Netflix ผนึก Sony คว้าสิทธิ์ฉายหนังทั่วโลก ดีลครั้งประวัติศาสตร์
Netflix และ Sony Pictures Entertainment ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญในการเซ็นสัญญาลิขสิทธิ์ Pay-1 (ช่วงเวลาฉายแรกหลังออกจากโรงภาพยนตร์) ในระดับโกลบอล ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของอุตสาหกรรมสตรีมมิงที่แพลตฟอร์มเดียวจะได้รับสิทธิ์ครอบคลุมทั่วโลก
ภายใต้ข้อตกลงระยะยาวหลายปีนี้ Netflix จะกลายเป็นบ้านหลังใหม่และเป็นแพลตฟอร์มสตรีมมิงเจ้าเดียวที่ได้รับสิทธิ์ฉายภาพยนตร์ของ Sony Pictures ทั่วโลก หลังจากที่ภาพยนตร์จบโปรแกรมฉายในโรงและวางจำหน่ายในรูปแบบ Home Entertainment เรียบร้อยแล้ว โดยจะมีระยะเวลาผูกขาด (Exclusive) นาน 18 เดือน ก่อนที่สิทธิ์จะถูกส่งต่อไปยัง Disney ในลำดับถัดไป
ข้อตกลงดังกล่าวจะเริ่มมีผลทยอยบังคับใช้ตั้งแต่ช่วงปลายปีนี้ตามการหมดสัญญาเดิมในแต่ละภูมิภาค และคาดว่าจะครอบคลุมทั่วโลกอย่างสมบูรณ์ในช่วงต้นปี 2029
ปัจจุบัน Netflix ถือครองสิทธิ์ Pay-1 ของ Sony อยู่แล้วในบางพื้นที่ เช่น สหรัฐอเมริกา เยอรมนี และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งรวมถึงภาพยนตร์ฮิตอย่าง Uncharted, Spider-Man: Across the Spider-Verse และ Venom : The Last Dance
Lauren Smith รองประธานฝ่ายกลยุทธ์ลิขสิทธิ์ของ Netflix ระบุว่า "การเป็นพันธมิตรครั้งนี้จะช่วยเพิ่มมูลค่ามหาศาลให้กับสมาชิกทั่วโลกที่ชื่นชอบแฟรนไชส์ภาพยนตร์ระดับตำนานของ Sony"
ด้าน Paul Littmann จาก Sony Pictures Television มองว่า "ดีลนี้ตอกย้ำจุดแข็งในฐานะสตูดิโออิสระที่สามารถสร้างโอกาสทางธุรกิจที่ยืดหยุ่นและตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปตามกระแสสตรีมมิง"
สำหรับไฮไลต์ภาพยนตร์ที่จะเข้าสู่ Netflix ภายใต้ดีลใหม่นี้ ได้แก่ Spider-Man: Beyond the Spider-Verse บทสรุปของไตรภาคแอนิเมชันที่ทั่วโลกรอคอย, ภาพยนตร์ The Legend of Zelda ฉบับคนแสดงจาก Nintendo, The Nightingale ที่นำแสดงโดยสองพี่น้อง Dakota และ Elle Fanning รวมถึงโปรเจกต์ภาพยนตร์ The Beatles ทั้ง 4 ภาคของผู้กำกับ Sam Mendes
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ Netflix กำลังเร่งเครื่องขยายคลังคอนเทนต์ลิขสิทธิ์เพื่อดึงดูดผู้ชมทั่วโลกท่ามกลางกระแสข่าวใหญ่ที่ Netflix กำลังเดินหน้าเข้าซื้อสินทรัพย์สตูดิโอและสตรีมมิงของ Warner Bros. Discovery ในมูลค่ากว่า 7.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการแข่งขันที่ดุเดือดในสมรภูมิสตรีมมิงโลก
ที่มา : REUTERS