“สวิตเซอร์แลนด์” จ่อโหวตเพดานประชากร เสี่ยงปิดประตูผู้อพยพ หากทะลุ 10 ล้านคน
"สวิตเซอร์แลนด์" จ่อโหวตเพดานประชากร เสี่ยงปิดประตูผู้อพยพ หากทะลุ 10 ล้านคน ภาคธุรกิจเตือนอาจกระทบแรงงาน ขีดความสามารถแข่งขัน และความสัมพันธ์การค้าระยะยาว
วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า กระแสการเมืองฝ่ายขวาจัดที่เติบโตขึ้นทั่วยุโรปกำลังกดดันให้หลายประเทศออกมาตรการควบคุมผู้อพยพที่เข้มงวดขึ้น และสวิตเซอร์แลนด์กำลังจะก้าวไปอีกขั้น ด้วยการเปิดให้ประชาชนลงประชามติในวันที่ 14 มิถุนายน 2569 ต่อข้อเสนอกำหนดเพดานประชากรประเทศ ซึ่งอาจนำไปสู่การห้ามรับผู้อพยพใหม่โดยสิ้นเชิง หากจำนวนประชากรเพิ่มจากราว 9 ล้านคนในปัจจุบัน เป็นมากกว่า 10 ล้านคนในอนาคต
หากร่างดังกล่าวผ่านความเห็นชอบ จะถือเป็นหนึ่งในมาตรการควบคุมประชากรที่เข้มงวดที่สุดในโลกตะวันตก โดยแทบไม่แยกแยะระหว่างผู้ลี้ภัย แรงงานทักษะสูง หรือผู้บริหารระดับสูงที่มีรายได้หลายแสนดอลลาร์ต่อปี ซึ่งสะท้อนคำถามสำคัญว่า ชาวสวิสพร้อมจะยอมแลกความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ เพื่อรักษาวิถีชีวิตและคุณภาพชีวิตมากน้อยเพียงใด
เหตุใดสวิตเซอร์แลนด์จึงเสนอเพดานประชากร
เศรษฐกิจสวิตเซอร์แลนด์ที่แข็งแกร่งและเปิดกว้าง ทำให้ประเทศกลายเป็นจุดหมายปลายทางของแรงงานต่างชาติและบริษัทข้ามชาติรายใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น UBS, Nestlé และ Novartis รวมถึงบริษัทเทคโนโลยีอย่าง Google, IBM และ Walt Disney ปัจจัยอย่างภาษีต่ำ แรงงานคุณภาพ และระบบราชการที่คล่องตัว ทำให้สวิตเซอร์แลนด์มีผลิตภัณฑ์มวลรวมต่อหัวสูงเป็นอันดับ 6 ของโลก
อย่างไรก็ตามประชากรที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเกือบ 50 ปี ทำให้คนจำนวนมากกังวลเรื่องค่าเช่าที่อยู่อาศัยที่พุ่งสูง การจราจรติดขัด และระบบขนส่งสาธารณะที่แออัด พรรคประชาชนสวิส (SVP) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายขวา ชูแนวคิด “สัญชาติสวิสคืออภิสิทธิ์ ไม่ใช่สิทธิ” และเสนอเพดานประชากรตั้งแต่ปี 2566 เพื่อรักษาวิถีชีวิตและสิ่งแวดล้อมของประเทศ
ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ประชากรสวิตเซอร์แลนด์เพิ่มขึ้นราว 10% สูงกว่าสหภาพยุโรปที่เพิ่มไม่ถึง 2% การอพยพคือปัจจัย 2566 ตัวเลขยิ่งพุ่งสูงจากการรับผู้ลี้ภัยจากยูเครน
โอกาสผ่านมีมากน้อยเพียงใด
แม้รัฐบาลจะคัดค้าน แต่ผลสำรวจปลายปีที่แล้วพบว่า 48% ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีแนวโน้มสนับสนุนหรือยืนยันจะโหวตรับ ขณะที่ 41% คัดค้าน และ 11% ยังลังเล ซึ่งบ่งชี้ว่าข้อเสนอนี้มีฐานเสียงสนับสนุนค่อนข้างมั่นคง
หากบังคับใช้ จะเกิดอะไรขึ้น
ข้อเสนอระบุว่า หากประชากรแตะ 9.5 ล้านคนก่อนปี 2593 จะเริ่มจำกัดผู้ลี้ภัยและครอบครัวของชาวต่างชาติ ผู้ที่เข้ามาแบบชั่วคราวจะไม่ได้รับสิทธิพำนักถาวรหรือสัญชาติ หากทะลุ 10 ล้านคน สวิตเซอร์แลนด์อาจถอนตัวจากสนธิสัญญาระหว่างประเทศที่เอื้อต่อการเพิ่มประชากร และอาจถึงขั้นยกเลิกข้อตกลงการเคลื่อนย้ายแรงงานเสรีกับสหภาพยุโรป ซึ่งจะกระทบสิทธิพำนักของชาว EU ราว 1.5 ล้านคน
ภาคธุรกิจมองอย่างไร
กลุ่มธุรกิจเตือนว่าจะเกิดความเสียหายอย่างรุนแรง Economiesuisse คาดว่าสวิตเซอร์แลนด์จะขาดแคลนแรงงานกว่า 430,000 คนภายในปี 2040 หากไม่มีแรงงานต่างชาติ ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมส่งออกย้ำว่าการจ้างแรงงานทักษะจาก EU เป็นสิ่งจำเป็น
แม้ยังไม่มีตัวเลขประเมินอย่างเป็นทางการ แต่คาดว่ามาตรการนี้จะฉุดการเติบโตทางเศรษฐกิจ ทั้งจากแรงงานขาดแคลน สังคมสูงวัยเร็วขึ้น และความเสี่ยงต่อการค้ากับ EU ซึ่งเป็นตลาดส่งออกกว่า 40% ของสวิตเซอร์แลนด์
ฝ่ายสนับสนุนโต้แย้งว่า ค่าเช่าที่อยู่อาศัยและต้นทุนสาธารณูปโภคจะลดลง และรัฐจะใช้งบสวัสดิการน้อยลง
ประชามติครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องตัวเลขประชากร แต่คือการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์ ว่าสวิตเซอร์แลนด์จะเลือกเส้นทางปิดประตูเพื่อรักษาวิถีชีวิต หรือเปิดรับโลกเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว
อ้างอิง : bloomberg.com