24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569
24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569
>> 'เท้ง' เดินทางมาศาล ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา คดีทุนพลังงานฟ้อง100ล้าน ยืนยันความบริสุทธิ์
09.00 น.นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน เดินทางมาศาลอาญารัชดาภิเษก เพื่อตรวจหลักฐานและสอบคำให้การ ในคดีที่บริษัทกลุ่มพลังงาน ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย 100 ล้านบาท ในข้อหาหมิ่นประมาท เนื่องจากการแถลงข่าวตั้งข้อสังเกตโครงการจัดซื้อพลังงานไฟฟ้าหมุนเวียนของรัฐบาล
นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า วันนี้จะรับทราบข้อกล่าวหา และจะปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา พร้อมยืนยันในความบริสุทธิ์ ส่วนรายละเอียดในคดีจะลงมาให้สัมภาษณ์หลังตอบคำให้การที่ศาลเสร็จสิ้น
นอกจากนี้ นายณัฐพงษ์ กล่าวถึงการจัดตั้งรัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่อาจจะมีความขัดแย้งกับพรรคกล้าธรรม นายณัฐพงษ์กล่าวว่าพรรคประชาชนไม่มีปัญหาการทำงานร่วมกับพรรคการเมืองใดที่ไม่ได้ร่วมจัดตั้งรัฐบาล และไม่ได้นำมาเป็นเงื่อนไข ยืนยันว่าสามารถทำงานร่วมกันได้ เพราะพรรคการเมืองฝ่ายค้านต้องมีจุดยืนในการตรวจสอบรัฐบาล สุดท้ายเชื่อว่าพรรคการเมืองฝ่ายค้านสามารถทำงานร่วมกันได้ ผ่านกลไกวิปฝ่ายค้าน
>> รถอเนกประสงค์ชนแบริเออร์แล้วตกข้างทางลงเขาพับผ้า มีผู้เสียชีวิต ขณะเกิดเหตุพระธุดงค์ 2 รูปเดินผ่าน นิมนต์สวดแผ่เมตตา
09.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นาโยง รับแจ้งอุบัติเหตุรถยนต์เสียหลักตกข้างทางมีผู้เสียชีวิต เหตุเกิดบริเวณถนนเส้นทาง ตรัง - พัทลุง ฝั่งขาเข้าตรังช่วงทางลงเขาพับผ้า ในพื้นที่ อ.นาโยง จ.ตรัง
ที่เกิดเหตุ เป็นถนนลงจากเขาบรรทัด ลักษณะเป็นทางโค้ง บริเวณข้างทางด้านล่างเป็นเชิงเขาต่ำกว่าถนนประมาณ 3 เมตร พบรถยนต์อเนกประสงค์ ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นปาเจโร่ สีดำ ป้ายทะเบียน พัทลุง สภาพรถมีรอยเฉี่ยวชนด้านซ้าย กระจกด้านหลังแตก บริเวณฝั่งคนขับพบร่างผู้เสียชีวิต 1 ราย ตรวจสอบเอกสาร เป็นชายไทย อายุ 59 ปี ชาวอำเภอเมืองพัทลุง
ขณะที่จากแนวทางการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่าผู้ตายได้ขับรถออกมาจาก จ.พัทลุง ในช่วงเวลาประมาณ 23.00 น.เมื่อวานนี้ เพื่อมาเยี่ยมญาติที่ รพ.ใน จ.ตรัง คาดว่าเมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นทางโค้งและเป็นช่วงลงเขาพอดี รถอาจจะเสียหลักชนกับแบริเออร์ก่อนตกลงไปข้างทางดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ตำรวจจะได้ทำการประสานญาติเพื่อทำการสอบปากคำเพิ่มเติม ก่อนนำร่างส่งชันสูตรที่ รพ.นาโยง เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตต่อไป
ระหว่างนั้นเองมีพระธุดงค์ 2 รูป จาก จ.เลยและเชียงรายเดินผ่านมาพอดี ทางประชาชนที่มาดูเหตุการณ์ได้นิมนต์มาให้สวดมนต์และแผ่เมตตาให้กับผู้เสียชีวิต จากนั้นจึงได้เดินเท้าไปธุดงค์ต่อที่ จ.ระนอง ขณะที่จากการตรวจสอบโดยรอบพบบริเวณแบริเออร์พบรอยล้อรถ และรอยร้าวที่ถูกชนห่างจากจุดที่พบรถประมาณ 7 เมตร ตำรวจจึงได้ถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน
>> แผ่นดินไหว ที่แม่สาย จังหวัดเชียงราย รับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนได้
09.37 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งว่า เกิดเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 3.3 ที่ระดับความลึก 3 กิโลเมตร บริเวณพื้นที่ของ ตำบลบ้านด้าย อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย
สาเหตุเกิดจากการเลื่อนตัวของกลุ่มรอยเลื่อนแม่จัน ที่มีแนวการวางตัวในทิศเกือบทิศตะวันตก-ตะวันออก มีการเลื่อนตัวตามแนวระนาบเหลื่อมซ้าย (Left lateral strike slip fault)
มีรายงานการรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือน ในพื้นที่ ตำบลเวียงพางคำ ตำบลโป่งงาม ตำบลบ้านด้าย อำเภอแม่สาย ตำบลแม่จัน อำเภอแม่จัน ตำบลแม่สลองใน อำเภอแม่ฟ้าหลวง และตำบลศรีดอนมูล อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย เบื้องต้นยังไม่มีรายงานความเสียหาย
>> "ซาบีดา" แจง “สงกรานต์ไทย” ขึ้นทะเบียนยูเนสโก ตั้งแต่ปี 66 ไม่กังวลกัมพูชาเตรียมเสนอในปี 2570 ยืนยันไม่กระทบไทย
11.07 น. นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ชี้แจงกรณีกระแสข่าวที่ประเทศกัมพูชาเสนอรายการ ต่อ UNESCO ว่า เป็นข้อมูลจริงตามที่สื่อมวลชนได้นำเสนอ ขอยืนยันว่าการดำเนินการดังกล่าว ไม่กระทบต่อสถานะ “สงกรานต์ในประเทศไทย” ซึ่งประเทศไทยได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติเป็นที่เรียบร้อยแล้วตั้งแต่ปี 2566
ฉะนั้น การขึ้นทะเบียนดังกล่าวของประเทศไทยมีผลสมบูรณ์ และไม่ถูกกระทบจากการเสนอของประเทศอื่นโดยการขึ้นทะเบียนของ UNESCO ไม่ได้เป็นการรับรองความเป็นเจ้าของแต่เพียงประเทศเดียว เนื่องจากประเพณีที่มีลักษณะใกล้เคียงกันสามารถมีความคล้ายคลึงกันได้ในหลายประเทศ
ไทยยังมีรายการมรดกวัฒนธรรมที่เสนอเพิ่มเติมอีกหลายชนิด เช่น ชุดไทย มวยไทย ผ้าขาวม้า และลอยกระทง เป็นต้น โดย “ชุดไทย” มีกำหนดเข้าสู่การพิจารณาของ UNESCO ในปีปลาย 2569 นี้ กระทรวงวัฒนธรรมโดยรัฐบาลไทย ทำงานเชิงรุกในทุกมิติเพื่อปกป้องทุนวัฒนธรรมไทยและมรดกของชาติทุกประเภทให้เป็นของชาติไทยอย่างแข็งขัน
ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมวัฒนธรรมในฐานะหน่วยงานเจ้าของเรื่อง ดำเนินการประชาสัมพันธ์ข้อมูลที่ถูกต้องแก่ประชาชนทราบ และติดตามความคืบหน้าการดำเนินการดังกล่าวของประเทศกัมพูชาอย่างใกล้ชิดต่อไป
>> "อนุทิน" สั่งทุกจังหวัด ป้องกันไฟป่า หมอกควัน ฝุ่น PM2.5 ขอความร่วมมือลด – งดเผา
11.10 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สั่งการไปยังทุกจังหวัดรวมถึงกรุงเทพมหานคร เตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ปี 2568-2569 โดยการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการเชิงพื้นที่ การป้องกันและลดการเกิดฝุ่นละอองจากแหล่งกำเนิด การดูแลสุขภาพประชาชน การประชาสัมพันธ์และสร้างการรับรู้ การควบคุมสถานการณ์ และการรายงานผลอย่างต่อเนื่อง
โดยกระทรวงมหาดไทยได้แจ้งทุกจังหวัดยกระดับมาตรการเฝ้าระวัง ติดตาม แก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ทบทวนแผนเผชิญเหตุ เตรียมพร้อมให้การสนับสนุนตลอด 24 ชั่วโมง ประกาศงดเว้นการเผาในที่โล่ง ครอบคลุมพื้นที่ป่าและเกษตรทั่วประเทศ ช่วง 1 มกราคม –30 เมษายน 2569 จัดทำแผนเผชิญเหตุและบันทึกข้อตกลงร่วมกัน กำชับให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ดำเนินมาตรการงดเผาอย่างเข้มงวดและต่อเนื่อง รวมถึงให้หาแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรหลังฤดูเก็บเกี่ยวไม่ให้มีการเผา เพื่อป้องกันฝุ่นควันรวมถึงไฟป่าที่จะส่งผลกระทบต่อประชาชนได้
>> รถนั่งส่วนบุคคลชนกับรถจักรยานยนต์แล้วพลิกคว่ำลงข้างทาง พบผู้เสียชีวิตใต้ซากรถ
11.15 น. หน่วยกู้ภัยกาฬสินธุ์ รับแจ้งว่า มีอุบัติเหตุรถนั่งส่วนบุคคลชนกับรถจักรยานยนต์ แล้วพลิกคว่ำลงข้างทาง มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย ริมถนนเส้นทางบ้านเสมา - บ้านข้าวหลาว ในพื้นที่ ตำบลกมลาไสย อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์
ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีดำ ล้มคว่ำสภาพรถพังเสียหาย และใกล้กันพบรถนั่งส่วนบุคคล โตโยต้า สีแดง ลักษณะพลิกหงายท้องอยู่ข้างทาง ตรวจสอบพบว่ามีผู้บาดเจ็บรวม 6 ราย ทางอาสาสมัครช่วยเหลือและนำส่ง รพ.ใกล้เคียง จำนวน 5 ราย เป็นผู้หญิง 3 และผู้บาดเจ็บ 2 ราย ส่วนอีก 1 รายนั้นมีอาการสาหัสและถูกรถเก๋งทับไว้ เจ้าหน้าที่ดำเนินการใช้เครื่องมือตัดถ่างและนำร่างออกมา พบว่าได้เสียชีวิตแล้ว เป็นผู้ชาย อายุประมาณ 30 - 40 ปี ในส่วนของสาเหตุอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กมลาไสย
>> เปิด “ยุทธการตัดเนื้อร้าย” ล้างบางเจ้าหน้าที่รัฐเอี่ยวขบวนการค้ายาข้ามชาติ ยึดทรัพย์ - ดำเนินคดีขั้นสูงสุด
12.12 น. สำนักงาน ป.ป.ส. เปิดปฏิบัติการ “ยุทธการตัดเนื้อร้าย” ดำเนินการจับกุมเจ้าหน้าที่ของรัฐร่วมขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ
โดยเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงาน ป.ป.ส. (สำนักปราบปรามยาเสพติด และ สำนักงาน ปปส.ภาค 4) ประสานรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 เพื่อดำเนินการจับกุม ส.ต.อ.รายนึง (สงวนนาม) ตามหมายจับศาลจังหวัดบึงกาฬ ซึ่ง ส.ต.อ.รายนี้ มีบทบาทเป็นผู้ประสานควบคุมการลำเลียงยาเสพติด และรับโอนเงินค่ายาเสพติดร่วมกับเครือข่ายนักค้ายาเสพติดข้ามชาติชาวลาว โดยถูกออกหมายจับในคดีวันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 สภ.บึงกาฬ จับกุมผู้ต้องหา 1 คน พร้อมยาบ้า 1,594,000 เม็ด ที่ จ.บึงกาฬ
ในคดีดังกล่าว เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ดำเนินการสืบสวนขยายผล เป็นเวลากว่า 3 เดือน จนกระทั่งสามารถรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลอนุมัติหมายจับผู้เกี่ยวข้องรวม 4 ราย (ประชาชน 3 ราย, เจ้าหน้าที่ของรัฐ 1 ราย) พบพยานหลักฐานเกี่ยวกับเส้นทางการเงิน และพยานหลักฐานอื่น ๆ จนนำมาซึ่งการถูกออกหมายจับ พร้อมตรวจยึดทรัพย์สินรวมมูลค่า 1,600,000 บาท (รถยนต์ 3 คัน) และอายัดเงินในบัญชีธนาคาร 4 บัญชี ยอดเงิน 985,837 บาท
นอกจากนี้ จากการสืบสวนพบว่า มีนักค้ายาเสพติดข้ามชาติชาวลาว มีพฤติการณ์จัดหายาเสพติด จาก สปป.ลาว เข้ามายังประเทศไทย มีการจัดหาทีมลำเลียง รวมถึงประสานเจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่ออำนวยความสะดวกกลุ่มผู้ลำเลียงยาเสพติด และมีส่วนรู้เห็นเกี่ยวกับการค้ายาเสพติด โดยในห้วงปี 2568 พบว่ามีคดีการจับกุมที่เกี่ยวข้องกับผู้ต้องหารายนี้ รวมจำนวน 6 คดี จับกุมผู้ต้องหา 6 คน ยาบ้า 5,800,000 เม็ด ไอซ์ 917 กิโลกรัม เหตุเกิดในพื้นที่ จ.นครราชสีมา จ.บึงกาฬ จ.สระบุรี และ จ.ราชบุรี
>> ”บิ๊กเต่า“ เตรียมเรียกสอบหญิงผู้เสียหายเพิ่มอีก 6 ราย คดีสัปเหร่อทำพิธีอนาจาร อ้างแก้คุณไสย
12.31 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน กองปราบฯ เตรียมตั้งข้อหาหนัก "สัปเหร่อหื่น" อ้างพิธีสอดใส่ลูกกาเลาะถอนของ - เหยื่อโผล่เพิ่มแฉวีรกรรมสุดสยอง กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ความคืบหน้าคดีสัปเหร่อชื่อดังล่อลวงหญิงสาวทำพิธีกรรมอนาจาร ล่าสุด "บิ๊กกอล์ฟ" ผบก.ป. สั่งระดมทีมสอบสวนขยายผล หลังพบเหยื่อพุ่งนับสิบราย ด้าน "บิ๊กเต่า" ชี้พฤติกรรมเข้าข่ายโรคจิต ผู้เสียหายทยอยสอบปากคำเพิ่ม 17 ก.พ. นี้ พร้อมหลักฐานถูกมีดโกนบาดอวัยวะเพศ วันที่ 16 ก.พ. 69 รายงานข่าวระบุว่า หญิงผู้เสียหายเตรียมเข้าให้ข้อมูลในรายการดัง "โหนกระแส" อีกรอบ เพื่อเปิดโปงพิธีกรรมสุดสยอง อ้างการ "ผ่าเอาเด็กตายในท้องออก" ซึ่งเป็นพฤติการณ์ที่มีความเชื่อทางไสยศาสตร์ซึ่ง“เณรแอ”เคยถูกดำเนินคดีในลักษณะคล้ายกัน เมื่อ 30 ปีก่อน
และ วันพรุ่งนี้ (17 ก.พ.) พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว (บิ๊กเต่า) รอง ผบช.ก. นัดหมายหญิงผู้เสียหายเพิ่มอีก 6 ราย เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อสอบปากคำโดยละเอียด
ซึ่งมีผู้เสียหายรายหนึ่งเตรียมนำหลักฐานเป็น "ภาพถ่ายบาดแผลที่อวัยวะเพศ" ซึ่งเกิดจากการถูกสัปเหร่อใช้มีดโกนขนลับแล้วเหยื่อขัดขืนจนถูกบาด มามอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อประกอบสำนวนคดี ที่คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนจะพิจารณาตั้งข้อหาสัปเหร่อรายนี้ ว่ากระทำอนาจารหรือเหลอกลวง เพื่อดำเนินคดีให้ถึงที่สุด
>> เพลิงไหม้ทาวน์เฮ้าส์ ในชุมชนพระงาม จ.นครปฐม คาดสาเหตุจากจุดธูปเทียนไหว้ตรุษจีน
13.06 น. เจ้าหน้าที่วิทยุของ สภ.เมืองนครปฐม จ.นครปฐม รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านพักอาศัยบริเวณชุมชนพระงาม ภายในเขตเทศบาลนครนครปฐม ที่เกิดเหตุพบเป็นบ้านปูนลักษณะทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น โดยเพลิงกำลังลุกไหม้บริเวณชั้น 2 เจ้าหน้าที่จึงระดมฉีดน้ำสกัดเพลิง ใช้เวลาประมาณ 20 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้
จากการตรวจสอบพบความเสียหายบริเวณหิ้งพระ ซึ่งเป็นจุดต้นเพลิง โดยเจ้าของบ้าน อายุ 72 ปี เล่าว่า จุดธูปเทียนกราบไหว้บนหิ้งพระบริเวณชั้น 2 คาดว่าหลังเสร็จพิธีดับเทียนไม่สนิท ก่อนลงมาชั้นล่างโดยไม่ได้ตรวจสอบ ทำให้เกิดเปลวไฟลุกลามติดวัสดุใกล้เคียง กระทั่งชาวบ้านที่ขับรถผ่านบริเวณดังกล่าว สังเกตเห็นควันพวยพุ่งออกจากหน้าต่างและประตูชั้น 2 จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าระงับเหตุได้ทันเวลา เบื้องต้นไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบรายละเอียดสาเหตุของเพลิงไหม้อย่างละเอียดอีกครั้ง
>> ประชาชนหลั่งไหลเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทะลุ 6.4 แสนคน
13.21 น. กรุงเทพมหานครเผยภาพรวมการเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมีประชาชนจากทั่วประเทศและในพื้นที่กรุงเทพฯ เดินทางมาเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท โดยยอดรวมสะสม ณ วันที่ 15 ก.พ. 69 มีจำนวนทั้งสิ้น 649,433 คน (ตั้งแต่วันที่ 27 ต.ค. 68)
ในการนี้ กรุงเทพมหานครได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดูแลความเรียบร้อยและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนอย่างสูงสุด ทั้งด้านการแพทย์ฉุกเฉิน การจราจร และความปลอดภัย รวมถึงจัดอาสาสมัครประจำจุดบริการและจุดพักคอย โดยมีการบริหารจัดการเส้นทางเข้า-ออกอย่างเป็นระบบ นอกจากนี้ยังจัดเตรียมบริการน้ำดื่ม สุขา รถวีลแชร์ และรถกอล์ฟสำหรับผู้สูงอายุและผู้พิการ ตลอดจนจุดบริการยืม-คืนเครื่องแต่งกาย เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าร่วมกราบถวายบังคมพระบรมศพได้อย่างเหมาะสม
>> เพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ซอยสายไหม 33/1 ประชาชนช่วยกันใช้ถังดับเพลิงทำการดับเพลิงสงบ
14.37 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ หมู่บ้านเอื้ออาทรสายไหม อาคาร 22 ซอยสายไหม 33/1 ถนนสายไหม แขวงสายไหม เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นอาคารคอนกรีต 5 ชั้น ใช้สำหรับพักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้น 5 ภายในห้องพัก เพลิงลุกไหม้ ไมโครเวฟ กระทะไฟฟ้า เครื่องครัว ประตูไม้ และคอมเพรสเซอร์เครื่องปรับอากาศ พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายประมาณ 2 ตารางเมตร ประชาชนใช้ถังดับเพลิงทำการดับเพลิงสงบ ก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและกู้ภัยทำการระบายควันและความร้อน
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่กระทะไฟฟ้า ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยสายไหม
>> ปิดฉากผู้ต้องหาพยายามฆ่า หลังหลบหนีมานานกว่า 18 ปี เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา
15.14 น. ตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ได้ร่วมกันจับกุมตัว ชาย อายุ 51 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา ในความผิดฐาน “พยายามฆ่าผู้อื่น” โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่บริเวณริมถนนราชพฤกษ์ แขวงปากคลองภาษีเจริญ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร
พฤติการณ์กล่าวคือ เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2551 ผู้ต้องหาได้ดื่มสุราจนมึนเมา และได้ชักชวนผู้เสียหายซึ่งเป็นเพื่อนร่วมงานให้มาดื่มสุราด้วยกัน แต่ผู้เสียหายปฏิเสธ ทำให้ผู้ต้องหาเกิดความไม่พอใจ จึงได้ด่าทอและใช้อาวุธมีดฟันไปที่ศีรษะของผู้เสียหายจนได้รับบาดเจ็บ ก่อนจะหลบหนีไป
ต่อมาศาลจังหวัดฉะเชิงเทราได้อนุมัติหมายจับในข้อหา “พยายามฆ่าผู้อื่น” ซึ่งผู้ต้องหาได้หลบหนีคดีมาเป็นเวลานานกว่า 18 ปี ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ป. ได้ทำการสืบสวนจนทราบว่าผู้ต้องหาได้หลบหนีมาทำงานก่อสร้างและพักอาศัยอยู่ที่แคมป์คนงานในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จึงได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจนครบาลภาษีเจริญ, กก.สส.ภ.จว.ฉะเชิงเทรา และ สถานีตำรวจภูธรบางปะกง วางแผนเข้าจับกุม
โดยเฝ้าติดตามจนพบผู้ต้องหาขับรถยนต์ออกมาจากที่พัก จึงได้ขับรถติดตามและสกัดจับได้ในที่สุด จากนั้นจึงนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางปะกง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา
>> รถจักรยานยนต์ชนกับรถพ่วง ระหว่างเลี้ยวรถเข้าลานเก็บตู้คอนเทนเนอร์ มีผู้เสียชีวิต 2 ราย จ.ชลบุรี
15.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองขาม รับแจ้งว่า มีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนกับรถพ่วง และมีผู้เสียชีวิต ริมถนนทางคู่ขนาน มอเตอร์เวย์ตอนที่ 3 ฝั่งขาเข้าแหลมฉบัง ในพื้นที่ ตำบลหนองขาม อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
ที่เกิดเหตุ พบรถบรรทุกพ่วง 22 ล้อ ป้ายทะเบียน ปราจีนบุรี จอดอยู่ในลักษณะเลี้ยวเข้าลานตู้คอนเทนเนอร์ และที่ใต้ท้องรถ พบรถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า สีขาว - ดำ ป้ายทะเบียน พระนครศรีอยุธยา ล้มอยู่ ตรวจสอบพบร่างของผู้เสียชีวิต 2 ราย ตรวจสอบเอกสาร เป็นชายไทย อายุ 21 ปี ส่วนอีกราย เป็นผู้หญิง ยังไม่พบเอกสารติดตัว สภาพร่างถูกล้อรถทับ
คนขับรถพ่วงให้การว่า เปิดไฟเลี้ยว เพื่อเลี้ยวรถเข้าลานตู้คอนเทนเนอร์ และไม่เห็นรถจักรยานยนต์ ก่อนรู้สึกเหมือนเหยียบสิ่งของ จึงลงมาตรวจสอบ พบเกิดเหตุดังกล่าวแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะทำการสอบสวนและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
>> นักเรียนชายวัย 17 ปีขี่รถจักรยานยนต์ชนกับรถการเกษตร ริมถนนสายโนนไทย - หนองสรวง บาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตในเวลาต่อมา
16.03 น. รับแจ้งจาก อาสากู้ภัย ฮุก 31 จุดโนนไทย มีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ชนท้ายรถการเกษตรบรรทุกไม้และมีผู้บาดเจ็บสาหัส ริมถนนเส้นทาง โนนไทย - หนองสรวง ช่วงลานมันมอดินแดง ในพื้นที่ ต.สำโรง อ.โนนไทย จ.นครราชสีมา
ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า สีแดง สภาพหน้ารถพังเสียหาย ห่างออกพบรถ 4 ล้อการเกษตร บรรทุกไม้ จอดอยู่ข้างทาง ตรวจสอบ พบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บชาย 1 ราย อาการสาหัสหมดสติ ไม่มีชีพจรมีเลือดออกหูจำนวนมาก ทางอาสาสมัครทำการ CPR พร้อมเครื่อง AED ที่เกิดเหตุ รอรถโรงพยาบาลโนนไทย แต่ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา ตรวจสอบเอกสาร เป็นชายไทย อายุ 17 ปี สวมชุดนักเรียนเสื้อสีขาว กาเกงขาสั้นสีน้ำเงิน ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โนนไทย
>> หนุ่มใหญ่วัย 48 ปี บุกราดน้ำมันหวังข่มขู่ชิงทรัพย์ภายในธนาคารกลางห้างย่านบางพลี แต่ พนักงานและพลเมืองดีตะครุบคุมตัวก่อนจะก่อเหตุสำเร็จ
16.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน เหตุระทึกกลางห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ย่าน อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เมื่อชายอายุ 48 ปี ก่อเหตุใช้น้ำมันราดบริเวณเคาน์เตอร์ธนาคารภายในห้าง หวังข่มขู่พนักงานเพื่อชิงทรัพย์ สร้างความแตกตื่นให้กับประชาชนที่มาใช้บริการจำนวนมาก
เบื้องต้น พนักงานธนาคารและพลเมืองดีได้ช่วยกันเข้าควบคุมตัวผู้ก่อเหตุไว้ได้ ก่อนจะเกิดเหตุรุมประชาทัณฑ์ ทำให้ผู้ก่อเหตุได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าควบคุมสถานการณ์และนำตัวผู้ก่อเหตุไปสอบสวน
ขณะนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสอบปากคำผู้ต้องหาอย่างละเอียด พร้อมตรวจสอบประวัติและแรงจูงใจในการก่อเหตุ รวมถึงพิจารณาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
>> สกัดบิ๊กล็อต ยาบ้า 10 ล้านเม็ด ซุกใต้กองแตงกวา มูลค่ากว่า 500 ล้านบาท
16.56 น. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง ร่วมกันจับกุมนายกอ (นามสมมุติ) พร้อมด้วยของกลาง ยาบ้าประมาณ 10,000,000 เม็ด และรถกระบะ 1 คัน โดยจับกุมได้ บริเวณบนถนน ทล.1 กม.355 อ.เมือง จ.นครสวรรค์
โดยตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับว่า จะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่พื้นที่ จ.นครสวรรค์ จึงได้วางแผนและเฝ้าระวังตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะใช้ลำเลียง กระทั่งพบรถยนต์ต้องสงสัยลักษณะตรงตามที่ได้รับข่าวจากสายลับ เป็นรถยนต์กระบะ ต่อเติมโครงเหล็ก (คอก) และใช้ผ้าใบคลุมปิดบังอำพรางสิ่งของบรรทุกมิดชิด เมื่อเรียกตรวจสอบพบนายกอเป็นผู้ขับขี่ จากการสอบถามปากคำเบื้องต้น นายกอ อ้างว่าบรรทุกพืชผลทางการเกษตร (แตงกวา) แต่เมื่อค้นลึกลงไป พบยาบ้า ซุกซ่อนอยู่จำนวนมาก รวมประมาณ 10,000,000 เม็ด
ทั้งนี้ จากการซักถาม เบื้องต้น นายกอได้ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การซัดทอดถึงขบวนการว่า เมื่อวันที่ 12 ก.พ. 69 เวลา 14.00 น. ได้ขับขี่รถยนต์ของกลางออกจากบ้านพักไปยังหมู่บ้านซอโอ อ.พบพระ จ.ตาก เพื่อส่งมอบรถให้ชายไทยไม่ทราบชื่อ นำไปบรรทุกยาเสพติด โดยติดต่อผ่านทางโทรศัพท์ (ทราบชื่อเรียกขานว่า “ผี”) ต่อมาเวลา 17.00 น. นายกอ ได้กลับมารับรถยนต์ที่บรรทุกยาเสพติดเรียบร้อยแล้ว เพื่อลำเลียงไปส่งยังปลายทางบริเวณตลาดริมปิง ต.บางม่วง อ.เมือง จ.นครสวรรค์ โดยใช้เส้นทางหลบเลี่ยงด่านตรวจ (พบพระ - แม่สอด - ดอยมูเซอ - อ.วังเจ้า - จ.กำแพงเพชร - ทล.1 - จ.นครสวรรค์) โดยได้รับค่าตอบแทนเป็นเงินจำนวน 4,000 บาท ซึ่งจะได้รับเมื่อเสร็จสิ้นงาน
เจ้าพนักงานชุดจับกุมจึงได้จัดทำบันทึกการจับกุม บันทึกการตรวจยึด และเอกสารที่เกี่ยวข้อง พร้อมควบคุมตัวผู้ต้องหาและของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวน กองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปราม (กก.4 บก.ป.) เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและขยายผลติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการต่อไป
>> ช้างหนุ่มคลั่ง กระทืบควาญปอดฉีก - แทงรถพัง คาด ถูกเร่งตอนผสมพันธุ์ ทำให้เกิดความหงุดหงิด
18.53 น. หน่วยกู้ภัยวังกรูด รับแจ้งมีช้างทำร้ายควาญช้าง และกำลังไล่ทำร้ายชาวบ้านในหมู่บ้านโนนธาตุ ม.6 ต.ท่าม่วง อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ จึงนำกำลังออกไปให้การช่วยเหลือ
เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึง พบช้างกำลังทำลายรถยนต์แบบอเนกประสงค์ยี่ห้ออีซูซุ และรถกระบะอีซูซุ สีเขียวจนได้รับความเสียหาย และช้างยังพยายามไล่ทำร้ายชาวบ้านที่มายืนดูอีกหลายคน ทราบต่อมาช้างตัวดังกล่าว ชื่อ เพชรอุทัย อายุ 19 ปี เจ้าของเจ้าเพชรอุทัย คือ นายสมพร อายุ 35 ปี ซึ่งถูกช้างของตัวเองทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส หน่วยกู้ภัยเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลเบื้องต้นทราบว่าปอดฉีก
ในเวลาต่อมาเจ้าหน้าที่สถานพยาบาลช้าง โครงการคชอาณาจักร จังหวัดสุรินทร์ ได้เดินทางมาช่วยเหลือด้วยการยิงยาสลบแต่ไม่กล้าจะยิงหลายโดส เพราะเกรงว่าช้างจะได้รับอันตรายเหมือนที่เป็นข่าว ทำให้ต้องใช้เวลานานกว่า 2 ชม. เจ้าเพชรอุทัยจึงเริ่มอ่อนแรงลง ควาญช้างจึงสามารถเข้าไปควบคุมเอาไว้ได้
นายสมพร เจ้าของช้างตัวผู้ พยายามเร่งให้เจ้าเพชรอุทัยทำให้เสร็จ ทำให้ช้างเกิดอาการหงุดหงิด ประกอบกับน่าจะหวงตัวเมียด้วย จึงหันไปทำร้ายเจ้าของและคลั่งเข้าไปทำลายรถด้วยการใช้งาแทงรถยนต์ได้รับความเสียหายถึง 2 คัน และวิ่งไล่ทำร้ายชาวบ้านดังกล่าว
อย่างไรก็ตามเบื้องต้นเจ้าเพชรอุทัย ได้ทำลายรถเสียหายไป 2 คันและป้ายบอกทางของทางหลวงชนบท เสียหายอีก 5 ต้น
>> ไฟไหม้ที่พักบางเสร่ บ้านนามสกุลดังวอดทั้งหลัง เสียหายกว่าครึ่งล้าน คาดไฟฟ้าลัดวงจร
21.50 น. สภ.สัตหีบ รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้เพิงพักอาศัย ซอยเทศบาล 26 ร่วมมิตร หมู่ 10 ตำบลบางเสร่ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี
ที่เกิดเหตุ พบไฟกำลังโหมลุกไหม้อย่างรุนแรง ลุกลามทั่วเพิงพัก มีชายไทย อายุ 35 ปี เจ้าของเพิงพัก ยืนดูเหตุการณ์ด้วยอาการตกใจ ร้องไห้และพยายามจะเข้าไปนำทรัพย์สินออกมา อาทิ โน้ตบุ๊ก 2 เครื่อง ทองคำ โทรศัพท์มือถือ เงินสด เตียง ทีวี ตู้เย็น และเครื่องปรับอากาศ รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 500,000 บาท
จากการสอบถาม น้องสาวเจ้าของเพิงพัก ให้การว่า ขณะเกิดเหตุพี่ชายและแฟนสาวออกไปรับประทานอาหารด้านนอก ตนได้ยินเสียงดังคล้ายระเบิด ก่อนที่ไฟจะลุกไหม้อย่างรวดเร็ว จึงรีบโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเข้าช่วยเหลือ
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจลงตรวจสอบที่เกิดเหตุ สันนิษฐานว่าอาจเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร อยู่ระหว่างตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริงเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไปทั้งนี้ ทางเทศบาลตำบลเกล็ดแก้วจะลงพื้นที่สำรวจความเสียหายในช่วงเช้า เพื่อหาแนวทางให้ความช่วยเหลือผู้ประสบเหตุต่อไป
>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศเมียนมา
23.30 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 2.6 ความลึก 5 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไป ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 204 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อไป
>> เพลิงไหม้ภายในอาคาร ซอยเลิศมงคล พื้นที่เขตทุ่งครุ ประชาชนช่วยกันใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ
00.11 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุ สถานที่เกิดเหตุ ซอยเลิศมงคล ถนนกาญจนาภิเษก แขวงทุ่งครุ เขตทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นอาคารคอนกรีต 3 ชั้น ประกอบกิจการโรงงานผลิตและจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์ไม้ ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้น 1 เพลิงลุกไหม้ ศาลเจ้าจีน และผนังกระจกกั้นห้อง พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 1 ตารางเมตร ประชาชนใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ ก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ
เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและกู้ภัยทำการระบายควันและความร้อน ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากจุดธูปเทียนบูชาทิ้งไว้ ในที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยทุ่งครุ