ทำถึงมาก! เผยเวลาที่ จนท. ใช้นำส่งหัวใจดวงที่ 161 จากดอนเมือง-รพ.รามาฯ
เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2569 พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงภารกิจสำคัญของตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่อำนวยความสะดวกด้านการจราจร เพื่อเปิดเส้นทางนำส่งอวัยวะหัวใจดวงที่ 161 จากสนามบินดอนเมืองไปยัง โรงพยาบาลรามาธิบดี เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา เพื่อเข้าสู่กระบวนการปลูกถ่ายอวัยวะช่วยชีวิตผู้ป่วย โดยสามารถดำเนินภารกิจได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัยโดยใช้เวลาเพียง 16 นาที
รายงานระบุว่า ก่อนเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุโครงการฯ ว่าจะมีการลำเลียงอวัยวะหัวใจจากสนามบินดอนเมือง (M-Jet) เพื่อนำส่งไปยัง โรงพยาบาลรามาธิบดี เจ้าหน้าที่จึงเร่งเข้าประจำจุดตามเส้นทางที่กำหนด พร้อมใช้รถจักรยานยนต์ปฏิบัติการเปิดเส้นทางจราจรอย่างเร่งด่วน และประสานการทำงานร่วมกับตำรวจจราจรในพื้นที่ ตำรวจทางด่วน รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่ออำนวยความสะดวกตลอดเส้นทาง จนสามารถนำส่งอวัยวะสำคัญถึงโรงพยาบาลปลายทางได้ทันตามเวลาที่กำหนด
พล.ต.อ.สำราญ กล่าวว่า ขอชื่นชมเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรทุกนายที่ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่อย่างทุ่มเท รวมถึงประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนที่ให้ความร่วมมือหลีกทางแก่รถปฏิบัติภารกิจ ส่งผลให้การนำส่งหัวใจดวงสำคัญเป็นไปอย่างราบรื่น และช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาชีวิตของผู้ป่วยได้ทันเวลา
ด้าน พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า ภารกิจดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมของกำลังพล รวมถึงการบริหารจัดการจราจรที่มีประสิทธิภาพ และการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบของทุกภาคส่วน เพื่อสนับสนุนภารกิจทางการแพทย์ที่มีความสำคัญต่อการช่วยชีวิตผู้ป่วย
ขณะที่ พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้บัญชาการศึกษา ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานฝ่ายเสริมสร้างภาพลักษณ์ตำรวจจราจร ศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ในภารกิจครั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริได้ใช้รถจักรยานยนต์คันใหม่ในการปฏิบัติงาน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชน โดยมี ชุมพล พรประภา และครอบครัว เป็นผู้แทนมอบรถจักรยานยนต์ Honda CBR500R จำนวน 9 คัน เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ โดยเฉพาะภารกิจเร่งด่วนในการนำส่งอวัยวะเพื่อการปลูกถ่าย
ทั้งนี้ ภารกิจดังกล่าวนับเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของความร่วมมือระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทีมแพทย์ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภาคเอกชนผู้สนับสนุน และประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน ที่พร้อมใจกันเปิดทางแห่งความหวัง เพื่อให้อวัยวะหัวใจเดินทางถึงปลายทางได้ทันเวลา และช่วยต่อโอกาสในการมีชีวิตใหม่ให้แก่ผู้ป่วยและครอบครัวได้อย่างแท้จริง