โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“ดร.เอ้”ชู“การศึกษาคือยาแก้จน” ดันโมเดลล้างหนี้ กยศ.จ้างเรียนปริญญาเอก

Thairath Money

อัพเดต 27 ม.ค. เวลา 01.00 น. • เผยแพร่ 27 ม.ค. เวลา 01.00 น.
ภาพไฮไลต์

“ดร.เอ้-สุชัชวีร์” หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ พรรคไทยก้าวใหม่ หวังปักธง 20 ส.ส. ยึด 3 กระทรวงสร้างคน“ศธ.-อว.-ดีอีเอส” ชูวาระแห่งชาติ “การศึกษาคือยาแก้จน”เปิดโมเดล“จ้างเรียนฟรีแถมเงินเดือน” ถึงปริญญาเอก ประกาศล้างหนี้ กยศ. 100% ปลดแอกคนรุ่นใหม่ 5 ล้านคน ย้ำระบบการศึกษาโลกใหม่ต้องเรียนฟรีจริง

นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคไทยก้าวใหม่ ประกาศความชัดเจนทางการเมืองในการสู้ศึกเลือกตั้งปี 2569 ว่า ตั้งเป้าหมายกวาดที่นั่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ให้ได้ 20 ที่นั่ง ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญตามรัฐธรรมนูญที่จะทำให้พรรคมีอำนาจในการเสนอร่างกฎหมายได้ด้วยตนเอง เพื่อผลักดันการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างที่พรรคตั้งใจไว้ เมื่อถูกถามย้ำว่าไม่เอา 25 ที่นั่งหรือเพื่อจะได้มีสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรี นายสุชัชวีร์ ตอบกลับทันทีว่า ตนเองมีคุณสมบัติและความพร้อมที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีได้

อย่างไรก็ตาม ในการจัดตั้งรัฐบาล นายสุชัชวีร์เสนอว่าควรมีการตั้งตำแหน่งใหม่คือ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายพัฒนาทุนมนุษย์ เพื่อบูรณาการการทำงานของ 3 กระทรวงหลักที่ตนมีความมุ่งมั่นอยากเข้าไปบริหาร ได้แก่ กระทรวงศึกษาธิการ, กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.), และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) โดยมองว่าโลกยุคใหม่เรื่องของการศึกษา เทคโนโลยี และนวัตกรรม คือเรื่องเดียวกันที่ไม่สามารถแยกขาดจากกันได้ การบริหารงานแบบแยกส่วนคือจุดอ่อนที่ต้องแก้ไขด่วน

“เหตุผลที่ต้องการดูแลกระทรวงด้านการศึกษา เพราะพรรคยึดถือปรัชญาหลักว่า การศึกษาคือยาแก้จนและเป็นเรื่องเดียวกับปากท้อง ไม่ใช่แค่เรื่องวิชาการ หากโครงสร้างการศึกษาดี เศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตก็จะดีตาม แต่ปัจจุบันไทยกำลังเผชิญวิกฤตโครงสร้างประชากรที่เด็กเกิดใหม่ลดลงเหลือเพียง 300,000-400,000 คนต่อปี ขณะที่มหาวิทยาลัยรับได้ 1 ล้านคน ซึ่งจะทำให้มหาวิทยาลัยจะตายทั้งระบบ”

.จ้างคนไทยเรียนปริญญาเอก

นายสุชัชวีร์ กล่าวว่า คู่แข่งอย่างเวียดนามผลิตวิศวกรได้ปีละแสนคน แต่ไทยกลับขาดแคลนบุคลากรทักษะสูงอย่างหนักจนเริ่มตามหลังเพื่อนบ้าน เพื่อแก้ปัญหานี้ นายสุชัชวีร์เสนอนโยบายจ้างเรียน โดยตั้งเป้าเพิ่มผู้เรียน ปริญญาโท และปริญญาเอก ให้ได้ 300,000 คน หรือ30% ของระบบ

“ปัจจุบันทุนการศึกษาระดับปริญญาเอกในระบบนั้นมีอยู่มากมายและเหลือเฟืออยู่แล้ว แต่ลำพังแค่การมีทุนให้เรียนฟรีนั้นยังไม่เพียงพอ สาเหตุเพราะกลุ่มเป้าหมายคือคนวัยทำงานที่ต้องเลือกระหว่างการเรียนกับการทำงานที่มีรายได้ประจำ 30,000–40,000 บาท ดังนั้น รัฐจึงต้องจ้างให้มาเรียน เพื่อให้การศึกษาเป็นยาแก้จนได้จริง”

นายสุชัชวีร์ แจกแจง ว่า จะใช้งบประมาณส่วนเพิ่มเพียง 5,000 ล้านบาท จากฐานเดิมที่รัฐอุดหนุนอยู่แล้ว 35,000 ล้านบาท รวมเป็น 40,000 ล้านบาท เพื่อจ่ายเป็นเงินเดือนดึงคนเก่งมา Re-skill ซึ่งงบ 5,000 ล้านบาทนี้ถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับงบสร้างถนนของกรมทางหลวงที่มีมูลค่าสูงถึง 130,000 ล้านบาท แต่ผลตอบแทน คือ ทรัพยากรมนุษย์ที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ได้มหาศาล

.ล้างหนี้ กยศ.100% รีเซ็ตชีวิต 5 ล้านคน

นายสุชัชวีร์ กล่าวต่อไปว่า พรรคไทยก้าวใหม่มีนโยบายยกเลิกหนี้ กยศ. 100% เพื่อปลดล็อกชีวิตคนรุ่นใหม่กว่า 5 ล้านคน เพราะหนี้การศึกษาเป็นปัญหาโครงสร้างที่ไม่ควรแก้แบบเดิมๆ เมื่อรัฐเปลี่ยนระบบมาเป็น เรียนฟรีและจ้างเรียน ตามข้อเสนอของพรรคไทยก้าวใหม่แล้ว ระบบกู้ยืมจึงหมดความจำเป็น ต่อไปคนไทยไม่ต้องเริ่มชีวิตด้วยการติดลบ เพราะหนี้การศึกษาคืออุปสรรคที่ทำให้คนรุ่นใหม่ตั้งตัวไม่ได้ ส่วนกองทุน กยศ. เดิมจะปรับบทบาทไปดูแลเฉพาะกรณีจำเป็นพิเศษคล้ายกองทุนเงินกู้ยืมที่ผูกกับรายได้ในอนาคต(กรอ.)เท่านั้น

สำหรับการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีนโยบาย “3 เลิก 3 ให้” ได้แก่ เลิกงบรายหัวที่ทำให้โรงเรียนเล็กได้งบอาหารกลางวันแค่วันละ 200 บาท จนเด็กไม่ได้กินหมู เลิกงานฝากครู เพื่อไม่ให้ครูต้องเสี่ยงติดคุกเพราะงานธุรการและพัสดุ และเลิกประเมินแบบผักชีโรยหน้า เลิกวัดที่เอกสาร ควบคู่กับ 3 ให้ คือ ให้เรียนฟรีจริงให้สุขภาพดีด้วยการเพิ่มนมโรงเรียน 3 เท่า ให้ดื่มถึง ม.3 และให้งบค่าอุปกรณ์การเรียน 5,000 บาท โอนตรงเข้าบัญชีผู้ปกครอง เพื่อตัดวงจรของคุณภาพต่ำจากโรงเรียน

.แก้วิกฤตกทม.จมน้ำ-ค่าไฟลดฮวบ

นอกจากนี้ นายสุชัชวีร์เตือน ว่าหากไม่ทำอะไร กรุงเทพฯ จะจมน้ำและน้ำประปาจะเค็มจนกินไม่ได้ จึงได้เสนอสร้างแนวป้องกันน้ำทะเลหนุน โดยออกพันธบัตรโครงสร้างพื้นฐาน วงเงิน 100,000 ล้านบาท ระดมทุนจากประชาชนโดยให้ดอกเบี้ยสูงกว่าธนาคาร นอกจากนี้ ยังมุ่งสร้างเศรษฐกิจใหม่ด้วยการตั้งศูนย์ซ่อมบำรุงรถไฟความเร็วสูง (MRO) ที่โคราช เพื่อรองรับเส้นทางรถไฟสายอีสานและอาเซียน สร้างงานให้เด็กอาชีวะไทยมีรายได้สูง ไม่ต้องส่งรถไฟไปซ่อมเมืองนอก พร้อมตั้งกองทุนสตาร์ทอัพวงเงินแสนล้านบาทเพื่อสนับสนุนนวัตกรรมไทย

อีกหนึ่งไฮไลต์คือมีนโยบายเปลี่ยนหลังคาเป็นรายได้ โดยรัฐจับมือเอกชนติดตั้งโซลาร์เซลล์พร้อมแบตเตอรี่ให้ฟรีทุกครัวเรือน เพื่อปฏิวัติค่าไฟแพง โดยชี้ว่าหัวใจสำคัญคือเทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่ราคาถูกลงและมีประสิทธิภาพสูง ทำให้สามารถเก็บไฟไว้ใช้ตอนกลางคืนได้โดยไม่ต้องพึ่งพาสายส่งและต้นทุนเชื้อเพลิงที่ผันผวน ส่งผลให้ค่าไฟลดฮวบเหลือเพียงหน่วยละ 2-3 บาท อีกทั้งยังสามารถขายไฟฟ้าส่วนเกินแบ่งปันให้เพื่อนบ้านได้ทันที เปลี่ยนรายจ่ายเป็นรายรับ เสมือนการยืมหลังคาบ้านมาผลิตไฟฟ้าโดยที่เจ้าของบ้านไม่ต้องควักกระเป๋าลงทุนเองแม้แต่บาทเดียว

“อย่างไรก็ตาม ผมรู้ว่าความจริงทางการเมือง แม้ผลโพลจะระบุว่าประชาชนเลือกจากนโยบายเพื่อภาพลักษณ์ที่ดี แต่ในทางปฏิบัติจริง นโยบายกลับไม่ใช่ปัจจัยหลักในการตัดสินใจ เอาเป็นว่า ถ้าจะใช้ผม ต้องเลือกผม"

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ดร.เอ้”ชู“การศึกษาคือยาแก้จน” ดันโมเดลล้างหนี้ กยศ.จ้างเรียนปริญญาเอก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...