โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ดร.กอบศักดิ์ จับตาตลาดหุ้นไทยดิ่ง 117 จุด ฉุดความเชื่อมั่นเศรษฐกิจจริง แนะรัฐบาลเร่งเตรียมแผนรับมือวิกฤติน้ำมันขาดแคลน หากสงครามอิหร่านยืดเยื้อเป็นเดือน

THE STANDARD

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
ดร.กอบศักดิ์ จับตาตลาดหุ้นไทยดิ่ง 117 จุด ฉุดความเชื่อมั่นเศรษฐกิจจริง แนะรัฐบาลเร่งเตรียมแผนรับมือวิกฤติน้ำมันขาดแคลน หากสงครามอิหร่านยืดเยื้อเป็นเดือน

ดร.กอบศักดิ์ ชี้หุ้นไทยดิ่งหนักกว่าภูมิภาค ลามฉุดความเชื่อมั่นเศรษฐกิจจริง เผย 3 เหตุผล นักลงทุนกังวลผลกระทบสงครามอิหร่านลามถึงไทย จี้รัฐบาลเตรียมรับมือวิกฤติ น้ำมันขาดแคลน หากปิดช่องแคบฮอร์มุซยืดเยื้อ แนะเร่งหาแหล่งน้ำเข้าน้ำมันเพิ่ม กำหนดนโยบายประหยัดพลังงาน

วันนี้ (4 มีนาคม 2569) ตลาดหุ้นไทยดิ่งหนักมากกว่าภูมิภาคในการซื้อขายช่วงเช้า จนตลาดหลักทรัพย์ฯต้องประกาศ Circuit Breaker เป็นเวลา 30 นาที หลังดัชนี SET ปรับลดลง 117 จุด หรือติดลบ 8% สู่ระดับ 1,348 จุด เช่นเดียวกับตลาดหุ้นญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ที่ปรับตัวลงแรงในระดับใกล้เคียงกัน

ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล นายกสมาคมเศรษฐศาสตร์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า สาเหตุที่ตลาดหุ้นไทย, ตลาดหุ้นญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ดิ่งหนักมากกว่าภูมิภาค ในการซื้อขายช่วงเช้า เป็นผลมาจาก 3 ปัจจัยหลัก ดังนี้

1. ตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นมาเยอะมาก โดยตั้งแต่ต้นปีตลาดหุ้นไทยปรับเพิ่มขึ้นแล้ว 25% เช่นเดียวกับตลาดหุ้นญี่ปุ่น Nikkei 225 ที่ปรับเพิ่มขึ้นสามเท่าจากฐานเดิม และตลาดหุ้นเกาหลีใต้ KOSPI ที่ปรับเพิ่มขึ้นกว่า 50%

2. โครงสร้างการซื้อน้ำมัน ไทยพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันส่วนใหญ่ จากประเทศกลุ่มตะวันออก กลางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เช่นเดียวกับญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ที่พึ่งการนำเข้าน้ำมันกว่า 90% และ 100% ตามลำดับ

3. ราคาน้ำมันโลกที่ผันผวนจากสงครามที่ยืดเยื้อ โดยเมื่อวันที่ 2 มีนาคมที่ผ่านมา อิหร่านได้เปิดฉากโจมตีโรงกลั่นน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในโลกในซาอุดีอาระเบีย ทำให้บริษัท Saudi Aramco ตัดสินใจปิดการดำเนินงานที่โรงกลั่นน้ำมันชั่วคราวทันที เช่นเดียวกับโรงงานผลิตก๊าซธรรมชาติ (LNG) ในกาตาร์ที่ประกาศปิดตัวชั่วคราว หลังถูกอิหร่านโจมตี ล่าสุดการโจมตีท่าเรือ ทำให้เกิดปัญหาที่ทั่วโลกกังวลใจอยู่ขณะนี้ คือ เรือขนส่งน้ำมันติดค้างอยู่ในช่องแคบฮอร์มุซกว่า 100 ลำ หรือคิดเป็น 10% ของจำนวนเรือขนส่งน้ำมันทั่วโลก ซึ่งถ้าเรือเหล่านี้ติดค้างนานเป็นเดือน อาจทำให้อุปทานน้ำมันขาดตลาด ส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกปรับสูงขึ้น ในขณะที่ปริมาณน้ำมันสำรองแต่ละประเทศมีไม่เท่ากัน ในภาวะที่ผู้คนกักตุนน้ำมัน ปริมาณน้ำมันสำรองที่เคยพอ อาจจะไม่พอในที่สุด

ทั้งนี้ ช่องแคบฮอร์มุซมีการขนส่งน้ำมันคิดเป็นสัดส่วน 20% ของการขนส่งน้ำมันทั่วโลก ทำให้ผลกระทบหลังอิหร่านโจมตีโรงงานผลิตก๊าซธรรมชาติในซาอุดีอาระเบีย ดันราคาน้ำมันโลกเด้งขึ้นไปที่ 76 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เช่นเดียวกับราคาพลังงาน ในยุโรปที่ปรับสูงขึ้น 40-50% ซึ่งผลกระทบจากราคาน้ำมันโลกที่ปรับตัวขึ้น จะส่งผ่านไปยังเงินเฟ้อและภาคการผลิตต่างๆ ในระยะต่อไป การเกิด shock ทั่วโลก ทำให้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ต้องประกาศจัดหาประกันภัย และส่งกองทัพเรือสหรัฐฯ คุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อบรรเทาผลกระทบดังกล่าว

“กระบวนการตลาดทุนที่กำลังกระทบเราในปัจจุบัน กระทบผ่านความเชื่อมั่น ทำให้ทุกคนกังวลใจและกำลังปรับตัว ยิ่งหุ้นตกคนยิ่งวิ่งหนี ทำให้ตลาดหุ้นปรับตัวอย่างรุนแรงในขณะนี้ หากปล่อยให้ตลาดหุ้นปรับตัวลงต่อเนื่องหลายวันจะกระทบต่อเนื่องไปยังความสามารถในการบริโภค การที่รัฐบาลจะมากระตุ้นภายหลังจะเป็นเรื่องยาก”

ไทยเสี่ยงน้ำมันขาดตลาด หากสงครามยืดเยื้อ คนแห่กักตุน

ดร.กอบศักดิ์ ได้เสนอแนวทางเตรียมพร้อมรับมือวิกฤติขาดแคลนน้ำมันในประเทศ กรณีสงครามยืดเยื้อ ทำให้เรือขนส่งน้ำมันเดินทางออกจากช่องแคบฮอร์มุซไม่ได้ โดยโอกาสที่ประเทศไทยจะมีน้ำมันสำรองไม่พอมีมากขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางราคาน้ำมันโลก ที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลไทยจึงต้องเร่งหาแหล่งน้ำเข้าน้ำมันอื่นๆ หาพลังงานทดแทน รวมถึงนโยบายประหยัดพลังงาน ตัวอย่างเช่น ประเทศอินโดนีเซียที่ประกาศซื้อน้ำมันจากสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น เพื่อรองรับน้ำมันขาดแคลน

นอกจากนี้ ประเทศไทยยังต้องจับตาความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ในระยะต่อไป ซึ่งจะไม่ได้เป็น ‘ปัญหาเฉพาะหน้า’ ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน แต่จะเป็นซีรีส์ปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง หมุนจากจากภูมิภาคหนึ่งไปอีกภูมิภาคหนึ่ง ซึ่งในที่สุดจะวนกลับมาที่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งไทยต้องรับความจริงว่า มีความเสี่ยงจากการเผชิญหน้าระหว่างประเทศมหาอำนาจ สิ่งสำคัญคือรัฐบาลไทย จะต้องเตรียมการอย่างไรให้ประเทศอยู่รอดภายใต้การเผชิญหน้าระหว่างมหาอำนาจ

ดร.กอบศักดิ์ กล่าวต่อว่า เราต้องตีโจทย์ให้แตกว่าท่ามกลางสงครามการค้ารอบสองที่คุกรุ่น ทำอย่างไรไม่ให้ไทยโดนผลกระทบไปด้วย ทำอย่างไรให้สามารถปกป้องตัวเอง สร้างภูมิคุ้มกันที่เข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ การดูแล SME นอกจากนี้ยังต้องให้ความสำคัญกับการทำงานภายในภูมิภาค ทั้งอาหาร ยารักษาโรค หรือการรักษาความปลอดภัย ประเด็นเหล่านี้จะต้องหยิบยกขึ้นมาพูดกันมากขึ้น

“มันจะไม่จบที่ตรงนี้ เราควรยอมรับความจริงและเตรียมการสู่อนาคต และถ้าวันหนี่งมหาอำนาจถามว่า ทำไมเราไม่ช่วยเขา ถ้าเราไม่ช่วยเขาจะจัดการเรา เหมือนที่ทำอยู่ในปัจจุบัน เรื่องเหล่านี้เป็นปัญหาที่ใกล้ตัวมากขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้เขาเพียงแค่รอเวลาจัดการสถานการณ์ในตะวันออกและลาตินอเมริกาให้เรียบร้อย เมื่อเสร็จแล้ว ก็จะย้ายฐานมาจัดการเอเชียต่อไป”

แนะรัฐบาลเร่งสร้างความเชื่อมั่น ก่อนผลกระทบลามเศรษฐกิจจริง

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยยังจำกัดอยู่ที่ราคาสินทรัพย์ เงินบาทที่อ่อนค่า หุ้นที่ตกลงส่งผลต่อเนื่องไปยัง wealth effect และความเชื่อมั่นผู้บริโภค และการตัดสินใจดำเนินงานต่างๆ ซึ่งเป็นความเสียหายที่เกิดขึ้นจากความกังวลเป็นหลัก

หากเปรียบเทียบกับตลาดหุ้นสหรัฐฯ หลังการโจมตีอิหร่าน ดัชนีติดลบแค่ 400 จุด ด้านราคาน้ำมันก็ไม่ได้ปรับขึ้นสูงระดับ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อย่างที่หลายฝ่ายคาดการณ์ เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่สร้างความเชื่อมั่นว่าเอาอยู่ สามารถบริหารจัดการได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...