โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“เอกนัฏ” บอกรอเซอร์ไพรส์ "อนุทิน" ช่วยหาเสียง กทม.

The Better

อัพเดต 04 ม.ค. เวลา 07.31 น. • เผยแพร่ 04 ม.ค. เวลา 08.00 น. • THE BETTER
“เอกนัฏ” บอกรอเซอร์ไพรส์ “อนุทิน” ช่วยหาเสียง กทม. จ่อจัดคิว “สีหศักดิ์-ศุภจี” ร่วมขบวน รับงานหิน ยกประสบการณ์ 15 ปี  เชื่อ ยังเป็นตลาดเปิด รอคนตัดสิน หลังกระแส ปชป.แข่ง ปชน. แค่ 2 พรรค

ที่ตลาดวังหลัง นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ในฐานะแม่ทัพหาเสียงพื้นที่กรุงเทพฯ พรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วยนางสาวรัชดา ธนาดิเรก อดีต สส. บางพลัด บางกอกน้อย และหมวดตรี ศุภิกา พัฒน์ธนันภู (หมวดพลอย) ผู้สมัครสส.เขต 32 นายอรรทิตย์ฌาณ คูหาเรืองรอง (อาร์ท ถึงแก่น) ผู้สมัครสส.เขต 33 ลงพื้นที่ตลาดวังหลัง หาเสียงกับบรรดาพ่อค้า-แม่ค้า และประชาชนที่มาเดินจับจ่ายซื้อของ

โดยระหว่างการเดินหาเสียงมีบรรดาแม่ค้า ตะโกนบอกว่าอยากได้โครงการคนละครึ่งพลัสกลับมา เพราะทำให้เศรษฐกิจการค้าการขายดีขึ้นมาก ซึ่งโครงการคนละครึ่งพลัส ครั้งที่ผ่านมาทำให้ตัวเองขายของได้ ซึ่งหากโครงการคนละครึ่งกลับมาก็จะทำให้ตลาดกลับมาคึกคัก

ขณะที่แม่ค้าอีกรายบอกว่าอยากให้นายเอกนัฏ ฝากไปถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยว่ายังติดหนี้พี่น้องประชาชนอยู่จำนวน 2,400 บาทจึงอยากให้กลับมาใช้หนี้เพราะที่ผ่านมาโครงการคนละครึ่งทำให้เศรษฐกิจหมุนเวียนได้ดีตลาดคึกคักอย่างมาก โดยบอกว่าการทำโครงการแบบนี้ทำให้เศรษฐกิจหมุนเวียน

นายเอกนัฏ เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้พบว่าประชาชนต้องการโครงการคนละครึ่งพลัส และอยากให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยกลับมาดำเนินการโครงการนี้ต่อ เพราะเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงวิกฤต และเป็นการดำเนินการที่มีความรับผิดชอบไม่ใช่นโยบายประชานิยมแบบฟรี

ส่วนโอกาสที่หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยจะลงพื้นที่หาเสียงในกรุงเทพมหานคร นั้น นายเอกนัฏ ระบุว่าจะมีเซอร์ไพรส์อย่างแน่นอน และไม่ใช่แค่นายอนุทิน แต่จะมีนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ด้วย โดยทางพรรคได้มีการพูดคุยกันและจัดคิวในการลงพื้นที่ ในช่วงที่ไม่ได้ปฎิบัติหน้าที่รัฐมนตรี

เมื่อถามว่าแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคอื่น ลงพื้นที่กรุงเทพมหานครอย่างต่อเนื่องมองว่าพรรคไหนน่ากลัว นายเอกนัฏ กล่าวว่า ต้องให้ให้เกียรติทุกพรรค โดยจากสถานการณ์แล้วตลาดกรุงเทพมหานคร เป็นตลาดเปิดและหลายพรรคมีโอกาสที่จะช่วงชิง สส.ได้ ดังนั้นระยะเวลาที่เหลืออีกไม่ถึงเดือนพรรคภูมิใจไทยก็มั่นใจว่ามีนโยบายที่ดี และมีผู้สมัครที่พร้อมอาสามาทำงานในกรุงเทพฯ ซึ่งเคยประกาศไปแล้วว่าหากเครื่องพรรคภูมิใจไทยเข้ามานอกจากจะได้โครงการคนละครึ่งพลัสและการสร้างรั้วชายแดน ทหารอาสา ก็จะมีมือดี และคนมาทำงาน อย่างรองนายกฯในกระทรวงเศรษฐกิจที่สำคัญ ที่คนกรุงเทพเชื่อถือได้เพื่อทำงานกู้วิกฤตเศรษฐกิจ

ส่วนที่มีการมองว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ ในพื้นที่กรุงเทพฯ เป็นการแข่งขันระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคประชาชนจะถือว่าเป็นงานยากของภูมิใจไทยในการตีตื้นทำคะแนนหรือไม่ นายเอกนัฏ ระบุว่า ส่วนตัวเคยเผชิญกับความท้าทายทุกรูปแบบมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งหรือการทำงานที่ผ่านมา ดังนั้นไม่มีซอยไหนที่จะหยุดเดิน และจะนำทีมผู้สมัครสู้ให้สุดซอยในเวลาที่เหลือ ตนยังพูดไม่ได้ว่าจะกวาดได้กี่ที่นั่ง เพราะพรรคภูมิใจไทยไม่เคยมี สส.ในกรุงเทพฯ แต่ จากประสบการณ์ 15 ปีของตนเองเห็นว่าครั้งนี้พรรคภูมิใจไทยได้เสียงตอบรับที่ดีขึ้นเพราะผู้สมัครทุกคนมีความตั้งใจ และพยายามปรับตัวทำนโยบายให้ดีขึ้นเพื่อให้ถูกใจคนพื้นที่กรุงเทพฯ และยังมีการเฟ้นหามืออาชีพมาช่วยทำงาน เพื่อให้ทุกคนถูกใจและมีความไว้ใจพรรคภูมิใจไทย ดังนั้นในวันนี้จะทำให้เต็มที่

เมื่อถามถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์เปิดผลสำรวจภายในพรรคพบว่ามีคะแนนนิยมดีขึ้น พรรคภูมิใจไทยได้มีการทำผลสำรวจในช่วงเริ่มต้นการหาเสียงแล้วหรือไม่ นายเอกนัฏ กล่าวว่า ผลโพล อาจจะเกิดจากการทำกันเอง ก็ไม่เป็นไร แต่ตน และ ดร.รัชดา ในฐานะที่เคยเป็น สส.กทม. เท่าที่ประเมินคือประชาชน ในกรุงเทพยังไม่ได้ตัดสินใจตัดสินใจจะเลือกพรรคใด พร้อมขอเชิญชวนประชาชนว่าก่อนที่จะตัดสินใจให้ดีต้องคิดไตร่ตรองให้ดี ว่าจะเลือกใครโดยเฉพาะเมื่อเลือกไปแล้วจะสามารถเปลี่ยนแปลงประเทศได้หรือไม่ หรือจะได้รัฐบาลที่ไว้ใจเข้ามาแก้ไขปัญหาต่างๆ เพราะวันนี้ประเทศไทยกำลังกำลังมีสงครามต่อสู้อยู่ตามแนวชายแดน มีทหารที่ต้องเสียสละ ดังนั้นทุกหนึ่งเสียงมีค่า ว่าประเทศไทยเดินไปในทิศทางไหน พร้อมยืนยันว่าพรรคภูมิใจไทยมีนโยบายที่ชัดเจนอย่างมาก

นอกจากนี้นายเอกนัฏ ยังระบุถึงตัวผู้สมัคร พรรคภูมิใจไทย ว่าทุกคนมาด้วยใจที่สู้ เพราะภูมิใจไทยไม่เคยมี สส.ในกรุงเทพ ครั้งนี้ ต้องทำให้เห็นเป็นรูปธรรมแม้หลายคนจะหน้าใหม่ แต่มีประสบการณ์ทั้งหมด ดังนั้นแม้ที่ผ่านมาจะแพ้แต่ไม่ใช่ว่าจะยอม ทุกคนมีหัวใจสู้ และพร้อมชนกับทุกปัญหา ดังนั้นช่วงเวลาที่เหลือทุกคนจะต้องขยันลงพื้นที่ และตนก็ได้กำชับให้ส่งการบ้านในการลงพื้นที่ มากกว่าคนอื่น เอาความตั้งใจเข้าแลกที่สุด โดยสูตรที่สำเร็จที่สุดไม่ต้องซับซ้อนไม่ต้องคิดมาก แต่ต้องเป็นการสื่อสารถึงความจริง เสียสละ เมื่อลงเป็นผู้สมัครของพรรคแล้วก็ต้องปล่อยพลังให้เต็มที่ ให้ประชาชนสัมผัสพลังได้ในเวลาที่เหลือ ซึ่งตนมั่นใจในศักยภาพของผู้สมัครเพราะเป็นคนคัดมาเองกับมือ

ขณะเดียวกัน หัวหน้าพรรคก็ได้มีการกำชับตนในฐานะแม่ทัพกทม. ว่าให้ขยันเป็นพิเศษ เพราะสนามนี้เป็นสนามที่ท้าทาย กลับทุกพรรคดังนั้นหากอยากประสบความสำเร็จคนอื่นเดิน 1 ชั่วโมงผู้สมัครพรรคภูมิใจไทยจะต้องเดิน 3 ชั่วโมง พรรคอื่นเดินหนึ่งวันเราต้องเดินสามวันและในชีวิตตนเองเคยเดินมาแล้วสูตรสำเร็จคือต้องสู้ให้เต็มที่ ลุยให้เต็มที่ อะไรที่ไม่เคยเกิดขึ้นก็อาจจะเกิดขึ้นได้ในการเลือกตั้งครั้งนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...