เดือดจัดกลางเวทีดีเบตเดลินิวส์! ‘ไหม ศิริกัญญา-มาร์ค อภิสิทธิ์’ กร้าวไม่เอา ‘กล้าธรรม’
เมื่อวันที่ 19 ม.ค. ที่สำนักงานเดลินิวส์ มีการจัดดีเบตนโยบายพรรคการเมือง เศรษฐกิจ อํานาจและการปฏิรูป (Power & Reform) "ศึกเปลี่ยนประเทศ" ปฏิรูปเศรษฐกิจยกร่าง ล้างบางหรือแค่บริหารต่อ? โดยมีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจาก 6 พรรคการเมือง ประกอบด้วย นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล จากพรรคประชาชน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พรรคประชาธิปัตย์ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ จากพรรคเพื่อไทย พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ และ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร พรรคไทยสร้างไทย ร่วมดีเบต และมีนายปารเมศ เหตระกูล กรรมการบริหารเดลินิวส์ น.ส.นลิน รุจิรวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายกลยุทธ์องค์กรและการตลาด (EVP) เดลินิวส์ นายนต รุจิรวงศ์ เลขานุการคณะกรรมการบริหาร และ นายนนท์ รุจิรวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายขายและจัดจำหน่าย ร่วมต้อนรับ
โดยช่วงดีเบต มีบางช่วงที่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เรื่องรัฐประหาร ถ้าถามในแง่กฎหมายก็เป็นปัญหาโลกแตกว่ารัฐธรรมนูญเมื่อถูกฉีกไปแล้วจะทำอย่างไร หนทางเดียวที่จะพอเป็นไปได้อยู่ที่ตุลาการว่าพร้อมจะวินิจฉัยหรือไม่ ว่าการกระทำและออกกฎหมายโดยผู้รัฐประหารให้เป็นโมฆะเนื่องจากขัดกับรัฐธรรมนูญที่เคยมีอยู่ก่อน ซึ่งอยู่กับว่าเรื่องนี้การทำรัฐประหารจะไปถึงตุลาการหรือไม่ ส่วนการจับขั้วตั้งรัฐบาลนั้นตนเคยพูดไปแล้วว่ามีพรรคการเมืองหนึ่งที่เราจะไม่ร่วมงานจัดตั้งรัฐบาลเด็ดขาด
“ผมพูดชัดเจนไปแล้วว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา เราผลักดันเรื่องที่มาของ สว.และการทำองค์กรอิสระให้โปร่งใสและตรวจสอบได้ แต่เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ศาลรัฐธรรมนูญบอกว่า ส.ส.ร.เลือกตั้งโดยตรงไม่ได้ ก็ต้องไปแก้ 256 ควบคู่การทำประชามติ มีคนแอบห่วงกังวลเรื่องการยกร่างใหม่จะกระทบหมวด 1 หมวด 2 จนกระทั่งเสียงส่วนใหญ่ของสภามติก็ยอมรับกันแล้วว่าอย่าไปแตะหมวด 1 และ 2 จะได้สบายใจ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ร่างจากหมวด 3 ขึ้นไปก็เดินไปได้ และให้คนลงประชามติ หมวด 1 และ 2 ใครจะแก้ก็ไปเสนอแก้ทีหลัง ผมคิดว่านี่คือหนทางที่ดีที่สุดที่จะเดินหน้าในเรื่องการแก้ไขรายมาตราหรือจะแก้ไขทั้งฉบับ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า การรัฐประหาร นายอภิสิทธิ์ ระบุชัดว่า มีเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญว่าถือเป็นกบฏร้ายแรง และมีโทษร้ายแรง แต่สุดท้ายการรัฐประหารทุกครั้งก็ตามมาด้วยการฉีกรัฐธรรมนูญอยู่ดี ดังนั้นตนเห็นด้วยเรื่องการสร้างสำนึกประชาธิปไตย เราอยากเป็นเหมือนเกาหลีใต้ แค่ประธานาธิบดีออกกฎอัยการศึกประชาชนก็ไม่ยอมแล้ว เราต้องไม่ยอมรับจุดนี้ เพราะถ้าบอกว่าทุกครั้งที่มีการทุจริตคอร์รัปชันแล้วต้องรัฐประหาร ก็คงต้องทำทุกวัน แต่ทุกครั้งที่รัฐประหารไม่เคยแก้ปัญหาให้เราได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว
“ตลอด 7 ปี ที่เป็น สส. เราพยายามแก้รัฐธรรมนูญรายมาตรามาตลอด มีแค่ครั้งเดียวที่แก้ได้ (แก้ระบบเลือกตั้งบัตรใบเดียวเป็นสองใบ) แต่ก็เพื่อประโยชน์นักการเมือง ลดจำนวนสส.ปาร์ตี้ลิสต์ เพิ่มสส.เขต แต่ไม่เคยมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญแบบจริงจัง หลายเรื่องที่เราพยายามทำก่อนหน้านี้แล้ว เช่น เรื่องที่มาขององค์กรอิสระ เรื่อง สว.มีที่มาจากกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือพรรคใดพรรคหนึ่งได้ ทั้งยังมีสิทธิเลือก และถอดถอนองค์กรอิสระออกจากตำแหน่งได้อีกด้วย จนทุกวันนี้ทนได้อย่างไรกับการมีกรรมการ ป.ป.ช. รับทองคำเป็นสินบน กลับไม่มีการถอดถอน ส่วนการร่วมรัฐบาลขอย้ำว่า ไม่ร่วมกับกล้าธรรม”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายอภิสิทธิ์ได้สอบถาม น.ส.ศิริกัญญา บนเวที ว่า เนื่องจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญสะดุด เป็นไปได้หรือไม่ที่จะมีความร่วมมือกันวางเงื่อนไขให้ทุกคนสบายใจ เพื่อให้ทุกคนสบายใจในการประชามติรอบแรก เปิดทางให้สามารถเดินต่อไปได้ น.ส.ศิริกัญญา ตอบเรื่องนี้ว่า ทางเราต้องยืนยันว่า ถ้านำไปสู่การแก้ใหม่ทั้งฉบับ หากจะวางเงื่อนไขก็ไม่ติด แต่ควรมีหลักการควรต้องเปิดกว้างให้ในที่สุดอาจจะมีการแก้ไขถ้อยคำต่างๆ ได้ ถ้าไปปิดล็อกไว้ตนกังวลว่าสุดท้ายจะแก้ไม่ได้ อะไรที่ประชาชนไม่เข้าใจ ก็ต้องรณรงค์ให้เข้าใจร่วมกัน