โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ฮั่วเซ่งเฮงเชื่อ "ขาขึ้นทองยังไม่จบ" ชี้เป้าสูงสุด 88,000 บาท 4 ปัจจัยหลักหนุน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 05 ก.พ. เวลา 06.41 น. • เผยแพร่ 03 ก.พ. เวลา 09.44 น.
ฮั่วเซ่งเฮง

ฮั่วเซ่งเฮง แนะจับตาทองคำโลก ชี้แม้ระยะสั้นจะเผชิญแรงกดดันจากดอลลาร์แข็งค่าขึ้น-เปลี่ยนตัวประธานเฟด แต่เชื่อ ‘แนวโน้มขาขึ้นในภาพใหญ่ยังไม่จบ’ จากปัจจัยหนุนหลายด้าน ทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ มาตรการภาษีตอบโต้การค้า การลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และความต้องการทองคำจากธนาคารกลางทั่วโลก คาดทองในประเทศราคาเป้าหมายสูงสุดของปีนี้อาจสูงถึง 88,000 บาท

จากกรณีที่ราคาทองคำปรับลดลงแรงเมื่อช่วงปลายสัปดาห์ทีผ่านมา ล่าสุดวันนี้(3 ก.พ. 69) HSHsocial ฮั่วเซ่งเฮง ออกบทวิเคราะห์ล่าสุดเกี่ยวกับราคาทองคำว่า จาการที่ตลาดการเงินโลกเผชิญแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ หลังโดนัลด์ ทรัมป์ เสนอชื่อ ‘เควิน วอร์ช’ ขึ้นแท่นประธาน Fed คนใหม่แทนที่นายเจอโรม พาวเวลล์ ส่งผลให้ราคาทองคำปรับตัวลดลงเกือบ 10% ภายในวันเดียว ท่ามกลางการพุ่งขึ้นของดอลลาร์ที่รับข่าวนโยบายสายเหยี่ยว

ฮั่วเซ่งเฮงแนะนักลงทุนจับตาสมดุลใหม่ระหว่างความเป็นอิสระของ Fed และแรงกดดันทางการเมือง พร้อมวางกลยุทธ์รับมือความผันผวนที่มีเป้าหมายสูงสุดปีนี้ที่ 6,000 ดอลลาร์

ย้อนรอยทองดิ่งสุดรอบ 40 ปี

เมื่อวันศุกร์ที่ 30 ม.ค. 2569 ที่ผ่านมา ราคาทองคำในตลาดโลก ปรับตัวลดลงเกือบ 10% ภายในวันเดียว โดยราคาทองคำ Spot ร่วงจากระดับ 5,377 ดอลลาร์ ลงมาทดสอบที่ระดับ 4,688 ดอลลาร์อย่างรวดเร็ว (เหตุการณ์ในลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นแล้วเมื่อวันที่ 28 ก.พ. 2526 โดยราคาปรับตัวลงกว่า 9.59%) ขณะที่โลหะเงิน (Silver) เผชิญแรงเทขายหนัก ทรุดตัวลงกว่า 30% ภายในวันเดียว

การปรับฐานครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน แต่ตลาดกำลังมองว่า การเข้ามาของเควิน วอร์ช อาจทำให้เกิด ‘การเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงินของเฟด’ (Fed Pivot)

ทำไมต้องเป็น ‘เควิน วอร์ช’ ?

แม้ทรัมป์จะเคยส่งสัญญาณว่าต้องการประธาน Fed ที่ ‘สั่งได้’ และพร้อมลดดอกเบี้ยเชิงรุก แต่การเลือกวอร์ชกลับสร้างความประหลาดใจ เพราะวอร์ชมีประวัติเป็น ‘สายเหยี่ยว’ (Hawk) ที่ชัดเจนในอดีต

  • อดีตทูตวอลล์สตรีท: ในช่วงวิกฤตปี 2008 วอร์ชคือผู้ประสานงานหลักระหว่าง Fed และสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ (Liaison to Wall Street) ภายใต้การนำของเบน เบอร์นันเก้
  • จุดยืนต้านเงินเฟ้อ: วอร์ชเคยลาออกจาก Fed ในปี 2011 เนื่องจากไม่เห็นด้วยกับการพิมพ์เงิน (QE) และการคงดอกเบี้ยต่ำนานเกินไป ซึ่งเขาเรียกว่าเป็น ‘การกดขี่ทางการเงิน’ (Financial Repression)

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจาก Investopedia และ The Guardian วิเคราะห์ว่า ในช่วงไม่กี่เดือนก่อนการเสนอชื่อ วอร์ชเริ่มปรับโทนเสียงให้สอดคล้องกับทรัมป์มากขึ้น โดยวิจารณ์ว่า Fed ภายใต้การนำของเจอโรม พาวเวลล์ นั้น ‘เดินเกมช้าเกินไป’ (Backward-looking) และควรลดดอกเบี้ยเพื่อสนับสนุนนโยบายฝั่งอุปทาน (Supply-side Economics) ของทรัมป์

ผลกระทบต่อค่าเงินดอลลาร์และทองคำ

การมาของวอร์ชทำให้ดัชนีดอลลาร์ (DXY) พุ่งขึ้นทันที เนื่องจากตลาดกำลังคาดหวังว่า “วอร์ช” จะสามารถต้านทานแรงกดดันจากการแทรกแซงทางการเมือง และนำพา Fed ไปสู่การกำหนดนโยบายที่มีความเป็นกลางมากขึ้น พร้อมทั้งเปลี่ยนการตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยให้เป็นกระบวนการที่คาดการณ์ได้และโปร่งใส

นักยุทธศาสตร์จาก OCBC มองว่า การพักฐานของทองคำเป็นสิ่งที่ ‘หลีกเลี่ยงไม่ได้’ หลังจากราคาวิ่งขึ้นแบบ Parabolic มาตลอดปี 2568 ส่วนการเสนอชื่อวอร์ชเป็นเพียง ‘ชนวน’ (Trigger) ที่ทำให้นักลงทุนเทขายทำกำไรครั้งใหญ่เท่านั้น

มุมมองและกลยุทธ์จากฮั่วเซ่งเฮง

แม้ในระยะสั้นทองคำจะเผชิญแรงกดดันจากดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น แต่ฮั่วเซ่งเฮงมองว่า ‘แนวโน้มขาขึ้นในภาพใหญ่ยังไม่จบ’ โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลายด้าน ทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ มาตรการภาษีตอบโต้การค้า การลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์สหรัฐฯ (De-dollarization) และความต้องการทองคำจากธนาคารกลางทั่วโลก

สำหรับราคาทองคำในประเทศช่วงที่เหลือของปีนี้ คาดว่าเคลื่อนไหวในกรอบ 69,000-88,000 บาท ส่วนราคาเป้าหมายสูงสุดของปี คาดว่าอาจสูงถึงระดับ 88,000 บาท

“ราคาทองคำปีนี้ที่ปรับตัวขึ้นร้อนแรงมากต่อเนื่องจากปี 68 นักลงทุนจำเป็นต้องติดตามราคาทองโลก เงินบาท และปัจจัยที่กระทบกับราคาทองคำอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะนโยบายของทรัมป์ที่สร้างความผันผวนให้กับตลาดการเงินเป็นพิเศษ” ฝ่ายวิเคราะห์ฮั่วเซ่งเฮง กล่าว

กลยุทธ์การลงทุนระยะสั้น: หากราคาย่อตัวลงมาที่ 4,500 ดอลลาร์ (หรือเทียบเท่าราคาทองคำในประเทศราว 69,000 บาทต่อบาททองคำ) เป็นจุดที่น่าสนใจในการทยอยเข้าซื้อสะสม

กลยุทธ์การลงทุนระยะยาว: แนะนำ ‘ถือต่อ’ โดยควรมีทองคำติดพอร์ตไว้ 10-15% เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากสงครามการค้าและความผันผวนของนโยบายทรัมป์ที่อาจกลับมาสร้างภาวะเงินเฟ้อในอนาคต

ขณะที่ราคาทองวันนี้(3 ก.พ.2569) ล่าสุด ณ เวลา 16.44 น. ราคาทองคำในประเทศจากการประกาศของสมาคมค้าทองคำปรับเปลี่ยนไปแล้วถึง 62 ครั้ง และ ณ เวลาดังกล่าวราคาทองยังยืนราคาเหนือที่บาทละ 70,000บาท ทั้งทองคำแท่งและทองรูปพรรณ โดยทองคำแท่งขายออกอยู่ที่บาทละ 73,500 บาท รับซื้อ 73,300 บาท ส่วนทองรูปพรรณขายออกบาทละ 74,300 บาท รับซื้อบาทละ 71,828.08 บาท ส่วนราคา Gold spot อยู่ที่ 4,920.00 ดอลลาร์(อัตราแลกเปลี่ยน31.49บาท/ดอลลาร์สหรัฐ)

ฮั่วเซ่งเฮง:Night Recap Gold Spot

03 กุมภาพันธ์ 2569|15:26 น.

แนวโน้มราคาทอง
Sideway

ทองขึ้น จากดอลลาร์ย่อตัว, คนจีนแห่ซื้อทองคำต้องรับตรุษจีน ขณะสหรัฐฯ-อิหร่าน เจรจาคืบหน้า

Gold spot
สูงสุด – 4,941 ดอลลาร์
ต่ำสุด – 4,659 ดอลลาร์

ราคาทองคำแท่ง
สูงสุด – 73,400 บาท
ต่ำสุด – 71,450 บาท

ตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องติดตาม
คืนนี้ไม่มีการประกาศตัวเลขทางเศรษฐกิจ เนื่องจากภาวะชัตดาวน์

วิเคราะห์ราคาทอง
ราคาทองโลกสามารถฟื้นตัวขึ้นยืนเหนือแนวรับบริเวณ 4,690 และ 4,580 ดอลลาร์ จึงประเมินว่า ทองโลกมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้าน ที่ 5,000 และ 5,100 ดอลลาร์ และอาจมีการย่อตัวลงอีกครั้งในภายหลัง แต่หากทองโลกหลุดแนวรับที่ 4,580 ดอลลาร์ ลงไป ทองโลกอาจปรับฐานลงต่อเนื่อง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ฮั่วเซ่งเฮงเชื่อ “ขาขึ้นทองยังไม่จบ” ชี้เป้าสูงสุด 88,000 บาท 4 ปัจจัยหลักหนุน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...