“สหรัฐ” ประกาศเตือนพลเมืองออกจากอิหร่านทันที ก่อนการเจรจาที่โอมาน
"สหรัฐ" ประกาศเตือนพลเมืองออกจากอิหร่านทันที ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลางและความไม่แน่นอนของการเจรจาระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน
วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 10.53 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า U.S. Virtual Embassy in Iran ออกประกาศเตือนด้านความปลอดภัยในช่วงเช้าวันศุกร์ เรียกร้องให้พลเมืองสหรัฐออกจากอิหร่านทันที และเตรียมแผนเดินทางออกจากประเทศโดยไม่พึ่งพาความช่วยเหลือจากรัฐบาลสหรัฐ โดยคำเตือนดังกล่าวมีขึ้นก่อนการเจรจาระหว่าง United States และ Iran ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นที่ Oman ในวันเดียวกัน ท่ามกลางสัญญาณที่ยังบ่งชี้น้อยมากว่าทั้งสองฝ่ายสามารถหาจุดร่วมในวาระการหารือได้
ฝ่ายสหรัฐเตรียมส่ง Steve Witkoff ทูตพิเศษด้านตะวันออกกลาง และ Jared Kushner บุตรเขยของโดนัลด์ ทรัมป์ เข้าร่วมการเจรจากับคณะผู้แทนอิหร่านที่นำโดย Abbas Araghchi ตามการยืนยันของเจ้าหน้าที่ทั้งสองประเทศ
การเจรจาครั้งนี้ถือเป็นการพบกันอย่างเป็นทางการครั้งแรกระหว่างวอชิงตันและเตหะราน นับตั้งแต่ความตึงเครียดปะทุขึ้นเมื่อเดือนมิถุนายนปีก่อน จากสงคราม 12 วันระหว่างอิหร่านกับ Israel ซึ่งนำไปสู่การโจมตีทางอากาศของสหรัฐต่อโรงงานนิวเคลียร์หลักของอิหร่าน 3 แห่ง
อย่างไรก็ดีความเห็นต่างเรื่องขอบเขตและสถานที่จัดการเจรจา ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าการหารือจะประสบผลสำเร็จหรือไม่ และยังเปิดความเสี่ยงต่อความเป็นไปได้ของปฏิบัติการทางทหารจากสหรัฐ
เดิมที การเจรจามีกำหนดจัดขึ้นที่อิสตันบูล โดยมีตุรกีทำหน้าที่เป็นคนกลาง และเชิญรัฐมนตรีต่างประเทศจากประเทศอาหรับในภูมิภาค เช่น อียิปต์, การตาร์ และซาอุดีอาระเบีย เข้าร่วมด้วย แต่ในนาทีสุดท้าย อิหร่านร้องขอให้ย้ายสถานที่ไปโอมาน และจำกัดผู้เข้าร่วมเฉพาะฝ่ายอิหร่านและสหรัฐเท่านั้น
สถานการณ์ทางการทูตเกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีสูงขึ้น โดยสหรัฐฯ เสริมกำลังทางทหารในอ่าวเปอร์เซียในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่ทรัมป์เพิ่มน้ำเสียงแข็งกร้าวต่ออิหร่าน และขู่ว่าจะใช้กำลังทหาร หากเตหะรานไม่ยอมปฏิบัติตามข้อเรียกร้องของสหรัฐ
รายงานระบุว่า สหรัฐต้องการให้อิหร่านยกเลิกคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะ จำกัดโครงการขีปนาวุธ และยุติการสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธในภูมิภาค ซึ่งอิหร่านปฏิเสธ โดยมองว่าเป็นการละเมิดอธิปไตย และเตือนว่าจะตอบโต้ทางทหารหากถูกโจมตี
ความตึงเครียดยังซ้ำเติมด้วยเหตุประท้วงครั้งใหญ่ทั่วประเทศอิหร่านเมื่อต้นปีนี้ โดยรัฐบาลปราบปรามผู้ชุมนุมอย่างรุนแรง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 6,883 คน ตามข้อมูลของ Human Rights Activists News Agency ซึ่งตั้งอยู่ในวอชิงตัน แม้ทรัมป์เคยขู่จะเข้าแทรกแซงเพื่อสนับสนุนผู้ประท้วง แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ดำเนินการทางทหาร
อ้างอิง : www.cnbc.com