ฮั่วเซ่งเฮงเชื่อ "ขาขึ้นทองยังไม่จบ" ชี้เป้าสูงสุด 88,000 บาท 4 ปัจจัยหลักหนุน
ฮั่วเซ่งเฮง แนะจับตาทองคำโลก ชี้แม้ระยะสั้นจะเผชิญแรงกดดันจากดอลลาร์แข็งค่าขึ้น-เปลี่ยนตัวประธานเฟด แต่เชื่อ ‘แนวโน้มขาขึ้นในภาพใหญ่ยังไม่จบ’ จากปัจจัยหนุนหลายด้าน ทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ มาตรการภาษีตอบโต้การค้า การลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และความต้องการทองคำจากธนาคารกลางทั่วโลก คาดทองในประเทศราคาเป้าหมายสูงสุดของปีนี้อาจสูงถึง 88,000 บาท
จากกรณีที่ราคาทองคำปรับลดลงแรงเมื่อช่วงปลายสัปดาห์ทีผ่านมา ล่าสุดวันนี้(3 ก.พ. 69) HSHsocial ฮั่วเซ่งเฮง ออกบทวิเคราะห์ล่าสุดเกี่ยวกับราคาทองคำว่า จาการที่ตลาดการเงินโลกเผชิญแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ หลังโดนัลด์ ทรัมป์ เสนอชื่อ ‘เควิน วอร์ช’ ขึ้นแท่นประธาน Fed คนใหม่แทนที่นายเจอโรม พาวเวลล์ ส่งผลให้ราคาทองคำปรับตัวลดลงเกือบ 10% ภายในวันเดียว ท่ามกลางการพุ่งขึ้นของดอลลาร์ที่รับข่าวนโยบายสายเหยี่ยว
ฮั่วเซ่งเฮงแนะนักลงทุนจับตาสมดุลใหม่ระหว่างความเป็นอิสระของ Fed และแรงกดดันทางการเมือง พร้อมวางกลยุทธ์รับมือความผันผวนที่มีเป้าหมายสูงสุดปีนี้ที่ 6,000 ดอลลาร์
ย้อนรอยทองดิ่งสุดรอบ 40 ปี
เมื่อวันศุกร์ที่ 30 ม.ค. 2569 ที่ผ่านมา ราคาทองคำในตลาดโลก ปรับตัวลดลงเกือบ 10% ภายในวันเดียว โดยราคาทองคำ Spot ร่วงจากระดับ 5,377 ดอลลาร์ ลงมาทดสอบที่ระดับ 4,688 ดอลลาร์อย่างรวดเร็ว (เหตุการณ์ในลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นแล้วเมื่อวันที่ 28 ก.พ. 2526 โดยราคาปรับตัวลงกว่า 9.59%) ขณะที่โลหะเงิน (Silver) เผชิญแรงเทขายหนัก ทรุดตัวลงกว่า 30% ภายในวันเดียว
การปรับฐานครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน แต่ตลาดกำลังมองว่า การเข้ามาของเควิน วอร์ช อาจทำให้เกิด ‘การเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงินของเฟด’ (Fed Pivot)
ทำไมต้องเป็น ‘เควิน วอร์ช’ ?
แม้ทรัมป์จะเคยส่งสัญญาณว่าต้องการประธาน Fed ที่ ‘สั่งได้’ และพร้อมลดดอกเบี้ยเชิงรุก แต่การเลือกวอร์ชกลับสร้างความประหลาดใจ เพราะวอร์ชมีประวัติเป็น ‘สายเหยี่ยว’ (Hawk) ที่ชัดเจนในอดีต
- อดีตทูตวอลล์สตรีท: ในช่วงวิกฤตปี 2008 วอร์ชคือผู้ประสานงานหลักระหว่าง Fed และสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ (Liaison to Wall Street) ภายใต้การนำของเบน เบอร์นันเก้
- จุดยืนต้านเงินเฟ้อ: วอร์ชเคยลาออกจาก Fed ในปี 2011 เนื่องจากไม่เห็นด้วยกับการพิมพ์เงิน (QE) และการคงดอกเบี้ยต่ำนานเกินไป ซึ่งเขาเรียกว่าเป็น ‘การกดขี่ทางการเงิน’ (Financial Repression)
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจาก Investopedia และ The Guardian วิเคราะห์ว่า ในช่วงไม่กี่เดือนก่อนการเสนอชื่อ วอร์ชเริ่มปรับโทนเสียงให้สอดคล้องกับทรัมป์มากขึ้น โดยวิจารณ์ว่า Fed ภายใต้การนำของเจอโรม พาวเวลล์ นั้น ‘เดินเกมช้าเกินไป’ (Backward-looking) และควรลดดอกเบี้ยเพื่อสนับสนุนนโยบายฝั่งอุปทาน (Supply-side Economics) ของทรัมป์
ผลกระทบต่อค่าเงินดอลลาร์และทองคำ
การมาของวอร์ชทำให้ดัชนีดอลลาร์ (DXY) พุ่งขึ้นทันที เนื่องจากตลาดกำลังคาดหวังว่า “วอร์ช” จะสามารถต้านทานแรงกดดันจากการแทรกแซงทางการเมือง และนำพา Fed ไปสู่การกำหนดนโยบายที่มีความเป็นกลางมากขึ้น พร้อมทั้งเปลี่ยนการตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยให้เป็นกระบวนการที่คาดการณ์ได้และโปร่งใส
นักยุทธศาสตร์จาก OCBC มองว่า การพักฐานของทองคำเป็นสิ่งที่ ‘หลีกเลี่ยงไม่ได้’ หลังจากราคาวิ่งขึ้นแบบ Parabolic มาตลอดปี 2568 ส่วนการเสนอชื่อวอร์ชเป็นเพียง ‘ชนวน’ (Trigger) ที่ทำให้นักลงทุนเทขายทำกำไรครั้งใหญ่เท่านั้น
มุมมองและกลยุทธ์จากฮั่วเซ่งเฮง
แม้ในระยะสั้นทองคำจะเผชิญแรงกดดันจากดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น แต่ฮั่วเซ่งเฮงมองว่า ‘แนวโน้มขาขึ้นในภาพใหญ่ยังไม่จบ’ โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลายด้าน ทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ มาตรการภาษีตอบโต้การค้า การลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์สหรัฐฯ (De-dollarization) และความต้องการทองคำจากธนาคารกลางทั่วโลก
สำหรับราคาทองคำในประเทศช่วงที่เหลือของปีนี้ คาดว่าเคลื่อนไหวในกรอบ 69,000-88,000 บาท ส่วนราคาเป้าหมายสูงสุดของปี คาดว่าอาจสูงถึงระดับ 88,000 บาท
“ราคาทองคำปีนี้ที่ปรับตัวขึ้นร้อนแรงมากต่อเนื่องจากปี 68 นักลงทุนจำเป็นต้องติดตามราคาทองโลก เงินบาท และปัจจัยที่กระทบกับราคาทองคำอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะนโยบายของทรัมป์ที่สร้างความผันผวนให้กับตลาดการเงินเป็นพิเศษ” ฝ่ายวิเคราะห์ฮั่วเซ่งเฮง กล่าว
กลยุทธ์การลงทุนระยะสั้น: หากราคาย่อตัวลงมาที่ 4,500 ดอลลาร์ (หรือเทียบเท่าราคาทองคำในประเทศราว 69,000 บาทต่อบาททองคำ) เป็นจุดที่น่าสนใจในการทยอยเข้าซื้อสะสม
กลยุทธ์การลงทุนระยะยาว: แนะนำ ‘ถือต่อ’ โดยควรมีทองคำติดพอร์ตไว้ 10-15% เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากสงครามการค้าและความผันผวนของนโยบายทรัมป์ที่อาจกลับมาสร้างภาวะเงินเฟ้อในอนาคต
ขณะที่ราคาทองวันนี้(3 ก.พ.2569) ล่าสุด ณ เวลา 16.44 น. ราคาทองคำในประเทศจากการประกาศของสมาคมค้าทองคำปรับเปลี่ยนไปแล้วถึง 62 ครั้ง และ ณ เวลาดังกล่าวราคาทองยังยืนราคาเหนือที่บาทละ 70,000บาท ทั้งทองคำแท่งและทองรูปพรรณ โดยทองคำแท่งขายออกอยู่ที่บาทละ 73,500 บาท รับซื้อ 73,300 บาท ส่วนทองรูปพรรณขายออกบาทละ 74,300 บาท รับซื้อบาทละ 71,828.08 บาท ส่วนราคา Gold spot อยู่ที่ 4,920.00 ดอลลาร์(อัตราแลกเปลี่ยน31.49บาท/ดอลลาร์สหรัฐ)
ฮั่วเซ่งเฮง:Night Recap Gold Spot
03 กุมภาพันธ์ 2569|15:26 น.
แนวโน้มราคาทอง
Sideway
ทองขึ้น จากดอลลาร์ย่อตัว, คนจีนแห่ซื้อทองคำต้องรับตรุษจีน ขณะสหรัฐฯ-อิหร่าน เจรจาคืบหน้า
Gold spot
สูงสุด – 4,941 ดอลลาร์
ต่ำสุด – 4,659 ดอลลาร์
ราคาทองคำแท่ง
สูงสุด – 73,400 บาท
ต่ำสุด – 71,450 บาท
ตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องติดตาม
คืนนี้ไม่มีการประกาศตัวเลขทางเศรษฐกิจ เนื่องจากภาวะชัตดาวน์
วิเคราะห์ราคาทอง
ราคาทองโลกสามารถฟื้นตัวขึ้นยืนเหนือแนวรับบริเวณ 4,690 และ 4,580 ดอลลาร์ จึงประเมินว่า ทองโลกมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้าน ที่ 5,000 และ 5,100 ดอลลาร์ และอาจมีการย่อตัวลงอีกครั้งในภายหลัง แต่หากทองโลกหลุดแนวรับที่ 4,580 ดอลลาร์ ลงไป ทองโลกอาจปรับฐานลงต่อเนื่อง
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ฮั่วเซ่งเฮงเชื่อ “ขาขึ้นทองยังไม่จบ” ชี้เป้าสูงสุด 88,000 บาท 4 ปัจจัยหลักหนุน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net