PRINC เผยปี 69 ลุยธุรกิจสุขภาพครบวงจร เดินหน้า M&A-ตั้ง Fertility Center ปั้นรายได้โต
PRINC เผยปี 69 ลุยธุรกิจสุขภาพครบวงจร เดินหน้า M&A-ตั้ง Fertility Center ปั้นรายได้โต
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -2 มี.ค. 69 12:05 น.
PRINC เร่งขยายธุรกิจสุขภาพครบวงจร ปี 69 วาง 4 กลยุทธ์หลัก ขยายเครือข่ายผ่าน M&A เพิ่มศูนย์รักษาโรคซับซ้อน ดัน DigitalAI ยกระดับมาตรฐาน JCI พร้อมต่อยอด Fertility Center และธุรกิจดูแลผู้สูงวัย มองสถานการณ์อิหร่าน-อิสราเอล กระทบจำกัด
นายแพทย์วิชญเวทย์ รักษ์กุลชน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทร่วม (Co-CEO) บริษัท พริ้นซิเพิล แคปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ PRINC เปิดเผยว่า ในปี 2569 PRINC Group จะมุ่งเน้นในแนวทางหลักที่เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร และมุ่งยกระดับการเป็นผู้ให้บริการสุขภาพแบบองค์รวม
***กลยุทธ์ดำเนินธุรกิจ PRINC ปี 2569
1.ด้านการเติบโต
-เน้นการขยายเครือข่ายผ่านการควบรวมและเข้าซื้อกิจการ บริษัทจะรับรู้รายได้เพิ่มเติมผ่านการเข้าลงทุนในกลุ่มโรงพยาบาล ป.แพทย์ จ.นครราชสีมา จำนวนเตียง 282 เตียง และการเปิดโรงพยาบาลใหม่ใน จ.กำแพงเพชร 59 เตียง เพื่อสร้าง Economy of Scale ในระดับภูมิภาค
-การขยายขอบเขตการรักษา การมุ่งขยาย Product การให้การบริการโรคซับซ้อนเพิ่มขึ้นในทุกจังหวัดผ่านการขยายของ Center of Excellence (CoE) และ Special Business Unit (SBU) เช่น ศูนย์หัวใจ ,ศูนย์กระดูกและข้อและศูนย์มะเร็งอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการเสริมศักยภาพและสร้างรายได้ส่วนเพิ่ม
2.ด้านการเพิ่มคุณภาพและประสิทธิภาพในการทำงาน
-มุ่งเน้น Efficiency ปรับโครงสร้างและควบคุมต้นทุนและการดำเนินการ เพื่อลดต้นทุนการดำเนินงานตามเป้าหมายและความคล่องตัวในการดำเนินงานในสถานการณ์ต่างๆ
-มาตรฐานระดับสากล การผลักดันให้โรงพยาบาลในเครือได้รับการรับรองมาตรฐาน JCI หรือ GHA เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้บริการทั้งชาไทยและต่างชาติ
-Digital Transformation การนำระบบเทคโนโลยีใหม่และ Ai มาใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ Clinical ลดขั้นตอนการทำงาน ลดความผิดพลาด และเพิ่มความรวดเร็วในการให้บริการแก่คนไข้
3.ด้านการเพิ่มศักยภาพการให้บริการทางการแพทย์
-สร้างพันธมิตรทางการแพทย์ ร่วมมือกับสถาบันการแพทย์ชั้นนำเพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีและองค์ความรู้ รวมถึงการดึงบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางเข้ามาเสริมทัพ
-เพิ่มนวัตกรรมการรักษา นำเทคโนโลยีการแพทย์สมัยใหม่มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาและลดระยะเวลาการพักฟื้นของผู้ป่วย
4.ด้านการดำเนินธุรกิจตามแนวทางความยั่งยืน
-E (Environment) มุ่งเน้นการประหยัดพลังงานในอาคารเพิ่มเติม โครงการโรงพยาบาลสีเขียว
-S (Social) การเข้าไปมีส่วนร่วมกับชุมชนในจังหวัดต่างๆ ผ่านการสร้างการเข้าถึงบริการสาธารณสุข ในชุมชนที่ห่างไกลผ่านโครงการ CSR และการดูแลสุขภาวะของชุมชนรอบข้างโรงพยาบาล
G (Governance) การมุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่สร้างความไว้วางใจของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกภาคส่วน
นายฆนัท ศิริสุวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม PRINC กล่าวเพิ่มเติมว่า PRINC กำลังยกระดับเครือข่ายธุรกิจโรงพยาบาลไปสู่การเป็นผู้บริการระดับภูมิภาค
-ปัจจุบัน PRINC มีโรงพยาบาล 19 แห่ง ครอบคลุม 15 จังหวัดที่มีศักยภาพ
-มีจำนวนเตียงรวม 1,725 เตียง
PRINC ยังขยายการลงทุนไปยังธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการแพทย์ที่มีอัตราการเติบโตสูง เพื่อสร้างรายได้เพิ่มเติม และเติมเต็ม Ecosystem ภายในกลุ่ม เช่น จัดตั้งศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก Fertility Center ร่วมกับพันธมิตรที่มีศักยภาพ และการเริ่มธุรกิจ บ้านอาจารย์พงศ์ศักดิ์ (BMPS) ที่มุ่งเน้นการดูแลผู้สูงวัยและผู้ป่วยพักฟื้นแบบครบวงจรในราคาเข้าถึงได้ โดยจะเปิดสาขาแรกที่ถนนศรีนครินทร์ในเดือน มี.ค. 2569 เพื่อตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพระดับโลกและสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนให้กับกลุ่มบริษัทนายฆนัท กล่าว
-สำหรับความร่วมมือครั้งนี้กับ Gift Fertility จะเป็นโมเดลธุรกิจที่แข็งแกร่ง เพื่อให้บริการชาวไทยและต่างชาติอย่างทั่วถึง โดยมีแผนนำร่องที่ โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ จ.นครสวรรค์
-วางรากฐานการปฏิบัติงาน นวัตกรรมที่ล้ำสมัย เพื่อให้ Fertility Center เป็นศูนย์กลางการรักษาผู้มีบุตรยากในภูมิภาคนี้
-ช่วยสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงให้กับผู้ลงทุน และเป็นทางเลือกที่ดีให้กับผู้รับบริการทั่วประเทศอย่างแน่นอน
-สถานการณ์ความไม่สงบระหว่างอิหร่านและอิสราเอลนั้น มองว่า จะส่งผลกระทบจำกัด เนื่องจากสัดส่วนรายได้ของลูกค้าโรงพยาบาลมีส่วนใหญ่เป็นคนไทย มีเพียง 10% เท่านั้นที่เป็นต่างชาติ
หากความไม่สงบที่เกินขึ้น กระทบจำกัด อาจไม่กระทบมากนัก เนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนไทย แต่หากมีการยกระดับรุนแรงมากขึ้น ปิดน่านฟ้ามากขึ้น กระทบทั่วโลก และการเดินทางทั่วโลก อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจภายในประเทศได้ และจะกระทบกับการตัดสินใจทั้งในแง่การจับจ่าย และการบริโภคภายในประเทศตามไปด้วยนายฆนัท กล่าว
นายธาริน เอี่ยมเพชราพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงิน (CFO) กล่าวว่า ผลการดำเนินงานในปี 2568 ที่ผ่านมา รายได้ยังเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง จากการขยายโครงข่ายและการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
***ผลการดำเนินงานปี 2568
-บริษัทมีรายได้รวม 6,036.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.33% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
-ปัจจัยสนับสนุนจากการขยายเครือข่ายโรงพยาบาลผ่านการลงทุนในโรงพยาบาลใหม่และการควบรวมกิจการ
-การพัฒนาความซับซ้อนของการรักษา ส่งผลให้มีจำนวนผู้เข้ารับบริการเพิ่มขึ้น
-บริษัทมีกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA Margin) ของธุรกิจหลัก 476.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
เรียบเรียง โดย ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์
อีเมล์. pattraporn@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ