โรดแมปตั้งรัฐบาลใหม่ กลางมี.ค.โหวตนายกฯ พ.ค.แถลงนโยบาย
กระบวนการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่เริ่มเดินหน้าอย่างเป็นรูปธรรม หลัง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ครบเกินร้อยละ 95 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญตามรัฐธรรมนูญ ในการเปิดประชุมรัฐสภา เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร และโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ไทม์ไลน์การจัดตั้งรัฐบาล“อนุทิน 2” เริ่มชัดเจนมากขึ้น โดยคาดว่า จะสามารถจัดตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ได้ภายในเดือนเมษายน2569 ก่อนแถลงนโยบายต่อรัฐสภาในช่วงเดือนพฤษภาคม และเริ่มปฏิบัติหน้าที่บริหารประเทศเต็มรูปแบบ
กกต.รับรอง 100 สส.บัญชีรายชื่อ
ล่าสุด เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 คณะกรรมการการเลือกตั้งมีมติรับรองผลการเลือกตั้ง สส.บัญชีรายชื่อ จำนวน 100 คน หลังจากก่อนหน้านี้ได้ประกาศรับรอง สส.เขตไปแล้ว 396 คน และล่าสุดมีการรับรองเพิ่มเติมอีก 3 คน
สส.เขตที่ได้รับการรับรองเพิ่มเติม ได้แก่ จันทบุรี เขต 1 นายสุรพล วิรัตน์โยสินทร์ พรรคภูมิใจไทย, จันทบุรี เขต 2 นายคัมภีร์ ชื่นบาน พรรคภูมิใจไทย และ พะเยา เขต 1 นายอัครา พรหมเผ่า พรรคกล้าธรรม
อย่างไรก็ตาม ยังเหลือ สส.เขตเลือกตั้งที่ 2 จังหวัดสุพรรณบุรี ของนายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ พรรคภูมิใจไทย ซึ่งยังไม่ได้ประกาศรับรอง เนื่องจากอยู่ระหว่างการตรวจสอบผลคะแนน หลัง กกต.มีมติให้สอบสวนคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง
สูตรคำนวณสส.บัญชีรายชื่อ
ว่าที่ร้อยตรีภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. ในฐานะโฆษกสำนักงาน กกต. เปิดเผยว่า การคำนวณ สส.บัญชีรายชื่อเป็นไปตามมาตรา 128 ของกฎหมายเลือกตั้ง โดยนำคะแนนบัญชีรายชื่อจากทุกพรรคมารวมกัน ก่อนหารด้วยจำนวน สส.บัญชีรายชื่อทั้งหมด 100 คน
จากการรวมคะแนนบัญชีรายชื่อทั้งประเทศ พบว่ามีคะแนนรวมประมาณ 35 ล้านคะแนน เมื่อนำมาหารด้วย 100 จะได้ค่าเฉลี่ยประมาณ 350,305 คะแนนต่อ สส.บัญชีรายชื่อ 1 คน
จากสูตรดังกล่าว ทำให้การจัดสรร สส.บัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคมีดังนี้ พรรคประชาชน 32 คน พรรคภูมิใจไทย 19 คน พรรคเพื่อไทย 16 คน พรรคประชาธิปัตย์ 11 คน พรรคเศรษฐกิจ 3 คน พรรคอื่น ๆ อีก 16 พรรค พรรคละ 1-2 คน
เมื่อรวมกับ สส.เขต พบว่า พรรคภูมิใจไทยยังคงครองเสียงอันดับหนึ่งในสภาอย่างชัดเจน
ภูมิใจไทยนำโด่ง 192 เสียง
จากการรวมจำนวน สส.เขตและบัญชีรายชื่อทั้งหมด พบว่าโครงสร้างเสียงในสภาผู้แทนราษฎรมีลักษณะดังนี้
พรรคภูมิใจไทย 192 คน (รวมเขต 2 สุพรรณบุรี ของ ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ) พรรคประชาชน 120 คน พรรคเพื่อไทย 74 คน พรรคกล้าธรรม 58 คน พรรคประชาธิปัตย์ 21 คน พรรคไทยรวมพลัง 6 คนพรรคพลังประชารัฐ 5 คน และ พรรคขนาดเล็กอื่น ๆ
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า พรรคภูมิใจไทยยังคงเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลอย่างมั่นคง และมีอำนาจต่อรองสูงในการกำหนดทิศทางทางการเมือง
เปิดสภาฯ กลางมีนาคม
ตามรัฐธรรมนูญกำหนดว่า หลังจาก กกต.ประกาศรับรอง สส.เกินร้อยละ 95 (475 จาก 500) แล้ว จะต้องมีการเปิดประชุมรัฐสภาครั้งแรกภายใน 15 วัน
หากนับจากวันที่ 4 มีนาคม คาดว่าการเปิดประชุมรัฐสภาจะเกิดขึ้นไม่เกินวันที่ 19 มีนาคม
นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า สภาฯ มีความพร้อมรองรับการรายงานตัวของสมาชิก โดยไม่จำเป็นต้องมีการรายงานตัวครบ 95% จึงจะเปิดประชุมได้ แต่เพียงให้มีจำนวนสมาชิกที่เหมาะสมเพียงพอสำหรับการดำเนินพิธีเปิดประชุม
ทั้งนี้ คาดว่าจำนวน สส.ที่มารายงานตัวในช่วงต้นเดือนมีนาคมจะเกิน 300 คน ซึ่งถือว่าเพียงพอสำหรับการดำเนินขั้นตอนตามรัฐธรรมนูญ
ลุ้นโหวตประธานสภา
หลังการเปิดประชุมรัฐสภา ขั้นตอนแรกคือ การเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร และรองประธานสภา
ตามข้อบังคับการประชุม สส.ที่มีอาวุโสมากที่สุดในสภาจะทำหน้าที่ประธานชั่วคราว ซึ่งในสมัยนี้คือ ไพโรจน์ โล่ห์สุนทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อายุ 89 ปี และเป็น สส.มาแล้ว 10 สมัย
โดยตำแหน่งประธานสภาถือเป็นหนึ่งในตำแหน่งทางการเมืองที่สำคัญ เนื่องจากมีบทบาทในการควบคุมการประชุมสภา รวมถึงการกำหนดวาระการพิจารณากฎหมายและญัตติต่าง ๆ
สำหรับการจัดสรรตำแหน่งในสภา มีแนวโน้มว่า ประธานสภา จะเป็นโควตาของพรรคภูมิใจไทย รองประธานสภาคนที่ 1 เป็นของภูมิใจไทย และ รองประธานสภาคนที่ 2 เป็นของพรรคเพื่อไทย
โดยชื่อที่ถูกจับตามองมากที่สุดสำหรับตำแหน่งประธานสภา คือ โสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์ 7 สมัย อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งถือเป็นบุคคลใกล้ชิดกับ เนวิน ชิดชอบ ผู้มีบทบาทสำคัญที่อยู่เบื้องหลังในการจัดตั้งรัฐบาล
ไทม์ไลน์จัดตั้งรัฐบาลใหม่
จากขั้นตอนทั้งหมด คาดว่าไทม์ไลน์ทางการเมืองจะเป็นดังนี้
กลางมีนาคม: เปิดประชุมรัฐสภาครั้งแรก และเลือกประธานสภา
ปลายมีนาคม-ต้นเมษายน: ประชุมสภาเพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี
เมษายน: จัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ และส่งรายชื่อรัฐมนตรีตรวจสอบคุณสมบัติ
พฤษภาคม: แถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา และเริ่มปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มรูปแบบ
“อนุทิน”ย้ำเร่งแก้ทุกปัญหา
ขณะเดียวกัน เมื่อวันที่ 5 มีนาคม ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้นำคณะ สส.บัญชีรายชื่อของพรรคเข้ารับหนังสือรับรองการได้รับเลือกตั้ง
นายอนุทิน กล่าวว่า ภารกิจของรัฐบาลในช่วงนี้มีความสำคัญทุกเรื่อง โดยเฉพาะสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อประเทศไทย
รัฐบาลจึงต้องเตรียมมาตรการต่าง ๆ เพื่อดูแลผลกระทบต่อคนไทยให้มากที่สุด
ส่วนความคืบหน้าการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรี นายอนุทิน ระบุว่า ทุกอย่างต้องดำเนินไปตามขั้นตอน และขอให้รอความชัดเจนในช่วงเวลาที่เหมาะสม
การเมืองสู่โหมดจัดทัพอำนาจ
ภาพรวมการเมืองไทยหลังการเลือกตั้ง กำลังเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ โดยการจัดตั้ง “รัฐบาลใหม่” ภายใต้การนำของพรรคภูมิใจไทย จะเป็นตัวกำหนดทิศทางเศรษฐกิจ การลงทุน และนโยบายสำคัญของประเทศในช่วง 4 ปีข้างหน้า
ขณะที่บทบาทของสภาผู้แทนราษฎร โดยเฉพาะตำแหน่งประธานสภา จะเป็นอีกกลไกสำคัญในการรักษาเสถียรภาพของรัฐบาล และบริหารความสัมพันธ์ระหว่างฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้าน
ทั้งหมดจะเป็นตัวชี้วัดว่า “รัฐบาลอนุทิน 2” จะสามารถขับเคลื่อนประเทศท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์โลกได้มากน้อยเพียงใด
รายงานพิเศษ โดย…ทีมข่าวการเมือง หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 4181