โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“ศาลสหรัฐ” สั่งคืนภาษีฉุกเฉินของทรัมป์ คาดมูลค่าสูงถึง 1.8 แสนล้านดอลลาร์

การเงินธนาคาร

อัพเดต 06 มี.ค. เวลา 10.18 น. • เผยแพร่ 06 มี.ค. เวลา 03.18 น.

"ศาลสหรัฐ" สั่งคืนภาษีฉุกเฉินของทรัมป์ คาดมูลค่าสูงถึง 1.8 แสนล้านดอลลาร์ ขณะที่หน่วยงานศุลกากรต้องเสนอแนวทางการคืนเงินต่อศาลภายในไม่กี่วันข้างหน้า

วันที่ 6 มีนาคม 2569 เวลา 09.59 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางของสหรัฐมีคำสั่งให้รัฐบาลเริ่มดำเนินการคืนเงินภาษีศุลกากรที่ถูกจัดเก็บภายใต้มาตรการภาษีฉุกเฉินของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ หลังจากศาลสูงสหรัฐวินิจฉัยเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ว่ามาตรการดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยนักวิเคราะห์งบประมาณประเมินว่าการคืนเงินครั้งนี้อาจมีมูลค่ารวมระหว่าง 168,000 ล้านถึง 182,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งจะถูกคืนให้แก่ผู้นำเข้าสินค้า

ผู้พิพากษา Richard Eaton จากศาลการค้าระหว่างประเทศ (Court of International Trade) ระบุว่า หน่วยงานศุลกากรและป้องกันชายแดนสหรัฐ (CBP) ต้องจัดทำแผนเบื้องต้นในการคืนเงินภาษี และรายงานต่อศาลภายในวันศุกร์นี้ โดยแผนดังกล่าวควรสามารถดำเนินการได้โดยไม่ต้องเผชิญกับการฟ้องร้องรายกรณีจำนวนมาก

Eaton กล่าวในการพิจารณาคดีเมื่อวันพุธว่า หน่วยงานศุลกากรต้องคืนเงินทุกส่วนที่ถูกจัดเก็บอย่างไม่ถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมย้ำว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นสิ่งจำเป็นหลังคำวินิจฉัยของศาลสูง

ข้อมูลจาก Penn Wharton Budget Model ซึ่งเป็นหน่วยวิจัยด้านนโยบายการคลังของมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย ระบุว่า หน่วยงาน CBP อาจจัดเก็บรายได้จากภาษีที่ประกาศใช้ภายใต้กฎหมาย International Emergency Economic Powers Act (IEEPA) ระหว่างวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2025 ถึง 23 กุมภาพันธ์ 2026 รวมสูงสุดราว 182,000 ล้านดอลลาร์ โดยการคำนวณใช้แบบจำลองที่วิเคราะห์ภาษีสินค้ากว่า 11,000 หมวดหมู่จาก 233 ประเทศทั่วโลก

กลุ่มนักเศรษฐศาสตร์ของ Penn Wharton ยังประเมินตัวเลขอีกชุดหนึ่งอยู่ที่ประมาณ 177,000 ล้านดอลลาร์ โดยอิงจากสัดส่วนของรายได้ภาษี IEEPA ต่อรายได้ศุลกากรรวมของกระทรวงการคลังสหรัฐ ขณะที่ข้อมูลล่าสุดของ CBP เมื่อวันที่ 14 ธันวาคมระบุว่ามีการจัดเก็บภาษีภายใต้มาตรการดังกล่าวแล้ว 133,500 ล้านดอลลาร์

ด้าน Budget Lab ของมหาวิทยาลัยเยลประเมินว่า รายได้จากภาษี IEEPA จนถึงวันที่ 19 กุมภาพันธ์อยู่ที่ประมาณ 168,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งต่ำกว่าการประเมินของ Penn Wharton เล็กน้อย โดยการศึกษายังระบุว่าภาษีที่ทรัมป์ประกาศใช้ในปี 2568 ทำให้รายได้ศุลกากรที่ปรับตามเงินเฟ้อของสหรัฐเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 194,800 ล้านดอลลาร์ เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยช่วงปี 2565–2567

ภายหลังคำวินิจฉัยของศาลสูง รัฐบาลทรัมป์ได้ประกาศใช้ภาษีศุลกากรชั่วคราว 10% สำหรับสินค้านำเข้าทั่วโลก ภายใต้มาตรา 122 ของกฎหมาย Trade Act ปี 1974 และมีแผนปรับขึ้นเป็น 15% ในระยะต่อไป

คณะกรรมการ Committee for a Responsible Federal Budget ประเมินว่าภาษีชั่วคราวในอัตรา 10% จะสร้างรายได้สุทธิใหม่ประมาณ 35,000 ล้านดอลลาร์ภายในระยะเวลา 150 วันที่กฎหมายอนุญาต และอาจเพิ่มเป็นราว 50,000 ล้านดอลลาร์ หากปรับขึ้นเป็น 15%

หากมาตรการดังกล่าวได้รับการต่ออายุโดยรัฐสภา หรือมีการใช้กฎหมายอื่นเพื่อรักษาระดับรายได้จากภาษี นักวิเคราะห์คาดว่ารัฐบาลสหรัฐอาจมีรายได้รวมมากกว่า 900,000 ล้านดอลลาร์ในช่วง 10 ปีที่อัตรา 10% และสูงถึง 1.3 ล้านล้านดอลลาร์ หากใช้อัตรา 15%

ขณะที่ Penn Wharton ประเมินว่าหากใช้อัตรา 15% รายได้จากภาษีตามมาตรา 122 อาจสูงถึง 1.51 ล้านล้านดอลลาร์ในระยะ 10 ปี และในปี 2569 เพียงปีเดียวอาจสร้างรายได้ประมาณ 136,000 ล้านดอลลาร์ หากมาตรการยังคงมีผลบังคับใช้ตลอดทั้งปี

อ้างอิง : reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐฯ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...