โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘ยศชนัน’ น้อมรับทุกเสียงวิจารณ์ หลัง ’อภิสิทธิ์-กรณ์‘ ซัดนโยบาย ‘วันละ 9 ล้าน’

The Bangkok Insight

อัพเดต 24 ม.ค. เวลา 09.05 น. • เผยแพร่ 24 ม.ค. เวลา 09.05 น. • The Bangkok Insight

“ยศชนัน” น้อมรับทุกเสียงวิจารณ์ หลัง “อภิสิทธิ์-กรณ์” ซัดนโยบาย “วันละ 9 ล้าน” ใช้ภาษีเปล่าประโยชน์ มั่นใจทำได้จริง

วันนี้ (24 ม.ค.) นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่หาเสียง และประกาศขอ สส.ยกทั้งจังหวัดหลายจังหวัดในพื้นที่ภาคอีสาน จะทำได้หรือไม่ เพราะคู่แข่งในพื้นที่ภาคอีสานก็มีฐานเสียงที่แข็งแรง ว่า ผู้สมัคร สส. ได้ลงพื้นที่มาโดยตลอด มีการประเมินในเบื้องต้น แต่สิ่งสำคัญที่สุดในปัจจุบันคือ ประชาชนอยากได้นโยบาย และคนที่ทำพื้นที่มาโดยตลอด และผู้สมัครเองก็มีความมั่นใจ โดยวันนี้เมื่อลงพื้นที่ก็มีประชาชนจำนวนมาให้การต้อนรับ และได้ฝากความหวังไว้กับพวกเรา

เมื่อถามว่านโยบาย “สร้างเศรษฐีเงินล้าน วันละ 9 คน 9 ล้านบาท“ จะสามารถโดนใจประชาชน และเทคะแนนให้กับพรรคเพื่อไทยได้หรือไม่ นายยศชนัน กล่าวว่า ประเด็นเป้าหมายในเรื่องนี้ ทั้งข้อมูลเกี่ยวกับการซื้อขายทั้งหมด เพื่อสามารถดูกลไกราคาต่างๆ ได้ และเมื่อทุกคนรับใบเสร็จ และเข้าระบบ รวมถึงให้ข้อมูล ทั้งเกษตรกร, ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่อยู่เศรษฐกิจนอกระบบ จะสามารถกลับเข้าสู่ระบบได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญ และเราอยากผลักดัน “รัฐบาลดิจิทัล”

การที่เรารู้สารทุกข์สุกดิบของแต่ละคน รวมถึงของคนที่เดือดร้อน ทำให้เราสามารถคาดหมายเรื่อง GDP รวมไปถึงรายรับ รายจ่ายต่าง ๆ ได้ และสามารถออกนโยบายการช่วยเหลือต่างๆ จากภาครัฐให้ดีที่สุด และมีประสิทธิภาพ

สำหรับเรื่องงบประมาณ ดูแล้วว่า หากมีการนำเศรษฐกิจที่อยู่ ’นอกระบบ‘ การให้คนไทยที่จะได้เงิน 9 ล้านบาท ก็สามารถที่จะดูแลตรงนี้ได้ ซึ่งจะมีการส่งเรื่องนี้ให้กับคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ต่อไป

เมื่อถามว่า หากไม่สามารถดำเนินการเก็บภาษีเข้าสู่ระบบได้ จะนำเงินในส่วนใดมาดำเนินการ นายยศชนัน กล่าวว่า เรื่องนี้เรามีความมั่นใจ มีการประเมิน และทำการศึกษามาแล้วระยะหนึ่ง ก่อนที่จะมีการปล่อยนโยบายดังกล่าวออกมา

เมื่อถามย้ำว่า มีเสียงบอกว่า จะเป็นนโยบายขาย ฝัน เหมือนโครงการ ’ดิจิทัลวอลเล็ต‘ ที่ไม่สามารถทำได้สำเร็จนั้น นายยศชนัน กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องสื่อสารว่า เป็นการทำ ’รัฐบาลดิจิทัล‘ ทั้งระบบ หากเราไม่มีข้อมูล การซื้อขายต่างๆ จะไม่สามารถทำได้ ดังนั้นสิ่งที่พยายามจะทำตรงนี้ คือ การนำข้อมูลของทุกคน ไม่ว่า จะเป็นรายรับและรายจ่ายของพี่น้องเกษตรกร ที่ได้รับความเดือดร้อน และการค้าขายในพื้นที่ใด ที่มีการขายราคาที่แพงเกินกว่ากำหนด หรือพื้นที่ใดมีการค้าขายที่คึกคัก เราก็จะสามารถเข้าไปช่วยเหลือได้อย่างถูกต้องตรงจุด ซึ่งจะมีงบประมาณหมุนเวียนจากธุรกิจนอกระบบ เข้าสู่ในระบบ แล้วจะทำให้เราสามารถดูแลตรงนี้ได้ พร้อมย้ำว่า นโยบายดังกล่าวมีการคำนวณแล้วว่า สามารถดำเนินการได้

ส่วนจะดำเนินการกี่รอบนั้น นายยศชนัน กล่าวว่า ก็จะทำเรื่อยๆ ทุกปี ซึ่งเราจะดูระบบตามฐานภาษีอยู่แล้ว

ส่วนที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากนายกรณ์ จาติกวณิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รวมถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตนายกรัฐมนตรีว่า โครงการดังกล่าว เป็นการใช้เงินภาษีโดยเปล่าประโยชน์ และไม่ตรงเป้าเรื่องเศรษฐกิจ นายยศชนัน กล่าวว่า ต้องกลับมาที่เรื่องการรวมศูนย์ข้อมูล เพราะการจะทำรัฐบาลดิจิทัลทั้งระบบ ทุกประเทศมีแนวอย่างนี้อยู่แล้ว เกี่ยวกับเรื่องใบเสร็จ เรื่องที่คนเข้ามาสู่ระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT ) สำหรับธุรกิจขนาดเล็กก็จะมี E-Recipe ที่สามารถทำได้ และถ้าวันนี้เรารู้ค่าใช้จ่ายของทุกคน และรู้ว่า การค้าแต่ละที่ เป็นอย่างไร เราสามารถช่วยเหลือประเทศได้มาก อยากให้มองว่า เป็นการรวมข้อมูลเรื่อง ’รัฐบาลดิจิทัล‘

เมื่อถามว่า มีการมองว่า นโยบายกล่องสุ่มแบบนี้ ไม่น่าจะปรับโครงสร้างความยากจนได้ แต่แต่เป็นการเปลี่ยนชีวิตของคนบางคนมากกว่า นายยศชนันกล่าวว่า เรามีนโยบายออกมาทุกรูปแบบ และตนพยายามจะสื่อสาร เรื่องเศรษฐกิจ เรื่องสุขภาพ (Wellness) เรื่องการทำให้ประเทศเป็นประเทศที่มีรายได้สูง และเรื่องการบริหารจัดการน้ำ และเรื่องสุดท้ายคือ รัฐบาลดิจิทัล เราเคยเปิดเรื่องคนไทยไร้จน การจะเป็นประเทศที่ก้าวไปข้างหน้าได้ จำเป็นต้องช่วยเหลือคนทุกกลุ่ม

เมื่อถามว่า เรื่องนี้มีการดูข้อกฎหมาย และจะไม่ติดล็อคเหมือนโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ใช่หรือไม่ นายยศชนัน กล่าวว่า ไม่ติด เพราะได้ดูวิธี และแนวทางเรียบร้อยแล้ว

ส่วนพรรคเพื่อไทยออกนโยบายออกมา ก็จะถูกวิพากษ์วิจารณ์ตลอด นายยศชนัน กล่าวว่า เป็นสิทธิ์ของทุกท่าน ก็น้อมรับ แต่เราศึกษามาเรียบร้อยแล้ว และตอนนี้พยายามพูดคุยกับประชาชนว่า วันนี้ไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับเงินอย่างเดียว แต่ต้องหาเงินเข้าประเทศด้วย นี่คือ หนึ่งกลไก หนึ่งหมุดหมาย อีกเรื่องคือ การที่วันนี้ เราดูข้อมูลทั้งสาธารณสุข เรื่อง 30 บาท Ai เรารู้ข้อมูลค่าใช้จ่ายต่างๆ ก็จะสามารถดูได้ว่า ประเทศวันนี้ ควรจะเดินหน้าไปในทิศทางไหน การส่งมอบนโยบายจะได้ตรงจุดมากขึ้น เรามองว่า เป็นการทำทั้งระบบ และสามารถที่จะทำได้

เมื่อถามว่า จะค้านกับภาพลักษณ์ของตัวนายยศชนัน ที่เป็นนักวิทยาศาสตร์ แต่วันนี้หวังให้คนพึ่งหรือ อาศัยเรื่องดวง นายยศชนัน กล่าวว่า ตนจึงเรียนว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องเดียวกันกับการรวมข้อมูลของรัฐบาลดิจิทัล ถ้าเราเข้าใจ คนไทยกว่า 60 ล้านคน ความจริงแล้วเราสามารถดูแลคนไทยได้ทั้งหมด ถ้าสมมุติว่า วันนี้เราสามารถรู้ว่า เขามีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ รัฐบาลมีข้อมูลเกี่ยวกับการเกษตร ข้อมูลความต้องการเกี่ยวกับภาครัฐ เราสามารถที่จะดูแล จุดต่างๆ อย่างทั่วถึง และไม่เหลื่อมล้ำ ซึ่งตรงนี้เป็นหมุดหมายหลัก ส่วนการออกนโยบายนี้ออกมา เป็นส่วนหนึ่งในการเติมเต็มกลไกนี้ เพื่อดึงดูดให้คนเข้าสู่ระบบฐานภาษี

ส่วนมั่นใจใช่ หรือไม่ว่าจะได้คะแนนเสียง นายยศชนันกล่าวว่า มั่นใจ เราพร้อมสื่อสาร และเราสื่อสารอย่างเป็นระบบ เราสื่อสารเสมอ เกี่ยวกับการใช้วิทยาศาสตร์ข้อมูล และหลายประเทศ มีธุรกิจต่าง ๆ เข้าฐานภาษี มากกว่าเราเยอะ นี่เป็นส่วนหนึ่งที่เราพยายามอยากจะผลักดัน ขอให้มองเรื่องฐานข้อมูลเป็นหลัก การเข้ามาของ AI จะไม่มีประโยชน์เลย ถ้าเรายังไม่รู้จักคนไทย เรื่องนี้จะเป็นเรื่องที่คนไทยกรอกข้อมูลเอง และเป็นครั้งแรกที่ข้อมูลทุกอย่างเชื่อมกัน ขอให้คนมีหวัง ย้ำว่าเรื่องนี้พรรคเพื่อไทยศึกษามาอย่างรอบคอบแล้ว

เมื่อถามว่า หากเรื่องภาษีมีปัญหา ทำไมถึงไม่ไปแก้ที่ต้นเหตุ นายยศชนัน กล่าวว่า เรื่องนี้เราแก้ทั้งระบบ และเราสื่อสารตลอดว่า เป็นการยกเครื่องประเทศไทย ทุกสิ่งทุกอย่างครั้งนี้ไม่สามารถทำเป็นเรื่องเดียวได้ ต้องแก้ทุกอย่างทั้งระบบ ส่วนแก้แต่ละจุดเราก็แก้ และอันนี้เป็นการสื่อสารหนึ่งนโยบาย อยากให้ทุกคน มองไปที่นโยบายตั้งแต่วันแรกที่เราออกมา และตรงนี้ก็เป็นอีกหนึ่งนโยบายที่เราอยากเติมเต็มข้อมูลว่า ปัจจุบันค่าใช้จ่าย และการใช้จ่ายเป็นอย่างไร

อ่านเพิ่มเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...