โรงพยาบาล-คลินิกญี่ปุ่นปรับทัพ รับมือผู้ป่วยต่างชาติพุ่ง
คอลัมน์ : Market Move
สำนักข่าวนิกเคอิ เอเชีย รายงานว่า โรงพยาบาล และคลินิกทั่วญี่ปุ่นเดินหน้าเพิ่มการให้บริการแบบหลายภาษาเพื่อรองรับผู้ป่วยต่างชาติที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ตามการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว อย่างไรก็ตามการเก็บค่าใช้จ่ายในการรักษาจากผู้ป่วยกลุ่มนี้ยังเป็นความท้าทาย
โดยตามข้อมูลของรัฐบาลญี่ปุ่น ขณะนี้มีโรงพยาบาลและคลินิกจำนวน 2,548 แห่งในญี่ปุ่นที่เพิ่มบริการแบบหลายภาษา และขึ้นทะเบียนกับรัฐบาลว่าเป็นสถานพยาบาลที่สามารถให้การรักษาผู้ป่วยชาวต่างชาติได้
ตัวเลขนี้สูงขึ้น 1.6 เท่าเมื่อเทียบกับ 6 ปีก่อน อย่างไรก็ตามแม้จะข้ามกำแพงภาษามาได้ แต่ผู้ประกอบการยังคงเผชิญความท้าทายอีกหลายด้าน รวมถึงภาระงานที่เพิ่มขึ้น และการเก็บค่ารักษาพยาบาล เนื่องจากผู้ป่วยเหล่านี้จำนวนไม่น้อยไม่มีประกันสุขภาพ
จำนวนที่เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดนี้ เป็นผลจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่มากเป็นประวัติการณ์ถึง 42.7 ล้านคนในปี 2025 เช่นเดียวกับจำนวนชาวต่างชาติที่ย้ายเข้ามาอาศัยและทำงานในญี่ปุ่นที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน
หนึ่งในตัวอย่างของการปรับตัวนี้คือ คลินิกนานาชาติฮาคุบะ (Hakuba International Clinic) ในฮาคุบะ หมู่บ้านรีสอร์ตในจังหวัดนากาโนะ ซึ่งเปิดให้บริการเมื่อเดือนธันวาคม 2023 โดยเจ้าหน้าที่ทุกคนสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ ตั้งแต่พนักงานต้อนรับไปจนถึงแพทย์-พยาบาล
“โนโซมิ อูร์เนล” (Nozomi Urnel) ผู้อำนวยการใหญ่ของคลินิกนานาชาติฮาคุบะ กล่าวว่า จำนวนผู้ป่วยพุ่งสูงขึ้นตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคม ปี 2025 โดยมีผู้ป่วยวอร์กอินวันละ 40-50 ราย ส่วนใหญ่เป็นผู้บาดเจ็บจากการเล่นสกีหรือสโนว์บอร์ด ซึ่งชาวต่างชาติคิดเป็นประมาณ 80% ของผู้ป่วยทั้งหมดในช่วงฤดูหนาวที่ผ่านมา สถานการณ์นี้ทำให้คลินิกตัดสินใจจัดรถเฉพาะกิจเพื่อรับผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บจากลานสกีไปยังคลินิก
“การดูแลสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญยิ่งสำหรับทุกคน เราต้องการให้ทุกคนรู้สึกปลอดภัยเมื่อมาขอรับการรักษา”
ทั้งนี้ขั้นตอนการขึ้นทะเบียนแตกต่างกันไปตามภูมิภาค แต่โดยทั่วไปแล้วโรงพยาบาลจะเป็นฝ่ายยื่นขอขึ้นทะเบียน และหน่วยงานรัฐระดับจังหวัดจะเป็นผู้พิจารณาคุณสมบัติโดยพิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น ประวัติการรักษาผู้ป่วยชาวต่างชาติ รายชื่อนี้จะระบุภาษาที่มีให้บริการ และตัวเลือกการรับชำระเงินแบบไร้เงินสด
ซึ่งชาวต่างชาติสามารถเช็กรายชื่อได้จากเว็บไซต์ขององค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งชาติญี่ปุ่น โดยสามารถค้นหาสถานพยาบาลที่อยู่ในรายชื่อตามความเชี่ยวชาญ และสถานที่ตั้งได้
อย่างไรก็ตาม การค้างชำระค่ารักษาพยาบาลยังคงเป็นความท้าทาย โดยชาวต่างชาติที่พำนักอยู่ในญี่ปุ่นนานกว่า 3 เดือนจะต้องเข้าร่วมระบบประกันสุขภาพของรัฐ แต่สำหรับผู้ที่มาท่องเที่ยวระยะสั้นแม้จะมีประกันการเดินทางก็อาจต้องสำรองจ่ายเงินล่วงหน้าเอง ซึ่งค่าใช้จ่ายส่วนนี้มักสูงมาก
จากการสำรวจของกระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการ พบว่า 1.7% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลในเดือนกันยายน ปี 2024 ค้างชำระค่ารักษาพยาบาล
“โนโซมิ อูร์เนล” เสริมว่า คลินิกรับมือความท้าทายนี้ด้วยการอธิบายให้ผู้ป่วยทราบตั้งแต่ก่อนเข้ารับบริการว่า ต้องชำระเงินในวันเดียวกัน พร้อมแจ้งค่าใช้จ่ายโดยประมาณ และขอให้ผู้ป่วยลงนามในแบบฟอร์มยินยอม ช่วยให้จนถึงขณะนี้คลินิกยังไม่มีปัญหาการค้างชำระเกิดขึ้น
ขณะเดียวกันกระทรวงเผยแพร่คู่มือสำหรับสถานพยาบาลเกี่ยวกับการรับผู้ป่วยชาวต่างชาติ โดยอธิบายถึงประเภทของประกันการเดินทาง วิธีการใช้รายชื่อสถานพยาบาลของรัฐ และให้คำแนะนำเชิงปฏิบัติเพื่อป้องกันข้อพิพาท รวมถึงการรองรับศาสนาและประเพณีที่แตกต่างกัน และการอธิบายค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ล่วงหน้า
แม้ระบบต่าง ๆ จะได้รับการพัฒนาขึ้น แต่การรักษาระบบเหล่านั้นไว้ก็มีค่าใช้จ่ายสูงด้วยเช่นกัน“เซรินา โอคามูระ” รองศาสตราจารย์ประจำภาควิชาการล่ามทางการแพทย์และการจัดการบริการสุขภาพระหว่างประเทศ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยนานาชาติเพื่อสุขภาพและสวัสดิการ อธิบายว่า การรักษาระบบนี้ต้องใช้ทั้งแรงงานและเงิน และหลายแห่งกำลังประสบปัญหา พร้อมเรียกร้องให้มีการร่วมมือกันระหว่างรัฐบาลท้องถิ่น สถาบันทางการแพทย์ และผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว เพื่อสร้างระบบการดูแลทางการแพทย์ที่เหมาะสมกับสภาพความเป็นจริงในแต่ละพื้นที่
นอกจากการรับมือกับผู้ป่วยที่เป็นนักท่องเที่ยวระยะสั้นแล้ว การให้บริการชาวต่างชาติที่อาศัยในญี่ปุ่นก็มีความท้าทายเช่นกัน เพราะหลายรายมีอาการซับซ้อนหรือมีสถานการณ์ส่วนตัวที่ซับซ้อนจึงต้องการล่าม
ความต้องการล่ามนี้สะท้อนได้จากข้อมูลของเอ็มไอซี คานากาวะ (MIC Kanagawa) องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรในเมืองโยโกฮามา ร่วมมือกับหน่วยงานรัฐ จัดส่งล่ามทางการแพทย์ครอบคลุม 13 ภาษาไปยังโรงพยาบาลต่าง ๆ ทั่วจังหวัดคานากาวะมานานกว่า 20 ปี ซึ่งในปีงบฯ 2024 จัดส่งล่ามไปถึงกว่า 5,800 ครั้ง
ยาโยอิ อิวาโมโตะ รองประธานของเอ็มไอซี คานากาวะ แสดงความกังวลเกี่ยวกับภาระงานของล่ามและการขาดแคลนบุคลากร เนื่องจากการเป็นล่ามทางการแพทย์ต้องใช้ความรู้เฉพาะทางและจรรยาบรรณสูง จึงเป็นงานที่ท้าทายมาก
แต่ค่าตอบแทนกลับไม่สูงตาม โดยปัจจุบันจากองค์กรอยู่ที่ประมาณ 3,000 เยน หรือประมาณ 20 ดอลลาร์สหรัฐสำหรับงาน 2 ชั่วโมง ค่าตอบแทนที่ต่ำนี้ส่งผลให้แม้แต่ผู้สมัครที่มีแรงจูงใจก็อาจลังเลที่จะสมัคร
ด้วยจำนวนนักศึกษาฝึกงานด้านเทคนิคจากประเทศต่าง ๆ ทั่วเอเชียที่เพิ่มมากขึ้น จึงเริ่มเกิดปัญหาการขาดแคลนภาษา เช่น ภาษาตากาล็อกและภาษาเวียดนามแล้ว
จึงต้องรอดูว่า หลังจากนี้รัฐบาลญี่ปุ่นจะมีมาตรการรับมือความท้าทายด้านภาษาในธุรกิจบริการสุขภาพอย่างไร
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : โรงพยาบาล-คลินิกญี่ปุ่นปรับทัพ รับมือผู้ป่วยต่างชาติพุ่ง
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net