กระจ่างเลย! ทูตอิสราเอล เผยสาเหตุชัดๆ ที่โจมตีอิหร่าน
วันที่ 10 มีนาคม 2569 นางอโลนา ฟิชเชอร์-คัมม์ เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย แถลงข่าวเกี่ยวกับสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ณ กรุงเทพมหานคร โดยชี้แจงเหตุผลที่อิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน ท่ามกลางสถานการณ์สู้รบที่ยืดเยื้อมานานกว่า 10 วันนับตั้งแต่การปะทุรอบใหม่เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
เอกอัครราชทูตอิสราเอลระบุว่า การโจมตีเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด เนื่องจากรัฐบาลอิหร่านและกลุ่มติดอาวุธที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านอยู่ในภาวะอ่อนแอมากที่สุดในรอบหลายปี จึงเป็นจังหวะสำคัญในการลดศักยภาพของระบอบการปกครองที่อิสราเอลมองว่าเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคง
นางอโลนา ยืนยันว่า อิสราเอลไม่ได้มีปัญหากับประชาชนอิหร่านหรือประเทศอิหร่านโดยตรง แต่เห็นว่าระบอบการปกครองของอิหร่านตั้งแต่การปฏิวัติอิสลามปี 1979 เป็นต้นมา เป็นภัยคุกคามถาวรต่ออิสราเอล โดยอ้างว่าตลอดระยะเวลากว่า 47 ปี ระบอบดังกล่าวมีจุดยืนต้องการทำลายอิสราเอล จึงทำให้อิสราเอลจำเป็นต้องดำเนินการเชิงป้องกันล่วงหน้า เพื่อไม่ให้ภัยคุกคามรุนแรงจนสายเกินแก้
เอกอัครราชทูตอิสราเอลระบุเพิ่มเติมว่า เป้าหมายหลักของปฏิบัติการทางทหารคือการกำจัดภัยคุกคาม 3 ด้าน ได้แก่ โครงการนิวเคลียร์ ขีปนาวุธพิสัยไกล และเครือข่ายกลุ่มติดอาวุธที่อิหร่านสนับสนุนในภูมิภาค โดยอิสราเอลจะยุติปฏิบัติการเมื่อภัยคุกคามทั้งสามไม่สามารถดำเนินการได้อีก
สำหรับกรณีการโจมตีโรงเรียนหญิงล้วนในอิหร่านตอนใต้ที่มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก นางอโลนา ระบุว่าอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าเป็นปฏิบัติการของฝ่ายใด พร้อมย้ำว่าอิสราเอลมุ่งโจมตีเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับภัยคุกคามด้านความมั่นคง และโรงเรียนไม่ใช่เป้าหมายทางทหาร
นอกจากนี้ เอกอัครราชทูตอิสราเอลยังย้ำว่า อิสราเอลไม่มีความทะเยอทะยานในการเป็นมหาอำนาจในตะวันออกกลาง แต่มีภารกิจหลักคือการปกป้องพลเรือนของตนเองจากภัยคุกคามภายนอก พร้อมระบุว่าอิหร่านไม่ได้เป็นภัยเฉพาะต่ออิสราเอลหรือภูมิภาคเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อความมั่นคงของโลกโดยรวม
ขณะเดียวกัน ฝ่ายอิหร่านได้แสดงจุดยืนก่อนหน้านี้ว่า การโจมตีดังกล่าวเป็นการรุกรานที่ไม่มีความชอบธรรมและละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ พร้อมยืนยันสิทธิในการป้องกันตนเองภายใต้ภาวะสงครามเต็มรูปแบบที่กำลังดำเนินอยู่ในปัจจุบัน