ยักษ์ผลิตซอฟท์แวร์ดังระดับโลก ออราเคิลจ่อปลดพนักงานหลายพันคน หยุดรับพนักงานใหม่ จัดเอไอทำงานแทนพนักงาน รุกขยายธุรกิจศูนย์ข้อมูลแข่งแบรนด์ดังระดับโลก
BTimes
อัพเดต 06 มี.ค. เวลา 18.04 น. • เผยแพร่ 06 มี.ค. เวลา 10.35 น. • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Bizออราเคิล อินคอร์ปอเรชั่น (Oracle) เปิดเผยว่า เตรียมประกาศปลดพนักงานไม่ต่ำกว่าหลายพันคนขึ้นไป ซึ่งพนักงานที่เข้าข่ายถูกปลดออกในครั้งนี้จะอยู่ในทุกแผนก หรือทุกสายงานของบริษัทที่ในปัจจุบันมีจำนวนรวมทั้งสิ้นประมาณ 162,000 คน นอกจากนี้ ฝ่ายทรัพยากรบุคคลของออราเคิล เปิดเผยว่า จำเป็นต้องทบทวนนโยบายการเปิดรับสมัครตำแหน่งงานใหม่ด้วยการยุติการประกาศเปิดรับสมัครตำแหน่งไปจนกว่าจะมีการแจ้งให้ทราบในอนาคต
การเริ่มต้นปลดพนักงานจะมีขึ้นเร็วที่สุดในเดือนมีนาคมนี้เป็นต้นไป สาเหตุจากการนำอัจฉริยะประดิษฐ์ หรือเอไอเข้ามาทำงานทดแทนพนักงานในบริษัทมากขึ้นอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ การปลดพนักงานจำนวนมากในรอบนี้ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายจำนวนมาก เพื่อนำไปสนับสนุนการลงทุนในธุรกิจคลาวด์คอมพิ้วติ้ง และธุรกิจเอไอของออราเคิลกับเป้าหมายที่ต้องการเป็นคู่แข่งขนาดใหญ่ ได้แก่ อเมซอน อินคอร์ปอเรชั่น และไมโครซอฟท์ อินคอร์ปอเรชั่น
นับตั้งแต่ ออราเคิลประกาศทิศทางการรุกธุรกิจคลาวด์คอมพิ้วติ้ง หรือเอไอเมื่อ 2 ปีผ่านมา พบว่าราคาหุ้นของออราเคิลพุ่งทะยานสูงถึง 61% ในปี 2024 และในปี 2025 พุ่งสูงขึ้นอีก 20% ในขณะที่ ต้นทุน หรือรายจ่ายในการขยายกิจการดังกล่าวสูงขึ้นอย่างมาก และตลาดคลาวด์คอมพิวติ้งของแบรนด์เทคโนโลยีรายใหญ่ระดับโลกแข่งขันอย่างรุนแรงมากขึ้น ส่งผลให้ราคาหุ้นของบริษัทออราเคิลดำดิ่งมากถึง 54% จากราคาสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อกันยายนปี 2025 มาถึงทุกวันนี้
ย้อนไปเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2022 ออราเคิล อินคอร์ปอเรชั่น เริ่มโครงการปลดพนักงานที่อยู่ในสหรัฐอเมริกา ด้วยเป้าหมายปลดพนักงานทั่วโลกเป็นจำนวนกว่า 1,000 คนขึ้นไป จากข้อมูลพนักงานออราเคิล อินคอร์ปอเรชั่น เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2565 มีพนักงานทั้งสิ้น 143,000 คน
พนักงานที่ได้รับผลกระทบต้องออกจากงานประจำในครั้งนี้จะอยู่ที่สำนักงานออราเคิลในเมืองซาน ฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งยังไม่ได้ระบุจำนวนพนักงานที่ตกงานอย่างชัดเจน ออราเคิล อินคอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า พนักงานที่ทำงานในประเทศแคนาดา อินเดีย และหลายประเทศในยุโรป จะต้องถูกปลดออกจากงานในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้านี้