โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

TTB ซื้อหุ้นคืนรอบ 2 มูลค่า 6,283 ล้านบาท ดัน EPS พุ่ง 5%

การเงินธนาคาร

อัพเดต 07 ก.พ. เวลา 10.32 น. • เผยแพร่ 07 ก.พ. เวลา 03.32 น.

TTB ซื้อหุ้นคืนรอบ 2 มูลค่า 6,283 ล้านบาท ดัน EPS พุ่ง 5% เหลือวงเงิน 9,600 ล้านบาท จากเป้าทั้งหมด 21,000 ล้านบาท พร้อมลุยต่อ

7 ก.พ. 2569 - ธนาคารทหารไทยธนชาติ (TTB) เปิดเผยว่า จากที่ได้ประกาศปรับแผนการซื้อหุ้นคืนครั้งที่ 2 ให้เร็วขึ้นกว่ากำหนดเดิมพร้อมเพิ่มวงเงินซื้อคืนขึ้นเป็น 8,900 ล้านบาท โดยใช้วิธีการเสนอซื้อเป็นการทั่วไป (General Offer) ในราคา 2.03 บาทต่อหุ้นตั้งแต่วันที่ 22 ม.ค.- 4 ก.พ.2569 นั้น ภายหลังสิ้นสุดโครงการธนาคารได้รายงานการซื้อหุ้นคืนเป็นจำนวน 6,283 ล้านบาท หรือคิดเป็น 71%ของวงเงินซื้อคืนที่กำหนดไว้

นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีทีบี เปิดเผยว่า สำหรับเป้าหมายในปี 2569 นี้นอกเหนือจากการช่วยเหลือลูกค้าแก้หนี้อย่างยั่งยืน ธนาคารยังคงมุ่งมั่นที่จะบริหารผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้นผ่านการทำ Capital Management ซึ่งหนึ่งในแผนงาน ได้แก่ โครงการซื้อหุ้นคืนระยะ 3 ปี (ปี 2568- 2570) วงเงินรวม 21,000 ล้านบาท เพื่อเพิ่มผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้นควบคู่ไปกับการรักษาระดับการจ่ายเงินปันผลในระดับสูง

ทั้งนี้การซื้อหุ้นคืนเป็นเป็นกลไกที่ธนาคารใช้คืนเงินทุนส่วนเกินให้กับผู้ถือหุ้นที่ต้องการสภาพคล่องและผลตอบแทนในรูปแบบ Capital Gain จากการขายหุ้น ขณะเดียวกันก็เป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับผู้ถือหุ้นปัจจุบัน (Existing Shareholder) เพราะการซื้อหุ้นคืนจะทำให้จำนวนหุ้นที่หมุนเวียนในตลาดหลักทรัพย์ลดลงและส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) และอัตราผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้น(ROE) ปรับตัวดีขึ้น นอกจากนั้นการซื้อหุ้นคืนก็ช่วยหนุนให้ราคาหุ้นสะท้อนมูลค่าที่แท้จริงมากขึ้นเช่นกัน

สำหรับความคืบหน้าของโครงการซื้อหุ้นคืนของทีทีบีในภาพรวมธนาคารดำเนินการซื้อหุ้นคืนไปแล้ว 2 ครั้ง มีมูลค่ารวม 11,386 ล้านบาท หรือคิดเป็นจำนวนหุ้นซื้อคืน 5,783 ล้านหุ้น หรือ 5.9% ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด ซึ่งหากใช้ระดับกำไร ณ สิ้นปี 2568 ที่ 20,639 ล้านบาท มาเป็นตัวอย่างในการประเมินผลประโยชน์จากการซื้อหุ้นคืน 2 ครั้งที่ผ่านมา พบว่า EPS และ ROE ของปี 2568 หลังการซื้อหุ้นคืนมีระดับที่ดีกว่ากรณีที่ไม่มีโครงการซื้อหุ้นคืนประมาณ 5% และ 0.40 %ตามลำดับสะท้อนผลจากการบริหารส่วนทุนอย่างมีประสิทธิภาพโดยการลดสภาพคล่องส่วนเกินให้มีความเหมาะสม

ภายหลังการซื้อหุ้นคืน ธนาคารยังคงมีสถานะเงินกองทุนที่แข็งแกร่งโดยอัตราส่วนเงินกองทุนยังคงอยู่ในระดับสูงที่ 19% สะท้อนความพร้อมในการรองรับการเติบโตทางธุรกิจในอนาคตและการบริหารผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้นในรูปแบบต่าง ๆ

รวมถึงการจ่ายเงินปันผลในด้านการจ่ายเงินปันผลนั้น ธนาคารได้ยกระดับการจ่ายเงินปันผลจากอัตรา 30-35% ในช่วงก่อนรวมกิจการ มาอยู่ที่อัตรา 60% (อัตราเงินปันผลระหว่างกาล ในปี 2568) ซึ่งคิดเป็น Dividend Yield ที่ราว 6-7% ถือได้ว่าทีทีบีเป็นหนึ่งในธนาคารที่ส่งมอบผลตอบแทนให้กับ Existing Shareholder ในระดับสูงเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรม

ทั้งนี้ ธนาคารยังคงมุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมายซื้อหุ้นคืนวงเงินรวม 21,000 ล้านบาท โดยยังมีวงเงินซื้อหุ้นคืนคงเหลือประมาณ 9,600 ล้านบาทซึ่งจากการที่ธนาคารสามารถดำเนินโครงการที่ 2 ได้เร็วกว่ากำหนดเดิม จึงทำให้มีความยืดหยุ่นในแง่ของกรอบเวลาและสามารถดำเนินโครงการถัดไปได้เร็วขึ้นเช่นกัน

อย่างไรก็ดี ธนาคารจะพิจารณากำหนดรูปแบบและวิธีการซื้อหุ้นคืนให้เหมาะสมกับแนวโน้มภาวะตลาดทุน เพื่อให้การซื้อหุ้นคืนในแต่ละครั้งก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ถือหุ้นทุกกลุ่ม

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ ตลาดหุ้นทั้งไทยและต่างประเทศ ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...