เปิดแผน กต. รับมือสงครามตะวันออกกลาง เร่งอพยพคนไทยในอิหร่านไปตุรกี ก่อนหาเที่ยวบินกลับไทย
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงการประเมินสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางว่า ขณะนี้สถานเอกอัครราชทูตไทยในหลายประเทศได้ประสานกับรัฐบาลประเทศเจ้าบ้าน เพื่อเตรียมพื้นที่ปลอดภัยรองรับประชาชนไทย โดยไทยยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศย้ำว่า รัฐบาลมีความจำเป็นต้องเร่งนำคนไทยทั้งหมดในอิหร่านออกจากพื้นที่เป็นลำดับแรก หากผู้ใดประสงค์จะเดินทางกลับ ขอให้รีบแจ้งสถานทูต เพื่อจัดเตรียมการเดินทาง โดยอยู่ระหว่างพิจารณาเส้นทางที่เหมาะสม อาทิ การเดินทางไปยังตุรกีก่อน เพื่อตรวจสอบเที่ยวบินที่ยังให้บริการ หรืออาจพิจารณาเช่าเครื่องบินเหมาลำจากอียิปต์เข้าไปรับ
สำหรับประเทศอื่นในภูมิภาค ถือเป็นการอำนวยความสะดวกมากกว่าการอพยพ เช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์อาจมีบางพื้นที่ที่เปิดน่านฟ้าและสายการบินกลับมาให้บริการ เช่นเดียวกับบาห์เรน รัฐบาลจะเร่งจัดหาตั๋วเครื่องบินให้เพียงพอ พร้อมดูแลให้คนไทยหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะบริเวณใกล้ฐานทัพสหรัฐอเมริกา
นายสีหศักดิ์ระบุว่า เหตุการณ์ครั้งนี้มีขอบเขตกว้างกว่าปี 2567 ครอบคลุมหลายประเทศทั้งอิหร่าน อิสราเอล สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บาห์เรน กาตาร์ คูเวต จอร์แดน และไซปรัส ส่งผลให้จำนวนคนไทยที่ได้รับผลกระทบเพิ่มจากประมาณ 40,000 คนในครั้งก่อน เป็นหลักแสนคนในปัจจุบัน
ในส่วนของอิสราเอล มีระบบป้องกันและสกัดขีปนาวุธ ขณะที่คนไทยราว 65,000 คน ส่วนใหญ่ยังประสงค์พำนักต่อ เนื่องจากมั่นใจในมาตรการความปลอดภัย
สำหรับสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเตหะราน มีเจ้าหน้าที่ประมาณ 10 คน ซึ่งถือว่าอยู่ในพื้นที่เป้าหมายการโจมตี เบื้องต้นยังไม่ได้รับผลกระทบ อย่างไรก็ตาม กระทรวงการต่างประเทศจะประเมินความจำเป็นในการอพยพเจ้าหน้าที่เพิ่มเติม โดยยืนยันว่าหากภารกิจนำคนไทยออกจากพื้นที่เสร็จสิ้น ก็พร้อมดูแลให้เจ้าหน้าที่เดินทางออกมาได้อย่างปลอดภัย พร้อมขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก เนื่องจากรัฐบาลมีแผนรองรับทุกสถานการณ์แล้ว