ถึงเวลาคัดหุ้นค้าปลีกหรือยัง? บัวหลวงชี้เสี่ยงสงครามรับรู้แล้ว
#ทันหุ้น – บล.บัวหลวง ส่องกลุ่มค้าปลีก ยอดขายสาขาเดิม (SSS) ของกลุ่มค้าปลีกใน coverage ในเดือน ก.พ. ลดลงเฉลี่ย -4% YoY (จาก -2% ในเดือน ม.ค.) โดยปัจจัยหลักมาจากฐานสูงของมาตรการ Easy e-Receipt ใน Q1/68 รวมถึงผลกระทบจากความตึงเครียดชายแดนไทย–กัมพูชา และการเลื่อนช่วง Ramadan ซึ่งกระทบสาขาในภาคใต้ อย่างไรก็ตาม CPALL ยังถือว่าแข็งแกร่งที่สุดในกลุ่ม โดย SSSG ยังเป็นบวกเล็กน้อยราว 0.5% ขณะที่ HMPRO อ่อนตัวสุด โดย SSS ลดลงถึง 18%
เมื่อแยกตามกลุ่มธุรกิจ Lifestyle retail ทรงตัว YoY ขณะที่ Grocery retail (สินค้าจำเป็น) ลดลงราว -2% โดยร้านขนาดเล็กยังเห็น SSSG เล็กน้อย แต่ hypermarket ลดลงราว -4% ด้าน CRC ยังอ่อนตัวราว -4% YoY ใกล้เคียงเดือนก่อน ส่วนกลุ่ม วัสดุก่อสร้างและตกแต่งบ้าน (HD&C) ลดลงแรงสุด โดย SSS ลดลงราว -9%
ในเชิงมหภาค ความขัดแย้งในตะวันออกกลางมีผลกระทบต่อค้าปลีกไทยจำกัด เนื่องจากรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติคิดเป็นไม่ถึง 10% ของยอดขาย และนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางคิดเป็นเพียง 2–3% ของนักท่องเที่ยวทั้งหมด อย่างไรก็ตาม หากความขัดแย้งยืดเยื้อจนกระทบการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ อาจทำให้ GDP ไทยชะลอได้ โดยประมาณการฐานคาดว่าเศรษฐกิจยังเติบโต 1.8% ในปี 2569 แต่ในกรณีเลวร้ายอาจลดเหลือ 1.2% หรือ -0.9% ซึ่งจะกดดันการบริโภค
จากการทดสอบสมมติฐาน หาก SSS ต่ำกว่าประมาณการทุก 1% จะกดกำไรของกลุ่มค้าปลีกที่เราครอบคลุมราว 2.7% โดย DOHOME มีความอ่อนไหวต่อ SSS สูงสุด
มุมมองพื้นฐาน ดัชนี SETCOMM ปรับลงแล้วราว 10% ตั้งแต่ 2 มี.ค. ใกล้เคียงผลกระทบกำไรในกรณีเลวร้าย ทำให้ความเสี่ยงสงครามส่วนใหญ่สะท้อนในราคาไปมากแล้ว ขณะเดียวกันหลายบริษัทเตรียมจ่ายปัน 2H68 (เฉลี่ย Div yield ราว 3.2%) จึงมองเป็นจังหวะ ทยอยสะสมหุ้นค้าปลีก โดยเลือกหุ้นที่มีแนวโน้มกำไรชัดเจน ได้แก่ MRDIYT จากการขยายสาขาและ margin ที่ดีขึ้น และ CPALL จากความเป็น defensive และการเติบโตของกำไรจาก 7-Eleven