รวบ 3 สมาชิกแก๊งสแกมเมอร์ หลอกเหยื่อสาวให้รัก ชวนลงทุนสูญกว่า 10 ล้าน!
เมื่อวันที่ 16 ม.ค. พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. พร้อมด้วย พล.ต.ท.นราเดช ทิพย์รักษ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. ช่วยราชการ บช.สอท. พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท. พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.สอท. สั่งการให้ พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผบก.สอท.1 พ.ต.อ.โรจน์ศักดิ์ นัยผ่องศรี ผกก.2 บก.สอท.1 นำกำลังพร้อมหมายจับศาลอาญาพระโขนง เข้าจับกุมผู้ต้องหาชาย-หญิง 3 ราย ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและร่วมกันโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน”
สืบเนื่องจากเมื่อช่วงเดือน มิ.ย. 67 มีผู้เสียหายเป็นหญิงวัย 53 ปี เข้าร่วมกลุ่มเฟซบุ๊กสาธารณะชื่อ “เกษียณรู้ใจ หาเพื่อนคุย เพื่อนกิน ชิวชิว” จากนั้นได้มีมิจฉาชีพใช้ภาพโปรไฟล์เป็นผู้ชายหน้าตาดี เข้าติดต่อมาชวนพูดคุยเรื่องทั่วไปผ่านโปรแกรม Messenger ก่อนเปลี่ยนไปพูดคุยกันในแอปพลิเคชันไลน์ต่อเนื่องทุกวัน
ต่อมาทางผู้เสียหายเห็นว่าสัญญาณการติดต่อผ่านไลน์ไม่ดีเป็นอุปสรรคในการพูดคุย จึงให้เปลี่ยนมาเป็นการโทรฯ พูดคุยกันทางโทรศัพท์ โดยมีการสอบถามแสดงความห่วงใยใส่ใจกันสม่ำเสมอเรื่อยมา ด้วยความที่ผู้เสียหายเป็นคนโสดใช้ชีวิตอยู่คนเดียว อีกทั้งมิจฉาชีพรายดังกล่าวใช้คำพูดเชิงจิตวิทยาหว่านล้อมและพูดให้ความหวังเป็นประจำ เช่น บอกว่าต้องการคนที่เชื่อใจไว้ใจพร้อมเดินไปด้วยกัน ในลักษณะหลอกให้รัก ต้องการที่จะใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน จนทำให้ผู้เสียหายเกิดความไว้ใจ
จากนั้นมิจฉาชีพเริ่มต้นชักชวนให้ผู้เสียหายหารายได้ทางออนไลน์ โดยส่งลิงก์ให้ดาวน์โหลดแพลตฟอร์ม ชื่อ “LeLong” ทำการสอนให้สมัครสมาชิกเพื่อลงทะเบียนร้านค้าออนไลน์ พร้อมทั้งให้ถ่ายภาพบัตรประชาชนทั้งด้านหน้าและด้านหลังเพื่ออัปโหลดไปยังแพลตฟอร์มดังกล่าว พร้อมแนะนำวิธีการใช้งานและการนำสินค้าเข้าแพลตฟอร์มดังกล่าว โดยครั้งแรกมิจฉาชีพแจ้งว่ามีลูกค้าต้องการซื้อสินค้าจึงให้ผู้เสียหายโอนเงิน จำนวน 473.14 บาท เพื่อนำเข้าออร์เดอร์ ปรากฏว่าได้กำไรจริงและสามารถถอนเงินออกมาได้ จากนั้นก็มีออร์เดอร์ของลูกค้าทยอยเข้ามาอีกเรื่อยๆ มิจฉาชีพก็ใช้เหตุผลต่างๆ พูดหว่านล้อมให้ผู้เสียหายโอนเงินเพิ่มอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่หลักร้อยแล้วเพิ่มยอดโอนเงินสูงขึ้นเรื่อยๆ ไปจนถึง 2 ล้านบาทต่อครั้ง
โดยแต่ละครั้งนั้นทางระบบจะแจ้งหมายบัญชีธนาคารที่แตกต่างกันไป แม้ผู้เสียหายเกิดความสงสัย มิจฉาชีพก็อ้างว่าระบบมีลูกค้าจำนวนมาก ทำให้บัญชีที่รับโอนเต็มวงเงินจึงต้องมีหลายบัญชีในการรับโอน สุดท้ายผู้เสียหายโอนเงินไปทั้งหมด 56 ครั้ง รวมเป็นเงินกว่า 10 ล้านบาท โดยได้รับผลตอบแทนกลับมาเพียงกว่า 4 พันบาท ก่อนรู้ตัวว่าถูกหลอกลวง จึงเข้าแจ้งความกับตำรวจไซเบอร์ เพื่อดำเนินคดีกับมิจฉาชีพ
ต่อมาชุดสืบสวน กก.2 บก.สอท.1 ทำการสืบสวนจนทราบผู้เกี่ยวข้องที่กระทำผิดทั้งหมดในขบวนการ ก่อนรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับ รวม 43 ราย โดยก่อนหน้านี้ถูกจับกุมไปแล้ว 10 ราย ก่อนติดตามจับกุมผู้กระทำผิดในกลุ่มรับจ้างเปิดบัญชีม้าเพิ่มอีก 3 ราย เบื้องต้นสอบสวนทั้งหมดให้การรับสารภาพ ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.2 บก.สอท.1 ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป