โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

มติครม. ต่ออายุความร่วมมือไทย–ญี่ปุ่น ลงทุนก๊าซธรรมชาติเหลว 3 ปี

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

10 มีนาคม 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบต่อร่างเอกสารแสดงความยินยอมที่จะต่ออายุบันทึกความร่วมมือว่าด้วยการลงทุนในธุรกิจต้นน้ำของก๊าซธรรมชาติเหลวระหว่างไทยและญี่ปุ่น และข้อริเริ่มความร่วมมือด้านถังเก็บก๊าซธรรมชาติเหลว ระหว่างกระทรวงพลังงานแห่งราชอาณาจักรไทยกับกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมแห่งญี่ปุ่น ตามที่กระทรวงพลังงานเสนอ

ทั้งนี้ ครม. อนุมัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน หรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจ เป็นผู้ลงนามในเอกสารดังกล่าว ซึ่งมีกำหนดลงนามระหว่างการประชุมระดับรัฐมนตรีและภาคธุรกิจด้านความมั่นคงพลังงานอินโด-แปซิฟิก (Indo-Pacific Energy Security Ministerial and Business Forum: IPEM) ระหว่างวันที่ 14–15 มีนาคม 2569 ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

นางสาวลลิดา กล่าวว่า บันทึกความร่วมมือฉบับเดิม ไทยและญี่ปุ่นได้ร่วมลงนามเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2565 โดยมีเป้าหมายเพื่อกำหนดกรอบความร่วมมือด้านการลงทุนในธุรกิจต้นน้ำของก๊าซธรรมชาติเหลว และความร่วมมือด้านถังเก็บก๊าซธรรมชาติเหลว เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของทั้งสองประเทศ ก่อนจะครบกำหนดอายุลงเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2568

การเห็นชอบครั้งนี้ จึงเป็นการต่ออายุบันทึกความร่วมมือดังกล่าวออกไปอีก 3 ปี ตั้งแต่วันที่ 16 พฤศจิกายน 2568 ถึงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2571 และจะต่ออายุโดยอัตโนมัติทุก ๆ 3 ปี เว้นแต่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 เดือนว่าไม่ประสงค์จะต่ออายุ

นางสาวลลิดา กล่าวว่า การต่ออายุความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยให้ไทยและญี่ปุ่นสามารถเดินหน้าความร่วมมือด้านก๊าซธรรมชาติเหลวได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ รวมทั้งช่วยเชื่อมโยงความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศให้แน่นแฟ้นและเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ยังเป็นโอกาสสำคัญที่ประเทศไทยจะได้แสวงหาและต่อยอดความร่วมมือกับนานาประเทศในการพัฒนาภาคพลังงานของไทยให้มีความมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว

นางสาวลลิดา กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงการต่างประเทศและสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้พิจารณาแล้วเห็นสอดคล้องกันว่า ร่างเอกสารดังกล่าวไม่มีสถานะเป็นสนธิสัญญาตามกฎหมายระหว่างประเทศ และไม่เป็นหนังสือสัญญาตามมาตรา 178 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

ขณะเดียวกัน กระทรวงพลังงานยืนยันว่า การดำเนินการครั้งนี้ไม่เข้าข่ายเป็นการอนุมัติงานหรือโครงการใหม่ หรือก่อภาระผูกพันต่อคณะรัฐมนตรีชุดต่อไปตามมาตรา 169 ของรัฐธรรมนูญ

“รัฐบาลให้ความสำคัญกับการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานควบคู่กับการขยายความร่วมมือกับประเทศคู่ค้าและพันธมิตรสำคัญ เพื่อรองรับความผันผวนของตลาดพลังงานโลก และเสริมความพร้อมของไทยในระยะยาว” นางสาวลลิดา กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...