โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ศุลกากร-คต. คุมเข้มสินค้าสวมสิทธิ์ เล็งเพิ่มโทษยึดของกลางแทนปรับเงิน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 04 มี.ค. เวลา 16.49 น. • เผยแพร่ 04 มี.ค. เวลา 09.49 น.

กรมศุลกากร จับมือ กรมการค้าหว่างประเทศ คุมเข้มสินค้าสวมสิทธิ์ เตรียมเพิ่มโทษจากปรับเงินเป็นยึดของกลาง คาดเริ่มในปี 69 รักษาความเชื่อมั่นคู่ค้าต่างประเทศ

4 มี.ค. 2569 นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมศุลกากรอยู่ระหว่างปรับปรุงระเบียบและบทลงโทษสำหรับสินค้าสวมสิทธิ์ ให้สามารถยึดของกลางได้จากปัจจุบันการส่งออกสินค้าที่แสดงแหล่งกำเนิดเท็จหรือสวมสิทธิ์ เช่น การติดป้าย Made in Thailand เพื่อออกไปประเทศที่3 เป็นความผิดที่มีโทษเบาเพียงแค่การปรับเงินเท่านั้น ซึ่งไม่สามารถสร้างความเกรงกลัวให้กับผู้กระทำผิดได้

“ตอนนี้กรมกำลังศึกษาการปรับเกณฑ์ทำให้บทลงโทษสูงขึ้น โดยจะเปลี่ยนจากโทษปรับเป็นการยึดของกลางแทน ซึ่งจะครอบคลุมเป็นแพ็คเกจใหญ่ ทั้งกลุ่มสินค้าสวมสิทธิ์แหล่งกำเนิดเท็จ สินค้ากัญชา และบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปี 2569”

นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ (คต.) เปิดเผยว่า ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน หลายประเทศเริ่มนำมาตรการทางการค้ามาใช้อย่างเข้มข้นขึ้น ทั้งมาตรการทางภาษี การตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุน (AD/CVD) รวมถึงกฎระเบียบที่ไม่ใช่ภาษี (NTMs) อื่นๆ เช่น มาตรการด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อคุ้มครองอุตสาหกรรมในประเทศ รัฐบาลไทยจึงให้ความสำคัญสูงสุดกับการแก้ไขปัญหาการสวมสิทธิถิ่นกำเนิดสินค้า เพื่อป้องกันผลกระทบต่อภาพลักษณ์และโอกาสการส่งออกของไทยในระยะยาว

โดย ที่ผ่านมา คต. ได้ร่วมกับกรมศุลกากร (กศก.) แลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกเพื่อเฝ้าระวังผู้ประกอบการในเขตปลอดอากรที่มีพฤติกรรมเสี่ยงสวมสิทธิเป็นสินค้าไทยเพื่อส่งออกไปยังสหรัฐฯ (Transshipment) โดยล่าสุดเมื่อเดือนมกราคม 2569 คต. ได้ยกระดับความร่วมมือผ่านการประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร ได้แก่ กรมศุลกากร กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมโรงงานอุตสาหกรรม สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม และ BOI เพื่อวางแนวทางบูรณาการตรวจสอบโรงงานและสถานประกอบการกลุ่มเสี่ยงอย่างเต็มรูปแบบ

ขณะนี้ คต. อยู่ระหว่างเร่งตรวจสอบย้อนหลังความถูกต้องของถิ่นกำเนิดสินค้าอย่างละเอียด ทั้งในส่วนของเอกสารหลักฐานการได้มาซึ่งวัตถุดิบและขั้นตอนกระบวนการผลิตจริง พร้อมกันนี้ได้ขอความร่วมมือกรมศุลกากรให้ขยายขอบเขตการตรวจสอบไปยังพื้นที่อื่น ๆ ทั่วประเทศเพิ่มเติม เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ประเทศคู่ค้าว่าสินค้าจากไทยเป็นสินค้าที่มีถิ่นกำเนิดถูกต้องตามมาตรฐานสากล และป้องกันไม่ให้ไทยถูกใช้เป็นทางผ่านในการหลบเลี่ยงมาตรการทางการค้าของประเทศที่สาม ซึ่งจะช่วยรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทยให้ยั่งยืน

สำหรับผลการดำเนินงานของ คต. ในด้านการตรวจสอบถิ่นกำเนิดสินค้าก่อนออกหนังสือรับรอง (Form C/O ทั่วไป) ผ่านระบบไร้กระดาษ ROVERs Plus ในปี 2568 มีการตรวจสอบและอนุมัติรวมทั้งสิ้น 725 คำขอ พบเป็นสินค้าได้ถิ่นกำเนิดไทย 641 คำขอ และไม่ได้ถิ่นกำเนิดไทย 84 คำขอ โดยกลุ่มสินค้าสำคัญที่ผ่านการตรวจสอบเข้มข้น ได้แก่ เฟอร์นิเจอร์ไม้ สายดาต้าเคเบิล และส่วนประกอบรถยนต์

นางอารดา เปิดเผยว่า ขอย้ำว่า กฎถิ่นกำเนิดสินค้า สำหรับการขอหนังสือรับรองแบบที่ไม่ใช้สิทธิพิเศษทางภาษี (Non-Preferential C/O) ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของประเทศปลายทาง ดังนั้น ผู้ส่งออกจะต้องเตรียมความพร้อมในการจัดเก็บหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการใช้วัตถุดิบ และกระบวนการผลิตสินค้าที่ส่งออก

“ที่ผ่านมา คต. ได้ให้ความร่วมมือกับศุลกากรปลายทางในการตรวจสอบย้อนหลังความถูกต้องของถิ่นกำเนิดสินค้ามาโดยตลอด ทั้งการตรวจสอบความถูกต้องแท้จริงของหนังสือรับรองฯ และการพิสูจน์ความถูกต้องของถิ่นกำเนิดสินค้า จากการตรวจสอบกระบวนการผลิต ณ สถานประกอบการ เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นว่า ไทยมีการกำกับดูแลการตรวจสอบการแอบอ้างถิ่นกำเนิดอย่างเข้มงวด”

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...