โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

IRPC คาดราคาน้ำมันดิบดูไบปี 2569 เคลื่อนไหวในกรอบ 60-70 เหรียญสหรัฐ

Khaosod

อัพเดต 19 ก.พ. เวลา 06.50 น. • เผยแพร่ 19 ก.พ. เวลา 06.50 น.

IRPC ฝ่าความท้าทาย ปี 2568 ขาดทุนสุทธิ 3,571 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนที่ 31% คาดราคาน้ำมันดิบดูไบปี 2569 เคลื่อนไหวในกรอบ 60-70 เหรียญสหรัฐ

นายเทอดเกียรติ พร้อมมูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC เปิดเผยว่า ปี 2568 บริษัทดำเนินการเชิงรุกด้านการบริหารเงินทุน ปรับโครงสร้างพอร์ตการลงทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการดำเนินงาน พร้อมบริหารความเสี่ยงอย่างรอบด้าน และจัดตั้ง “Crisis War Room” ติดตามเศรษฐกิจและตลาดอย่างใกล้ชิด

ผลประกอบการปี 2568 เปรียบเทียบกับปี 2567 บริษัทจึงมีรายได้จากการขายสุทธิ 232,671 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 17% คิดเป็น 49,040 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากราคาขายเฉลี่ยลดลง 14% ตามราคาน้ำมันดิบที่ปรับลดลง และปริมาณขายลดลง 3% ส่งผลให้บริษัทมีกำไรขั้นต้นจากการผลิต
ตามราคาตลาด (Market GIM) อยู่ที่ 21,549 ล้านบาท หรือ 8.82 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 17%

ทั้งนี้ สถานการณ์น้ำมันดิบในปี 2568 ได้รับปัจจัยกดดันหลักจากมาตรการทางภาษีของประเทศสหรัฐต่อประเทศคู่ค้า และอุปทานน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากกลุ่มโอเปกและพันธมิตร (โอเปกพลัส) จึงส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบดูไบปรับตัวลดลงจากปีก่อน ทำให้เกิดขาดทุนจากสต็อกน้ำมัน 3,382 ล้านบาท หรือ 1.38 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล

“บริษัทมีกำไรขั้นต้นจากการผลิตทางบัญชี (Accounting GIM) 18,221 ล้านบาท หรือ 7.46 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 3% ทำให้บริษัทมีกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) 6,204 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,728 ล้านบาท”

โดยในปี 2568 บันทึกกำไรจากการทำสัญญาอนุพันธ์ทางการเงิน 271 ล้านบาท เป็นผลจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น เมื่อเทียบกับปีก่อน ที่บันทึกขาดทุน 5 ล้านบาท รวมทั้งกำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการบริหารความเสี่ยงน้ำมัน 205 ล้านบาท และมีกำไรจากการด้อยค่าและจำหน่ายทรัพย์สิน 668 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการกลับรายการด้อยค่าเงินลงทุนของบริษัทร่วม จากปีก่อนที่บันทึกขาดทุน 553 ล้านบาท

“จากปัจจัยที่กล่าวข้างต้น ส่งผลให้ในปี 2568 บริษัทบันทึกผลการดำเนินงานขาดทุนสุทธิ 3,571 ล้านบาท น้อยกว่าปี 2567 ที่ 31%”

นายเทอดเกียรติ กล่าวว่า แนวโน้มตลาดน้ำมันดิบและปิโตรเคมี ปี 2569 คาดว่าราคาน้ำมันดิบดูไบจะเคลื่อนไหวในกรอบ 60-70 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล โดยมีแรงหนุนจากความต้องการใช้น้ำมันในภาคการเดินทาง ขนส่ง และการผลิตปิโตรเคมี ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ยังเผชิญความท้าทายด้านอุปทาน กลุ่มโอเปคพลัสมีแนวโน้มปรับเพิ่มกำลังการผลิต เพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาด แข่งขันกับผู้ผลิตนอกกลุ่ม อาทิ สหรัฐ และบราซิล

อย่างไรก็ตาม หากระดับราคาน้ำมันไม่จูงใจเชิงเศรษฐศาสตร์ อาจมีการชะลอการเพิ่มกำลังการผลิต เพื่อรักษาสมดุลตลาด อีกทั้งปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ยังเป็นตัวแปรสำคัญ โดยเฉพาะมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันรัสเซียจากสหรัฐ ซึ่งอาจกระทบการส่งออกของรัสเซีย ราว 1-2 ล้านบาร์เรลต่อวัน ส่งผลต่อต้นทุนขนส่ง รวมถึงความไม่แน่นอนด้านเสถียรภาพอุปทานในตลาดโลก

ตลาดปิโตรเคมี
ปี 2569 ความต้องการผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี คาดว่าจะทรงตัวใกล้เคียงปี 2568 สอดคล้องกับประมาณการเศรษฐกิจโลกที่ขยายตัว 2.6% ตามรายงานของ World Bank (Global Economic Prospects, January 2026) โดยกลุ่มสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการบริโภค เช่น บรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม และเครื่องใช้ไฟฟ้า ยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง จากภาคบริการและการขยายตัวของสังคมเมือง

ขณะที่สินค้าฟุ่มเฟือยและสินค้าคงทน เช่น ที่อยู่อาศัยและยานยนต์ อาจเติบโตจำกัดจากความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ยังเปราะบาง ด้านอุปทาน ตลาดยังเผชิญแรงกดดันจากกำลังการผลิตใหม่ โดยเฉพาะในประเทศจีน ส่งผลให้ภาวะอุปทานล้นตลาดยังคงอยู่ ผู้ผลิตบางส่วนมีแนวโน้มปรับลดอัตราการเดินเครื่องเพื่อบริหารสมดุล

นอกจากนี้ ยังต้องติดตามการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมในจีน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น ตลอดจนทิศทางมาตรการกีดกันทางการค้า อาทิ ภาษีศุลกากร มาตรการปกป้องการนำเข้า และการต่อต้านการทุ่มตลาด ซึ่งอาจกระทบต่อกระแสการค้า การลงทุน และอุปสงค์ปิโตรเคมีในระยะถัดไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : IRPC คาดราคาน้ำมันดิบดูไบปี 2569 เคลื่อนไหวในกรอบ 60-70 เหรียญสหรัฐ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...