้ บิ๊กแมตช์ ‘หงส์แดง’ ฟัด ‘เรือใบ’ – ‘ผี’ เฝ้าบ้านดวล ‘ไก่’ – โซนหนีตายเดือดแน่

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...