โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

AMATA ทุ่มงบ 1 หมื่นล้านบาท พัฒนานิคมอุตสาหกรรม รับคลื่นทุนย้ายฐานมาอาเซียน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 10 มี.ค. เวลา 16.52 น. • เผยแพร่ 10 มี.ค. เวลา 09.52 น.

AMATA วางแผนลงทุนปี 69 ทุ่มงบกว่า 10,000 ล้านบาท พัฒนานิคมอุตสาหกรรมในภูมิภาคอาเซียน ตั้งเป้าขายที่ดินรวม 2,800 ไร่ ในไทย เวียดนาม ลาว รองรับกระแสการย้ายฐานการผลิตจากความผันผวนเศรษฐกิจโลก พร้อมปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ในรอบ 8 ปี มุ่งยกระดับสู่การพัฒนา “Industrial City” และเดินหน้าสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนในปี 2583

10 มีนาคม 2569 - นายวิกรม กรมดิษฐ์ ประธานกรรมการ บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) หรือ AMATA เปิดเผยว่า ในปี 2569 บริษัทเตรียมงบลงทุนกว่า 10,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนานิคมอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐานรองรับการขยายตัวของภาคการผลิตในภูมิภาคอาเซียน

ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าหมายขายที่ดินรวม 2,800 ไร่ ใน 3 ประเทศหลัก ได้แก่ ไทย เวียดนาม และลาว ซึ่งถือเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญในการรองรับการลงทุนจากต่างประเทศ

สำหรับแผนการขายที่ดิน แบ่งเป็น ประเทศไทย 1,650 ไร่ โดยเน้นรองรับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ขณะที่ประเทศเวียดนามตั้งเป้าขาย 550 ไร่ เพื่อรองรับการย้ายฐานการผลิตจากประเทศจีน ส่วน ประเทศลาว วางแผนขาย 600 ไร่ เพื่อพัฒนาเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ทางบกเชื่อมโยงการค้าภายในภูมิภาค

อีกทั้งภาวะเศรษฐกิจโลกในปัจจุบันยังเผชิญความท้าทายจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นสงครามการค้า รวมถึงความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานโลก ระบบขนส่ง ราคาพลังงาน และการจัดหาวัตถุดิบของภาคการผลิต

อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนดังกล่าวกลับทำให้นักลงทุนทั่วโลกเริ่มมองหาฐานการผลิตแห่งใหม่ที่มีเสถียรภาพมากขึ้น ส่งผลให้อาเซียน โดยเฉพาะประเทศไทย เวียดนาม และลาว กลายเป็นพื้นที่ที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ภูมิภาคอาเซียนกำลังถูกจับตามองในฐานะศูนย์กลางการลงทุนใหม่ของโลก โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ดิจิทัล และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ซึ่งต้องการโครงสร้างพื้นฐานที่มีความพร้อมและระบบนิเวศทางธุรกิจที่ครบวงจร

นอกจากนี้ กลุ่มอมตะยังเตรียมปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ในรอบ 8 ปี โดยมีแผนดึงผู้บริหารมืออาชีพทั้งจากในประเทศและต่างประเทศเข้ามาเสริมทีมบริหาร เพื่อเพิ่มศักยภาพการดำเนินงานและรองรับการขยายธุรกิจในระดับภูมิภาค

การปรับโครงสร้างองค์กรครั้งนี้จะมุ่งเน้น 3 แกนหลัก ได้แก่

  • การเพิ่มความคล่องตัวในการตัดสินใจ (Agility)
  • การเสริมสร้างธรรมาภิบาลในการบริหารงาน (Governance)
  • การเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับการลงทุนขนาดใหญ่ (Scale Up)

นายวิกรม กล่าวว่า อมตะกำลังปรับบทบาทจากผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรมไปสู่การพัฒนา “Industrial City” ซึ่งเป็นเมืองอุตสาหกรรมที่ผสานโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี และคุณภาพชีวิตเข้าไว้ด้วยกัน ภายใต้แนวคิด “All Win” ที่มุ่งให้ภาคธุรกิจ ชุมชน และสิ่งแวดล้อมเติบโตไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน

ขณะเดียวกัน บริษัทยังให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจด้านสิ่งแวดล้อม โดยตั้งเป้าหมายสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2583 พร้อมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อพื้นที่ดำเนินงานลง 30% ผ่านการใช้พลังงานสะอาดและการนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้ในการพัฒนาโครงการ

ทั้งนี้ กลุ่มอมตะยังคงเดินหน้าสร้างระบบนิเวศทางเศรษฐกิจแบบครบวงจร ไม่ได้จำกัดเพียงการขายที่ดินอุตสาหกรรมเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ อาทิ ระบบน้ำและไฟฟ้า การศึกษา เทคโนโลยี ที่อยู่อาศัย โรงแรม และศูนย์บริการภาครัฐ เพื่อรองรับการเติบโตของเมืองอุตสาหกรรมในอนาคต

ปัจจุบัน โครงการของอมตะมีโรงงานและธุรกิจตั้งอยู่มากกว่า 1,600 แห่ง มีแรงงานกว่า 350,000 คน จากนักลงทุนกว่า 30 สัญชาติ รวมถึงบริษัทชั้นนำระดับโลกหลายแห่งที่เข้ามาลงทุนในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมของบริษัท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...