“อินโดนีเซีย-สหรัฐ” ปิดดีลการค้า 7 พันล้านดอลลาร์ ครอบคลุมเกษตร-แร่-ชิป
"อินโดนีเซีย-สหรัฐ" ปิดดีลการค้า 7 พันล้านดอลลาร์ ครอบคลุมสินค้าเกษตร แร่สำคัญ พลังงาน และเซมิคอนดักเตอร์ ก่อนผู้นำอินโดนีเซียเข้าพบประธานาธิบดีสหรัฐเพื่อสรุปดีลการค้าระดับรัฐบาล
วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 08.46 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า บริษัทจากอินโดนีเซียและสหรัฐลงนามข้อตกลงด้านการค้าและการลงทุนมูลค่ารวมมากกว่า 7,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา หนึ่งวันก่อนที่ปราโบโว ซูเบียนโต ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย จะพบกับ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เพื่อร่วมลงนามข้อตกลงการค้าฉบับสมบูรณ์ระหว่างสองประเทศ ตามการเปิดเผยของ U.S.-ASEAN Business Council (USABC)
ข้อตกลงดังกล่าวลงนามในงานเลี้ยงอาหารค่ำเพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้นำอินโดนีเซีย ซึ่งจัดโดยหอการค้าสหรัฐ โดยครอบคลุมการที่บริษัทอินโดนีเซียตกลงซื้อสินค้าเกษตรจากสหรัฐ ได้แก่ ถั่วเหลือง 1 ล้านตัน ข้าวโพด 1.6 ล้านตัน และฝ้าย 93,000 ตัน
ในช่วงเวลาที่ไม่ได้ระบุแน่ชัด นอกจากนี้ อินโดนีเซียยังจะนำเข้าข้าวสาลีจากสหรัฐ 1 ล้านตันในปีนี้ และอาจเพิ่มเป็นสูงสุด 5 ล้านตันภายในปี 2573
USABC ระบุว่าข้อตกลงยังรวมถึงบันทึกความเข้าใจระหว่างบริษัทเหมืองแร่สหรัฐ Freeport-McMoRan กับกระทรวงการลงทุนของอินโดนีเซีย เพื่อความร่วมมือด้านแร่สำคัญ (critical minerals) รวมถึงความร่วมมือระหว่างบริษัทพลังงานของรัฐอินโดนีเซีย Pertamina กับ Halliburton ในการเพิ่มประสิทธิภาพการกู้คืนแหล่งน้ำมัน
นอกจากนี้ยังมีข้อตกลงร่วมทุนในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ 2 โครงการ หนึ่งในนั้นมีมูลค่า 4.89 พันล้านดอลลาร์ ระหว่าง Essence Global Group กับพันธมิตร และอีกโครงการเป็นการร่วมทุนของ Tynergy Technology Group
USABC ประเมินมูลค่าการนำเข้าสินค้าเกษตรจากสหรัฐของอินโดนีเซียในดีลนี้ ได้แก่ ถั่วเหลือง 685 ล้านดอลลาร์ ข้าวสาลี 1.25 พันล้านดอลลาร์ ฝ้าย 122 ล้านดอลลาร์ และเสื้อผ้าใช้แล้วจากสหรัฐเพื่อรีไซเคิล 200 ล้านดอลลาร์
ในช่วงปี 2558–2567 อินโดนีเซียมีค่าเฉลี่ยนำเข้าถั่วเหลืองจากสหรัฐปีละ 2.3 ล้านตัน ข้าวสาลีเกือบ 800,000 ตัน ฝ้ายราว 180,000 ตัน และข้าวโพดต่ำกว่า 100,000 ตัน โดยในช่วงหลัง อินโดนีเซียนำเข้าสินค้าเกษตรจากสหรัฐราว 3,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี ทำให้เป็นตลาดอันดับ 11 ของสินค้าเกษตรสหรัฐ
ประธานาธิบดีปราโบโว กล่าวในงานเลี้ยงว่า ข้อตกลงเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงย่อยเพื่อรองรับดีลการค้าสหรัฐ–อินโดนีเซียฉบับใหญ่ และจะช่วยลดดุลการค้าเกินดุลของอินโดนีเซียกับสหรัฐ พร้อมแสดงความเชื่อมั่นต่ออนาคตความสัมพันธ์ของสองประเทศ
ทั้งนี้ปราโบโวเดินทางถึงกรุงวอชิงตันในสัปดาห์นี้ เพื่อร่วมประชุมคณะกรรมการสันติภาพของทรัมป์ และหวังว่าอินโดนีเซียจะสามารถเจรจาลดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าสหรัฐจาก 19% เหลือ 18% ซึ่งจะเทียบเท่ากับอัตราที่สหรัฐให้กับอินเดียเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์
ด้าน รองผู้แทนการค้าสหรัฐ ริก สวิตเซอร์ กล่าวว่า ข้อตกลงการค้าต่างตอบแทนระหว่างสองประเทศ จะช่วยเพิ่มการค้าทวิภาคี การลงทุน และยกระดับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างกันให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
อ้างอิง : www.reuters.com