โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

แรงงานไทยในอิหร่าน เผย ตัดสินใจกลับ เหตุนายจ้างห่วงความปลอดภัย ขอให้กลับไทยก่อน

The Reporters

อัพเดต 12 มี.ค. เวลา 11.50 น. • เผยแพร่ 12 มี.ค. เวลา 11.50 น.

คู่สามี-ภรรยาแรงงานไทยในอิหร่าน เปิดใจอยู่กรุงเตหะรานนานกว่า 11-12 ปี ค่าแรงเริ่มต้น 30,000 บาท เผย ตัดสินใจกลับ เหตุนายจ้างห่วงความปลอดภัยขอให้เดินทางกลับไทยก่อน หลังสถานการณ์สู้รบรุนแรงขึ้น หากสถานการณ์สงบพร้อมกลับไปทำงานต่อ

วันนี้ (12 มี.ค. 69) เวลา 09.00 น. คนไทยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง เดินทางกลับจากประเทศอิหร่านถึงประเทศไทย จำนวน 38 คน ประกอบด้วยแรงงานไทย 18 คน และครอบครัวคนไทย 16 คน

นางศศิวิมล ลามอ อายุ 40 ปี ซึ่งทำงานสปาในประเทศอิหร่าน เป็นตัวแทนคนไทยที่เดินทางกลับมาในครั้งนี้ กล่าวว่า ขอขอบคุณนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี รวมถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว กระทรวงแรงงาน กรมการกงสุล และทีมงานทุกฝ่ายที่ช่วยประสานงานอพยพคนไทย ทำให้ทุกคนสามารถเดินทางกลับประเทศไทยได้อย่างปลอดภัย

นางศศิวิมล ระบุว่า ตนทำงานสปาในประเทศอิหร่านมา 11 ปี และเคยเผชิญเหตุการณ์โจมตีทางอากาศลักษณะคล้ายกันเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่ผ่านมา แต่ครั้งนั้นไม่ได้มีการดูแลและประสานงานอย่างเป็นระบบเหมือนครั้งนี้ ช่วงแรกที่เกิดเหตุยังไม่ได้คิดจะกลับประเทศไทย เพราะคิดว่าสถานการณ์จะคล้ายครั้งก่อนและไม่น่ารุนแรง แต่เมื่อเวลาผ่านไปเกือบ 10 วัน สถานการณ์เริ่มรุนแรงขึ้น นายจ้างจึงขอให้พนักงานเดินทางกลับประเทศไทยก่อนเพื่อความปลอดภัยของทุกคน โดยกระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้ดูแลการเดินทางทั้งหมด ทั้งเรื่องที่พักและอาหาร โดยสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเตหะราน และสถานทูตไทยในตุรกีช่วยประสานงานและดูแลตลอดเส้นทาง การเดินทางเริ่มจากการพักอยู่ที่สถานทูตไทยในกรุงเตหะราน ก่อนจะเดินทางไปยังชายแดนอิหร่านเพื่อข้ามเข้าสู่ประเทศตุรกี จากนั้นพักค้างหนึ่งคืนและเดินทางกลับประเทศไทย โดยออกเดินทางตั้งแต่วันที่ 10 มีนาคม และเดินทางถึงประเทศไทยในวันที่ 12 มีนาคม

นางศศิวิมล ระบุด้วยว่า ระหว่างที่พักอยู่ในพื้นที่ได้ยินเสียงเหตุการณ์ความรุนแรงจากระยะไกล แต่ไม่ได้รับอันตราย เนื่องจากนายจ้างไม่อนุญาตให้พนักงานออกไปข้างนอกเพื่อความปลอดภัย พร้อมย้ำว่าการอพยพครั้งนี้ใช้เวลาประมาณสามวัน และตลอดเส้นทางไม่มีอุปสรรค เนื่องจากสถานทูตทั้งสองประเทศช่วยประสานงานและดูแลเป็นอย่างดี โดยแรงงานในบริษัทของตนได้เดินทางออกมาหมดแล้ว และบางส่วนกำลังเดินทางกลับในวันนี้ และหากสถานการณ์กลับมาสงบก็มีความคิดจะเดินทางกลับไปทำงานอีกครั้ง เนื่องจากมีรายได้ที่ดี และนายจ้างดูแลคนไทยเป็นอย่างดีเหมือนครอบครัว

ด้านนายพรพจน์ พุทไธสงค์ อายุ 53 ปี ซึ่งทำงานสปาเช่นกัน เปิดเผยว่า ตนอาศัยและทำงานอยู่ในกรุงเตหะรานมานาน 12 ปี โดยทำงานในรูปแบบสัญญาปีต่อปี และจะได้กลับประเทศไทยปีละหนึ่งครั้ง พร้อมระบุว่าเหตุการณ์ที่ปรากฏตามข่าวบางส่วนอาจมีทั้งที่ตรงกับความจริงและคลาดเคลื่อน สำหรับสถานการณ์ในกรุงเตหะราน หากถามว่ารุนแรงหรือไม่ ส่วนตัวมองว่ายังไม่รุนแรงมาก จุดที่ถูกโจมตีส่วนใหญ่เป็นหน่วยงานราชการ เช่น สถานีตำรวจ หน่วยงานทหาร หรือสถานที่ราชการ ขณะที่พื้นที่ที่อยู่อาศัยได้รับผลกระทบบ้างเป็นบางส่วนเท่านั้น โดยแรงงานไทยในอิหร่านส่วนใหญ่ทำงานในธุรกิจสปา ขณะที่บางส่วนทำงานด้านเพาะเลี้ยงกุ้ง และค่าแรงเริ่มต้นในช่วงปีแรกอยู่ที่ประมาณ 30,000 บาทต่อเดือน ส่วนตัวตนยังคงเชื่อมั่นในระบบความปลอดภัยของประเทศอิหร่าน และมองว่าสถานการณ์น่าจะสามารถคลี่คลายได้ในอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...