โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

AOC 1441 เผยกลโกง AI พร้อมเตือนภัย คนวัยทำงานปี 69

การเงินธนาคาร

อัพเดต 2 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 22.17 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

AOC 1441 เตือนภัยปี 69 คนวัยทำงานเสี่ยงสุด กลโกงโจรออนไลน์ ใช้ AI ปลอมหน้าคนรู้จัก-QR Code ปลอมดูดเงินแบบไร้รอยต่อ

วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 ในยุคที่เทคโนโลยีก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว ชีวิตประจำวันของเราผูกพันกับโลกออนไลน์มากขึ้นทุกวัน แต่เบื้องหลังความสะดวกสบาย กลับมีภัยคุกคามที่ซ่อนอยู่ ศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ศปอท.) หรือ AOC 1441 ขอเตือนภัยประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มคนวัยทำงาน ซึ่งกลายเป็นเป้าหมายหลักของกลุ่มมิจฉาชีพที่นำเทคโนโลยี AI และเทคนิคการหลอกลวงที่ซับซ้อนมาใช้ในการก่ออาชญากรรมที่แนบเนียนแบบไร้รอยต่อ

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า ตามนโยบายการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ สแกมเมอร์ กระทรวงดีอีมุ่งเน้นให้ความสำคัญกับการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยออนไลน์ การหลอกลวงของมิจฉาชีพ เพื่อป้องกันและลดผลกระทบความเสียหายจากสแกมเมอร์ที่เกิดขึ้นกับประชาชนให้ได้มากที่สุด

คนวัยทำงานเสี่ยงสูงสุด

จากข้อมูลของศูนย์ AOC 1441 พบว่า สถิติในปี 2568 ที่ผ่านมาเผยให้เห็นข้อมูลที่น่าวิตกกังวลคือกลุ่มอายุ 20-49 ปี ซึ่งเป็นวัยทำงานและมีกำลังซื้อสูง กลับกลายเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงสุดในการตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมออนไลน์ ด้วยจำนวนผู้เสียหายมากถึง 405,929 เคส และความเสียหายทางการเงินสูงถึง 23,403 ล้านบาท

โดยรูปแบบการหลอกลวงที่พบบ่อยที่สุด คือ การหลอกลวงในการซื้อขายสินค้าหรือบริการ, การหลอกให้โอนเงินภายใต้ข้ออ้างการหารายได้พิเศษ และการหลอกลงทุนผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์

4“สแกม” อันตรายที่พึงระวังในปี 2569

สำหรับแนวโน้มวิธีการหลอกลวงของมิจฉาชีพในปัจจุบันที่พบมากที่สุด มี 4 รูปแบบดังนี้

(1) ข้อความหลอกลวงผ่าน SMS และไลน์แนบลิงก์

มิจฉาชีพจะส่งข้อความสั้นอ้างว่ามาจากหน่วยงานราชการหรือเอกชน โดยแจ้งว่ามีค่าใช้จ่ายค้างชำระ เช่น ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำประปา หรือกลับกัน อ้างว่ามีเงินคืนให้รับ แล้วแนบลิงก์ให้กดเข้าไป หากประชาชนคลิกลิงก์ดังกล่าว อาจถูกหลอกให้ติดตั้งแอปพลิเคชันที่มีมัลแวร์เพื่อดูดเงินในบัญชี หรือถูกพาไปยังเว็บไซต์ปลอมเพื่อกรอกข้อมูลส่วนตัว สิ่งสำคัญที่ต้องจำไว้คือ หน่วยงานราชการและธนาคารไม่มีนโยบายส่งลิงก์ผ่านทาง SMS หรือช่องทางโซเชียล ให้กับประชาชน

(2) เทคโนโลยี AI Deepfake

ความก้าวหน้าของปัญญาประดิษฐ์ (AI) กลายเป็นดาบสองคมในมือของมิจฉาชีพ เทคโนโลยี AI สามารถเลียนแบบเสียงพูดและสร้างภาพใบหน้าเคลื่อนไหวของบุคคลที่เรารู้จักได้อย่างสมจริง คนร้ายใช้เทคนิคนี้โทรหาเหยื่อโดยแกล้งเป็นเพื่อนหรือคนรู้จักขอยืมเงิน หรือแม้กระทั่งปลอมเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อข่มขู่ว่าเหยื่อมีความเกี่ยวข้องกับคดีต่างๆ เพื่อหลอกให้โอนเงิน ดังนั้นการได้ยินเสียงหรือเห็นภาพคนที่เรารู้จักผ่านหน้าจอไม่ได้เป็นหลักประกันว่าเป็นบุคคลในจอจะเป็นเพื่อน ญาติ หรือเจ้าหน้าที่รัฐตัวจริงอีกต่อไป

(3) QR Code ปลอมที่ซ่อนอยู่รอบตัว

อีกหนึ่งรูปแบบการหลอกลวงคือการใช้ QR Code ปลอมโดยมิจฉาชีพจะแปะ QR Code ปลอมทับของจริงตามจุดบริการสาธารณะ เช่น ร้านอาหาร ปั๊มน้ำมัน หรือส่งมาทางอีเมลโดยอ้างว่าเป็นโปรโมชัน เมื่อประชาชนสแกน QR Code เหล่านี้ จะถูกลิงก์ต่อไปยังเว็บไซต์ หรือแอพลิเคชันปลอมที่ออกแบบมาเพื่อขโมยรหัสผ่านหรือดูดเงินจากบัญชีทันที การป้องกันที่ดีที่สุดคือการตรวจสอบแหล่งที่มาของ QR Code ทุกครั้งก่อนสแกน และหากพบว่าลิงก์ที่ปรากฏขึ้นดูผิดปกติ ควรปิดทันที

(4) การหลอกลงทุนออนไลน์

การหลอกลงทุนในสกุลเงินดิจิทัลหรือผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ยังคงเป็นรูปแบบอาชญากรรมที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง มิจฉาชีพจะล่อใจด้วยผลตอบแทนที่สูงเกินจริง และสร้างโปรไฟล์ปลอมเป็นผู้มีชื่อเสียงหรือนักลงทุนมืออาชีพเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ เมื่อเหยื่อโอนเงินเข้าไปแล้ว เงินก็จะถูกส่งต่อจากบัญชีม้าหนึ่งไปยังอีกหลายๆบัญชี หรือถูกแปลงเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลในเวลาอันรวดเร็ว

อุทาหรณ์จากผู้เสียหาย

ถูกลวงลงทุนเปิดร้านค้าออนไลน์ สูญเงินกว่า6 ล้านบาท

AOC 1441 ขอยกตัวอย่างกรณีจริงที่เกิดขึ้น ผู้เสียหายหญิงสาวรายหนึ่ง โพสต์ขายสินค้ามือสองผ่านเฟซบุ๊ก ต่อมามีบุคคลมาคอมเมนต์ใต้โพสต์แนะนำกลุ่มซื้อขายสินค้ามือสอง เมื่อผู้เสียหายสนใจจึงติดต่อสอบถามรายละเอียดกับผู้ดูแลกลุ่ม และได้รับแจ้งว่าจะต้องโอนเงินเป็นค่าเปิดบัญชีร้านค้าก่อน หลังจากนั้นคนร้ายได้เรียกเก็บเงินเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง ทั้งค่าเปิดการมองเห็น ค่าเพิ่มการโฆษณา และค่าส่วนกลาง โดยอ้างว่าจะได้รับเงินคืนเมื่อมียอดขาย ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินไปมากถึง 6,172,641 บาท แต่กลับไม่มีการซื้อขายเกิดขึ้น ผู้เสียหายรู้สึกผิดสังเกต เมื่อตรวจสอบจึงพบว่าถูกหลอก

ขณะที่ผู้เสียหายอีกราย พบโฆษณารับสมัครคนร่วมทีมแจกผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ดังยี่ห้อหนึ่งผ่านช่องทาง Facebook ผู้เสียหายสนใจจึงเพิ่มเพื่อนทาง Line เพื่อสอบถามรายละเอียด ต่อมาได้รับการชักชวนลงทุนขายสินค้าแบรนด์ดังกล่าว โดยโอนเงินร่วมลงทุนแล้วรอรับผลตอบแทน ผู้เสียหายจึงโอนเงินไป 1,040,915 บาท เพื่อเริ่มลงทุน ช่วงแรกได้รับเงินคืนกลับมาจริงพร้อมทั้งค่าคอมมิชชัน ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินไปลงทุนเป็นจำนวนมาก แต่ไม่ได้รับเงินคืน เมื่อตรวจสอบทำให้ทราบภายหลังว่าเป็นมิจฉาชีพ

แนวทางการป้องกันตนเอง

การรู้เท่าทันภัยออนไลน์ ถือเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุด ประชาชนควรระมัดระวังไม่กดลิงก์จากข้อความที่ไม่รู้จัก ตรวจสอบข้อมูลทุกครั้งก่อนโอนเงิน ไม่เชื่อผลตอบแทนที่สูงผิดปกติ ระวังการสแกน QR Code ในที่สาธารณะ และหากมีข้อสงสัยควรโทรกลับไปยืนยันตัวตนจากหมายเลขโทรศัพท์จริงของหน่วยงานนั้น

ทั้งหมดนี้ สะท้อนให้เห็นว่า โลกออนไลน์เต็มไปด้วยโอกาสและความสะดวกสบาย แต่ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงที่เราทุกคนต้องตระหนักรู้ การป้องกันตนเองที่ดีที่สุดคือการมีสติ รอบคอบ และไม่ประมาท โดยยึดหลัก“4 ไม่” คือ “ไม่กดลิงค์ ไม่เชื่อ ไม่รีบ ไม่โอน” เมื่อเราเข้าใจวิธีการของมิจฉาชีพ เราจะสามารถปกป้องทรัพย์สินและความปลอดภัยของตนเองและคนที่เรารักได้

หากพบเห็นหรือตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยี สามารถแจ้งความได้ทันทีที่สายด่วน AOC 1441 หรือแจ้งความออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ www.thaipoliceonline.go.th ตลอด 24 ชั่วโมง การรายงานอย่างรวดเร็วอาจช่วยให้สามารถติดตามคนร้ายและได้เงินคืน รวมถึงป้องกันผู้อื่นไม่ให้ตกเป็นเหยื่อได้

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...