โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เมียนมาขึ้นศาลโลก ปัด “ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” โรฮีนจา ยันเป็นการ “ปราบก่อการร้าย”

เดลินิวส์

อัพเดต 17 มกราคม 2569 เวลา 2.57 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ตัวแทนรัฐบาลเมียนมาขึ้นให้การต่อศาลโลก ปฏิเสธข้อหาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวโรฮีนจา ยืนยันฝ่ายความมั่นคง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 16 ม.ค. ว่านายโก โก หล่าย รัฐมนตรีประจำสำนักประธานาธิบดีเมียนมา ขึ้นให้การต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ( ไอซีเจ ) ที่กรุงเฮก ในคดีเกี่ยวกับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวโรฮีนจาว่า "คดีนี้ควรตัดสินบนพื้นฐานของข้อเท็จจริงที่พิสูจน์ได้ ไม่ใช่ข้อกล่าวหาที่เลื่อนลอย ภาษาที่ใช้อารมณ์และภาพเหตุการณ์ที่คลุมเครือ ไม่สามารถแทนที่การนำเสนอข้อเท็จจริงที่เข้มงวดได้"

ผู้แทนเมียนมายืนยันว่า ปฏิบัติการปราบปรามของกองทัพเมียนมา ในรัฐยะไข่ เมื่อปี 2560 "มีความชอบธรรม" เนื่องจากเป็นไปเพื่อกำจัดกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบชาวโรฮีนจา หลังเกิดเหตุโจมตีซึ่งทำให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงในรัฐยะไข่เสียชีวิตไป 12 นาย และย้ำว่า ทุกภาคส่วนในเมียนมาไม่อาจนิ่งเฉย และปล่อยให้ผู้ก่อการร้ายยึดครองพื้นที่รัฐยะไข่ได้

นายโก โก หล่าย เน้นย้ำว่า ปฏิบัติการดังกล่าวของกองทัพเมียนมาคือ "ปฏิบัติการกวาดล้าง" ซึ่งเป็นเพียงศัพท์ทางทหาร ที่หมายถึงปฏิบัติการต่อต้านผู้ก่อความไม่สงบ หรือการต่อต้านการก่อการร้ายเท่านั้น

หากศาลโลกตัดสินว่ามีการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เกิดขึ้นจริงในรัฐยะไข่ จะถือเป็น "มลทินที่ลบไม่ออก" ต่อเมียนมาและประชาชนในประเทศ และยืนยันความมุ่งมั่นของเมียนมา ในการรับตัวผู้ที่อยู่ในค่ายพักพิงในบังกลาเทศกลับสู่รัฐยะไข่

ด้านนายฟิลิป แซนด์ส ผู้แทนฝ่ายกฎหมายของรัฐบาลแกมเบีย โต้แย้งว่า เมื่อพิจารณาหลักฐานทั้งหมดประกอบกัน ข้อสรุปที่สมเหตุสมผลเพียงประการเดียวคือ "เจตนาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่แฝงอยู่ในทุกการกระทำของรัฐเมียนมาต่อชาวโรฮีนจา"

ทั้งนี้ ศาลโลกเปิดการไต่สวนเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ในคดีที่แกมเบียซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกองค์การความร่วมมืออิสลาม ( โอไอซี ) เป็นโจทก์ยื่นฟ้องเมียนมา ว่าละเมิดอนุสัญญาว่าด้วยการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ฉบับปี 2491 จากเหตุการณ์ปราบปรามชาวโรฮีนจาในรัฐยะไข่ เมื่อปี 2560 ซึ่งเป็นยุครัฐบาลพลเรือนของนางออง ซาน ซูจี และกองทัพเมียนมา ภายใต้การนำของ พล.อ.มิน อ่อง หล่าย.

เครดิตภาพ : REUTERS

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...