ลาลามูฟ ปักธง “ขอนแก่น” ยุทธศาสตร์ศูนย์กลางอีสาน เล็งหนุน 7 หมื่น SMEs เคลื่อนเศรษฐกิจภูมิภาค
ชูศักยภาพเมือง Smart City หลังปริมาณความต้องการขนส่งในพื้นที่พุ่งทะยานกว่า 2 เท่าตัว กางสถิติออเดอร์ข้ามจังหวัดครองสัดส่วน 1 ใน 3 สะท้อนช่องว่างตลาดโลจิสติกส์ออนดีมานด์ระดับภูมิภาค มุ่งโมเดลลดต้นทุนคงที่ภาคธุรกิจ เปลี่ยนค่าใช้จ่ายขนส่งเป็นต้นทุนผันแปร เสริมแกร่งห่วงโซ่อุปทานท้องถิ่น
5 กุมภาพันธ์ 2569 - ลาลามูฟ (Lalamove) ยักษ์ใหญ่แพลตฟอร์มโลจิสติกส์และบริการรับส่งผู้โดยสารแบบออนดีมานด์ ประกาศขยายฐานปฏิบัติการเข้าสู่จังหวัดขอนแก่นอย่างเป็นทางการ เพื่อรุกตลาดภาคตะวันออกเฉียงเหนือเต็มตัว โดยมุ่งเป้าสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งให้แก่ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ในพื้นที่ซึ่งถือเป็นหัวใจหลักของเศรษฐกิจภูมิภาค
การรุกตลาดครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญของเศรษฐกิจในจังหวัดขอนแก่น โดยเฉพาะภายหลังการเปิดทดลองให้บริการที่พบว่าปริมาณการใช้บริการ (Order Volume) เติบโตขึ้นถึง 2 เท่า โดยข้อมูลที่น่าสนใจ ระบุว่า กว่า 30% ของปริมาณงานทั้งหมดเป็นบริการขนส่งข้ามจังหวัด (Inter-provincial Delivery) ซึ่งบ่งชี้ถึงความจำเป็นในการเชื่อมโยงโครงข่ายโลจิสติกส์ระหว่างเมืองหลักในภาคอีสานที่ยังมีความต้องการสูง
เจาะยุทธศาสตร์ GPP 2.1 แสนล้าน ปลดล็อกคอขวดโลจิสติกส์ SMEs อีสาน
จังหวัดขอนแก่นถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญด้วยมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (GPP) สูงกว่า 213,000 ล้านบาท และเป็นที่ตั้งของกลุ่มผู้ประกอบการ SMEs จำนวนมากที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือกว่า 72,985 ราย การเข้ามาของแพลตฟอร์มออนดีมานด์จึงถูกมองว่าจะเข้าไปช่วยแก้ปัญหาคอขวดด้านต้นทุนการบริหารจัดการขนส่ง (Logistics Cost) ซึ่งเป็นต้นทุนแฝงหลักของธุรกิจรายย่อย
"ขอนแก่นเป็นทำเลยุทธศาสตร์ในการขยายบริการของลาลามูฟสู่เมืองหลักอื่น ๆ ในภาคอีสาน การเติบโตสู่ Smart City ทำให้ที่นี่กลายเป็นแหล่งรวมธุรกิจออนไลน์ ซึ่งต้องการโซลูชันการขนส่งที่ยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพ เพื่อช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้โดยไม่ต้องแบกรับต้นทุนคงที่" - นายเบน ลิน กรรมการผู้จัดการ ลาลามูฟ ประเทศไทย
Transform ต้นทุนคงที่สู่ Asset-Light Model เพิ่มขีดแข่งขันธุรกิจท้องถิ่น
ในเชิงเศรษฐศาสตร์ ธุรกิจในพื้นที่ขอนแก่นมักเผชิญกับข้อจำกัดด้านการลงทุนสินทรัพย์ถาวร (Fixed Assets) เช่น ยานพาหนะขนส่งและการจ้างพนักงานขับรถประจำ การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบ "Pay-per-use" หรือการจ่ายตามจริงผ่านแอปพลิเคชัน จะช่วยเปลี่ยนค่าใช้จ่ายดังกล่าวให้เป็นต้นทุนผันแปร (Variable Cost) ซึ่งเอื้อต่อการบริหารกระแสเงินสดของ SMEs ในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน
ลาลามูฟได้เตรียมประเภทยานพาหนะรองรับถึง 9 ประเภท ครอบคลุมตั้งแต่อุตสาหกรรมขนาดเล็กไปจนถึงการขนส่งเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ เพื่อรองรับการเติบโตของภาคอสังหาริมทรัพย์และคอมมูนิตี้มอลล์ที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องตลอดปี 2568
ติดอาวุธ Sharing Economy ขยายโครงข่ายรายได้สู่แรงงานอิสระระดับภูมิภาค
นอกเหนือจากการสนับสนุนภาคธุรกิจ การขยายตัวครั้งนี้ยังส่งผลต่อตลาดแรงงานในท้องถิ่น ผ่านการสร้างอาชีพให้แก่ "พาร์ทเนอร์คนขับ" ซึ่งเป็นโมเดลเศรษฐกิจแบ่งปัน (Sharing Economy) ที่ช่วยกระจายรายได้เข้าสู่ชุมชนโดยตรง โดยบริษัทได้เพิ่มมาตรการความปลอดภัยและสิทธิประโยชน์ด้านประกันภัยเพื่อยกระดับมาตรฐานคุณภาพชีวิตของแรงงานอิสระในระบบโลจิสติกส์
ปัจจุบัน ลาลามูฟให้บริการครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล ชลบุรี และล่าสุดคือขอนแก่น โดยวางเป้าหมายให้ขอนแก่นเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการกระจายสินค้าและบริการไปยังพื้นที่อื่น ๆ ทั่วประเทศ (ยกเว้น 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้) สอดรับกับแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาลที่ต้องการยกระดับขอนแก่นให้เป็นศูนย์กลางการค้าและการลงทุนของภูมิภาคอย่างยั่งยืน