โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

Gossip Station by..เจ๊จิ๋ม 09-03-2569 (“เจียง เสวี่ยฉิน” นอสตราดามุสแแห่งจีน ทำนายสงครามนี้จะจบลงด้วยหายนะของสหรัฐฯ)

Share2Trade

อัพเดต 09 มี.ค. เวลา 02.10 น. • เผยแพร่ 09 มี.ค. เวลา 02.10 น. • Share2Trade

Gossip Station by..เจ๊จิ๋ม 09-03-2569 (“เจียง เสวี่ยฉิน” นอสตราดามุสแแห่งจีน ทำนายสงครามนี้จะจบลงด้วยหายนะของสหรัฐฯ)

เวป.jpg

09-03-2569 สวัสดีค่ะพี่น้องชาวไทยที่รัก "เจ๊จิ๋ม" มารายงานตัว ณ ที่เก่าเวลาเดิม www.share2trade.com เปิดอ่านได้เลยมีเรื่องเด็ดๆ โดนๆ มาเม้าท์กันให้สนั่นวงการลงทุนของพวกเรากันเถอะ

นาทีนี้ชื่อเสียงของศาสตราจารย์“เจียง เสวี่ยฉิน”โด่งดังเป็นพลุแตก เขาได้รับฉายาว่า “นอสตราดามุสแแห่งจีน” เขาคือนักวิชาการเชื้อสายจีน-แคนาดา สอนปรัชาและประวัติศาสาตร์อยู่ที่ปักกิ่ง เรียนจบจาก“เยล” มหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกา

ที่โด่งดังมากเพราะเขาสามารถคาดการณ์เหตุการณ์สำคัญของโลกได้อย่างแม่นยำเหลือเชื่อ มีทั้งหมด 3 เรื่อง ซึ่งทำนายไว้ตั้งแต่สองปีที่แล้ว (ปี 2024)สองเรื่องเกิดขึ้นแล้วคือ

-เรื่องแรก “ทรัมป์” จะจะชนะการเลือกตั้งในเดือนพฤศจิกายน 2024

-เรื่องที่สอง “ทรัมป์” จะเปิดฉากบุกอิหร่านก่อน

สองเรื่องแรกเกิดขึ้นจริงแล้ว!!! งานนี้ต้องบอกว่า..เขาไม่ได้มีพลังวิเศษ แต่ใช้การวิเคราะห์รูปแบบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในประวัติศาสตร์ เอามาบวกกับแรงจูงใจทางภูมิรัฐศาสตร์ในปัจจุบัน และใช้แนวทฤษฎีเกมส์ข้ามาวิเคราะห์ อย่าลืมว่าสงครามก้อคือเกมส์แก่งแย่งชิงอำนาจ!!!

สองเรื่องแรกเกิดขึ้นจริงแล้ว!!! ส่วนเรื่องที่สามที่ทำนายไว้คือ

-“สงครามครั้งนี้จะจบลงด้วยหายนะของสหรัฐ” สหรัฐฯ จะแพ้ในสงครามครั้งนั้น และระเบียบโลกจะเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง และต่อคือนี่คือจุดเริ่มต้นของสงครามโลกครั้งที่สาม และสงครามครั้งนี้จะยืดเยื้อ

ศาสตราจารย์เจียงมองว่านี่ไม่ใช่สงครามแบบเดิมแต่มันคือสงครามแบบ “Attrition” สงครามยืดเยื้อ ที่ลากกันจนอีกฝ่ายหมดแรง เขาวิเคราะห์ว่าอิหร่านมีความได้เปรียบมากกว่า เพราะมีการเตรียมตัวมานานกว่า 20 ปีแล้ว เพื่อรับมือกับสหรัฐที่มีเทคโนโลยีเหนือกว่า แต่ตอนนี้หรัฐกำลังติดหล่มกับยุทธศาสตร์”ต้นทุนต่ำ” เห็นภาพชัดจาการที่อิหร่านใช้โดรนโจมตีราคาถูกๆ พียง 50,000 ดอลลาร์ แต่สหรัฐใช้ขีปนาวุธลูกละเป็นล้านดอลลาร์ขึ้นไปสกัด ซึ่งมันหมายถึงการผลาญเงินไปอย่างมหาศาล

ศาสตราจารย์เจียง ชี้ให้เห็นว่าหัวใจสำคัญของความขัดแย้งครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องการทหาร แต่คือการทำลายล้างระบบ Petrodollar เมื่อมีการปิดช่องแคบฮอร์มุช จะส่งผลกระทบเป็นโดมิโนไปทั่วโลก

ตะวันออกกลางที่ขายน้ำมันแลกดออลาร์ แล้วเอาดอลลาร์ไปสั่งอาหารนำเข้า การปิดช่องแคบทำให้ไม่มีเงินไปซื้ออาหาร แล้วจะไม่มีเงินตลาดหุ้นใหสหรัฐ ส่วนประเทศในแถบเอเชีย ที่ได้รับผลกระทบจากการปิดช่องแคบฮอร์มุช ยกตัวอย่างง่ายๆ อาทิ ญี่ปุ่น ที่อาจจะต้องเผชิญกับภาวะขาดแคลนน้ำมันดิบภายในวเลาไม่เกิน 9 เดือน เมื่อรายได้่จากการค้าน้ำมันรูปเงินดอลาร์หายไป ผลกระทบต่อเนื่องตามมาอาจลุกลามไปสู่งบประมาณในการพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงอย่าง AI และ Data Center ในสหรัฐที่ต้องใช้เงินทุนมหาศาล ซึ่งนั่นจะนำมาสู่การล้มล้างระบบ Petrodollar

ส่วนราคาน้ำมันตอนนี้ไต่ระดับสูงขึ้นเรื่อยๆ แต่ละประเทศต่างก้อเตรียมความพร้อมเอาไว้..ไม่รู้จริงๆ ซ่าจะตรึงราคากันได้นานแค่ไหน ถ้าสงครามยังคงยืดเยื้อต่อไป เจ๊ลองตั้งโจทย์เล่นๆ ว่า ถ้าน้ำมันขึ้นไปแตะที่ 100 ดอลลาร์ หุ้นไทยตัวไหนจะได้รับประโยชน์บ้างนะ??? คัดเอาเด็ดๆ มาแค่10 ตัว จากการถามบรรดากูรูได้คำตอบ ดังนี้

ผลจากการหาข้อมูล ได้ความว่าหากราคาน้ำมันดิบขึ้นไปแตะระดับประมาณ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล หุ้นในตลาดหุ้นไทยที่มักได้ประโยชน์มากที่สุดจะอยู่ใน 3 กลุ่มหลัก

1️⃣ Upstream (สำรวจและผลิต) – กำไรเพิ่มทันทีตามราคาน้ำมัน


2️⃣ Refinery (โรงกลั่น) – ได้กำไรจากค่าการกลั่นและมูลค่าสต็อก


3️⃣ Energy logistics / trading – อานิสงส์จากปริมาณการซื้อขายพลังงาน

-กลุ่มสำรวจและผลิต (ได้ประโยชน์สูงสุด) 1.PTTEP เป็นหุ้นที่ผูกกับราคาน้ำมันมากที่สุด,ทุก $1 ของราคาน้ำมันที่เพิ่ม กำไรมี upside ชัด 2.PTT เป็น Holding พลังงานและได้อานิสงส์ทั้ง upstream และ trading

-กลุ่มโรงกลั่น (ได้กำไรจาก Stock Gain) 3.TOP 4.BCP 5.SPRC 6.IRPC หุ้นโรงกลั่นมักได้ประโยชน์เมื่อราคาน้ำมันขึ้นเพราะ มูลค่าสต็อกน้ำมันเพิ่ม และ Crack Spread ฟื้นตัว
-กลุ่มปั๊มน้ำมัน / Trading 7. PTG 8.OR ได้ประโยชน์จาก volume การใช้พลังงานและ margin บางส่วน

-กลุ่มพลังงานและถ่านหิน (Commodity Play) 9.BANPU ได้ sentiment commodity และ 10.PRM ได้อานิสงส์จากการขนส่งน้ำมัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...