กรมขนส่ง ปรับเงื่อนไขใหม่ ควบคุมแก้ไขตัวถังรถโดยสาร มีผล 1 ก.ค. 2569
กรมการขนส่งทางบก ปรับเงื่อนไขการขออนุญาตเปลี่ยนแปลงสภาพตัวถังรถขนส่งผู้โดยสาร ยกระดับความปลอดภัยตามมาตรฐานสากล มีผลบังคับใช้วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป
นายสรพงศ์ ไพฑูรย์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม เผยว่า กรมขนส่งทางบก (ขบ.) ออกประกาศเรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการอนุญาตให้แก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงสภาพตัวถังของรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสาร พ.ศ. 2568 เพื่อให้เกิดความปลอดภัยยิ่งขึ้น และยกระดับอู่ต่อตัวถังในประเทศให้มีมาตรฐานระดับสากล
ในประกาศดังกล่าวกำหนดให้ผู้ประกอบการหรือเจ้าของรถโดยสาร (ยกเว้น รถโดยสารมาตรฐาน 3 ที่มีลักษณะเป็นรถสองแถว) ที่จะดำเนินการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงสภาพรถเพิ่มเติม ต้องได้รับอนุญาตจาก ขบ. ก่อนดำเนินการ และต้องยื่นคำขอและหลักฐาน ณ สำนักงานขนส่งที่รถจดทะเบียนอยู่ สำหรับรถที่อยู่ระหว่างการแก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงสถาพตัวถังต้องดำเนินการลงทะเบียน ภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2569 โดยมีขั้นตอนการขออนุญาตก่อนดำเนินการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงสภาพตัวถัง โดยยื่นข้อมูลพร้อมแนบเอกสาร ดังนี้
1. สำเนาทะเบียนรถ
2. บัตรประชาชน
3. หนังสือมอบอำนาจ
4. ภาพถ่ายนอกรถ/ภายในรถ
5. หลักฐานการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลของอู่ต่อตัวถัง
6. หลักฐานการฝึกอบรมด้านงานเชื่อมหรืองานโลหะของช่าง 2 คนขึ้นไป
7. หลักฐานคุณวุฒิของผู้ควบคุมงานประจำโรงงานที่มีประสบกาณ์การทำงานประกอบตัวถังรถไม่น้อยกว่า 5 ปี และเอกสารสำคัญที่เกี่ยวข้อง
กรณีแก้ไขเพิ่มเติมตัวถังรถ ยื่นแบบแปลนรูปร่าง ลวดลายตัวถัง (Drawing) พร้อมรายละเอียดการแก้ไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวถัง และหลักฐาน ใบ ร.ง.4 หรือได้รับการรับรองคุณภาพ ISO9001 ด้านการผลิตและสร้างประกอบรถ
กรณีการเปลี่ยนแปลงสภาพตัวถังรถ ยื่นแบบแปลนรูปร่างลวดลายตัวถังรถ (Drawing)ขนาดสัดส่วนของรถ จำนวนและการจัดวางที่นั่ง ระยะเสา ประตูทางขึ้นลงรถ ประตูฉุกเฉิน พร้อมรายละเอียดการเปลี่ยนแปลงสภาพตัวถัง และหลักฐานของอู่ต่อตัวถังที่ได้รับอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (ใบ ร.ง.4) และได้รับการรับรองระบบคุณภาพ ISO9001ด้านการผลิตและสร้างประกอบรถ
โดยระหว่างการดำเนินการ ต้องยื่นภาพถ่ายนอกตัวรถ และภายในรถที่แสดงให้เห็นถึงเสาโครงสร้างตัวถังรถ ต้องมีหนังสือรับรองโดยวิศวกรควบคุมระดับสามัญวิศวกรขึ้นไป พร้อมรูปถ่ายวิศวกรคู่กับรถ (เฉพาะกรณีขออนุญาตทำการเปลี่ยนแปลงสภาพตัวถังรถ) และหนังสือรับรองการแก้ไขเพิ่มเติมหรือการเปลี่ยนแปลงสภาพรถโดยอู่
หลังจากการดำเนินการ ผู้ประกอบการหรือเจ้าของรถต้องรวบรวมหลักฐานแล้วยื่นขอดำเนินการทางทะเบียน และนำรถเข้าตรวจสภาพกับกรมการขนส่งทางบก โดยการเปลี่ยนแปลงสภาพตัวถังต้องดำเนินการให้เป็นไปตามประกาศอื่นที่เกี่ยวข้องด้วย เช่น ต้องติดตั้งที่นั่งที่กรมการขนส่งทางบกให้ความเห็นชอบ วัสดุภายในรถต้องเป็นวัสดุที่มีคุณสมบัติไม่ลามไฟ ต้องติดตั้งค้อนทุบกระจก ทางออกฉุกเฉิน และประตูฉุกเฉินตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด
กรณีรถที่มีความสูงตั้งแต่ 3.60 เมตรขึ้นไป ต้องผ่านการทดสอบทรงตัว และต้องใช้โครงสร้างตัวถังที่ผ่านการทดสอบความแข็งแรงโครงสร้างตัวถัง (UN R66)หรือตามแบบตัวถังมาตรฐานที่ กรมการขนส่งทางบก กำหนด
นายสรพงศ์ ระบุว่า กรมการขนส่งทางบก ย้ำให้อู่ต่อตัวถังขึ้นทะเบียนให้ถูกต้อง ซึ่งต้องเป็นอู่ต่อตัวถังที่ได้รับใบ ร.ง.4 และ/หรือได้รับการรับรองคุณภาพ ISO9001ด้านการผลิตและสร้างประกอบรถ โดยสามารถนำเอกสารมายื่นขึ้นทะเบียนได้ ณ สำนักงานขนส่งกรุงเทพฯ พื้นที่ 1-5 หรือสำนักงานขนส่งจังหวัด สำนักงานวิศวกรรมยานยนต์ กรมการขนส่งทางบกหากได้รับการขึ้นทะเบียนแล้วสามารถตรวจสอบได้ที่ https://aeb.dlt.go.th/th
“อย่างไรก็ตาม หากอู่ต่อตัวถังไม่ขึ้นทะเบียนกับ กรมการขนส่งทางบก จะไม่สามารถดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงสภาพตัวรถหรือดำเนินการทางทะเบียนได้ ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่สำนักงานวิศวกรรมยายนต์ ขบ.”อธิบดีกรมขนส่งทางบก กล่าว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กรมขนส่ง ปรับเงื่อนไขใหม่ ควบคุมแก้ไขตัวถังรถโดยสาร มีผล 1 ก.ค. 2569
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net