โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ลุ้นต่อ ศาลสูงสุดสหรัฐฯ ยังไม่ตัดสินคดีภาษีทรัมป์ เศรษฐกิจโลกยังระทึก

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สำนักข่าวต่างประเทศอย่าง Bloomberg รายงานความคืบหน้ากรณีที่ทั่วโลกจับตามอง โดยระบุว่า ศาลสูงสุดสหรัฐอเมริกา (US Supreme Court) ยังไม่มีการออกคำวินิจฉัยเกี่ยวกับความชอบด้วยกฎหมายของภาษีนำเข้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการประกาศคำตัดสินเมื่อวันพุธที่ 14 มกราคม 2569

แม้ศาลจะมีการออกคำตัดสินในคดีอื่นที่ค้างคาอยู่เมื่อเวลาประมาณ 22.00 น. (ตามเวลาประเทศไทย) แต่คดีภาษีโลกที่สำคัญนี้ยังคงอยู่ในสถานะ "รอการพิจารณา" ต่อไปและขณะนี้ยังไม่มีการประกาศวันพิจารณาคดีหรือวันอ่านคำตัดสินเพิ่มเติมในสัปดาห์นี้

รอยเตอร์ รายงานเช่นกันว่าศาลสูงสุดสหรัฐฯ มีคำวินิจฉัยออกมา 3 คดีในวันพุธที่ 14 ม.ค.69 แต่ยังไม่ตัดสินคดีที่ถูกจับตาอย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับความชอบด้วยกฎหมายของมาตรการเก็บภาษีทั่วโลกที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศใช้

ศาลไม่ได้ประกาศกำหนดวันถัดไปที่จะออกคำวินิจฉัย และโดยปกติศาลจะไม่แจ้งล่วงหน้าว่าในแต่ละวันจะมีการประกาศคำตัดสินคดีใดบ้าง

คดีท้าทายมาตรการภาษีของทรัมป์ถือเป็นบททดสอบสำคัญของขอบเขตอำนาจประธานาธิบดี รวมถึงท่าทีของศาลสูงสุดว่าจะตรวจสอบถ่วงดุลการใช้อำนาจอย่างกว้างขวางของผู้นำพรรครีพับลิกันรายนี้มากน้อยเพียงใด นับตั้งแต่ทรัมป์กลับเข้ารับตำแหน่งในเดือนมกราคม 2568 โดยผลลัพธ์ของคดีอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก

ระหว่างการไต่สวนเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน ตุลาการทั้งสายอนุรักษนิยมและเสรีนิยมมีท่าทีตั้งคำถามต่อความชอบด้วยกฎหมายของมาตรการภาษีดังกล่าว ซึ่งทรัมป์ใช้อำนาจตามกฎหมายปี 1977 ที่ออกแบบมาเพื่อใช้ในภาวะฉุกเฉินแห่งชาติ ฝ่ายบริหารของทรัมป์ได้ยื่นอุทธรณ์คำตัดสินของศาลชั้นต้นที่ระบุว่าเขาใช้อำนาจเกินขอบเขตที่กฎหมายให้อำนาจไว้

ทำไมตลาดการเงินต้องจับตา

หากศาลสูงสุดตัดสิน ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล ผลกระทบอาจรุนแรงอย่างยิ่ง โดยอาจนำไปสู่การ คืนเงินภาษี ที่จัดเก็บภายใต้ IEEPA ซึ่งมีการประเมินมูลค่าสูงกว่า 150,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หากผู้นำเข้า โดยเฉพาะบริษัทค้าปลีก เทคโนโลยี และยานยนต์รายใหญ่ ได้รับเงินคืน จะเท่ากับการอัดฉีดสภาพคล่องจำนวนมหาศาลเข้าสู่ฐานะการเงินของภาคเอกชน และอาจส่งแรงสั่นสะเทือนต่อตลาดการเงินและเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในวงกว้าง

ลำดับเหตุการณ์สำคัญของคดีภาษีทรัมป์

มกราคม 2568 : ประธานาธิบดีทรัมป์กลับเข้ารับตำแหน่งและประกาศใช้กฎหมายอำนาจทางเศรษฐกิจในสถานการณ์ฉุกเฉินระหว่างประเทศปี 1977 (IEEPA) เพื่อเรียกเก็บภาษีนำเข้าจากคู่ค้าเกือบทุกราย โดยอ้างเหตุผลด้านการขาดดุลการค้าและการปราบปรามยาเสพติด

การฟ้องร้องครั้งใหญ่: กลุ่มธุรกิจที่ได้รับผลกระทบและรัฐต่างๆ ในสหรัฐฯ รวม 12 รัฐ (ส่วนใหญ่บริหารโดยพรรคเดโมแครต) ร่วมกันยื่นฟ้องคัดค้านนโยบายดังกล่าว

5 พฤศจิกายน 2568 : ศาลสูงสุดรับคำอุทธรณ์จากฝ่ายบริหารของทรัมป์และเริ่มรับฟังคำให้การ ซึ่งผู้พิพากษาทั้งฝ่ายอนุรักษนิยมและเสรีนิยมต่างแสดงท่าทีสงสัยในความชอบธรรมของการใช้กฎหมายนี้

9 มกราคม 2569 : ศาลสูงสุดออกคำวินิจฉัยหนึ่งฉบับ แต่ยังไม่มีการดำเนินการใดๆ ในคดีภาษีทรัมป์

14 มกราคม 2569 : ศาลยังออกคำตัดสิน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานด้วยว่า ผลกระทบจากความล่าช้าของคำตัดสิน การที่ยังไม่มีคำตัดสินส่งผลโดยตรงต่อภาคการขนส่งและโลจิสติกส์ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่บริษัทต่างๆ ต้องตัดสินใจสั่งสินค้าล่วงหน้าสำหรับฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน ก่อนที่โรงงานในจีนจะหยุดยาวในช่วงเทศกาลตรุษจีน (17 กุมภาพันธ์ - 3 มีนาคม)

หากศาลตัดสินว่าภาษีเป็นโมฆะ ธุรกิจคาดหวังว่าจะได้รับเงินคืนภาษี (Refunds) และจะมีการกระตุ้นยอดสั่งซื้อสินค้าทันทีเพื่อ "แข่งกับเวลา" ก่อนที่รัฐบาลทรัมป์จะหานโยบายอื่นมาบังคับใช้แทน. ในทางกลับกัน หากภาษียังคงอยู่ ปริมาณการนำเข้าสินค้าจากจีนไปยังสหรัฐฯ ที่ลดลงถึง 28% ในปีที่ผ่านมา อาจจะยังไม่ฟื้นตัวในเร็ววัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...