ย้อนรอยประวัติศาสตร์ สหรัฐปฏิบัติการแทรกแซงลาตินอเมริกา
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงการากัส ประเทศเวเนซุเอลา เมื่อวันที่ 3 ม.ค. ว่าที่ผ่านมา ทั้งอดีตประธานาธิบดีฮูโก ชาเวซ แห่งเวเนซุเอลา ผู้ล่วงลับ และทายาททางการเมือง คือ ประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ซึ่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ต่างเคยกล่าวหาว่า รัฐบาลวอชิงตันอยู่เบื้องหลังความพยายามก่อรัฐประหารหลายครั้ง และนี่คือลำดับเหตุการณ์สำคัญของการแทรกแซงโดยสหรัฐในภูมิภาคอเมริกาใต้ นับตั้งแต่ยุคสงครามเย็นเป็นต้นมา
2497 : กัวเตมาลา
เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. 2497 พ.อ. จาโคโบ อาร์เบนซ์ กุซมัน ประธานาธิบดีกัวเตมาลา ถูกขับออกจากอำนาจโดยกลุ่มทหารรับจ้างที่ได้รับการฝึกฝนและสนับสนุนด้านงบประมาณจากรัฐบาลวอชิงตัน สาเหตุเกิดจากการปฏิรูปที่ดิน ซึ่งส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์ของบริษัท "ยูไนเต็ด ฟรุต คอร์ปอเรชัน" ยักษ์ใหญ่ของสหรัฐ
ต่อมาในปี 2546 สหรัฐยอมรับอย่างเป็นทางการถึงบทบาทของสำนักข่าวกรองกลาง ( ซีไอเอ ) ในการรัฐประหารครั้งนี้ ภายใต้ข้ออ้างเรื่องการต่อต้านคอมมิวนิสต์
2504 : คิวบา
ระหว่างวันที่ 15-19 เม.ย. 2504 กองกำลังต่อต้านฟิเดล คาสโตร จำนวน 1,400 นาย ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากซีไอเอ พยายามบุกขึ้นฝั่งที่ "อ่าวหมู" ห่างจากกรุงฮาวานา 250 กิโลเมตร แต่ประสบความล้มเหลวในการโค่นล้มระบอบคอมมิวนิสต์ เหตุการณ์นี้ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตกว่าร้อยศพจากทั้งสองฝ่าย
เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. 2497 พ.อ. จาโคโบ อาร์เบนซ์ กุซมัน ประธานาธิบดีกัวเตมาลา ถูกขับออกจากอำนาจโดยกลุ่มทหารรับจ้างที่ได้รับการฝึกฝนและสนับสนุนด้านงบประมาณจากรัฐบาลวอชิงตัน สาเหตุเกิดจากการปฏิรูปที่ดิน ซึ่งส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์ของบริษัท "ยูไนเต็ด ฟรุต คอร์ปอเรชัน" ยักษ์ใหญ่ของสหรัฐ
2508 : สาธารณรัฐโดมินิกัน
สหรัฐส่งนาวิกโยธินและหน่วยพลร่มไปยังกรุงซานโตโดมิงโก เพื่อปราบปรามกลุ่มผู้สนับสนุนนายฮวน บอช อดีตประธานาธิบดีฝ่ายซ้าย ซึ่งถูกนายพลก่อรัฐประหาร โดยรัฐบาลวอชิงตันอ้างเหตุผลเรื่อง "ภัยคุกคามจากคอมมิวนิสต์"
ทศวรรษ 1970 : การสนับสนุนระบอบเผด็จการ
สหรัฐให้การสนับสนุนระบอบเผด็จการทหารหลายแห่ง เพื่อเป็นปราการกั้นการขยายตัวของขบวนการฝ่ายซ้ายในช่วงสงครามเย็น อาทิ
ชิลี : สนับสนุนนายพลออกุสโต ปิโนเชต์ ในการทำรัฐประหารล้มประธานาธิบดีซัลวาดอร์ อัลเยนเด เมื่อวันที่ 11 ก.ย. 2516
อาร์เจนตินา : นายเฮนรี คิสซิงเจอร์ รมว.กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ สนับสนุนรัฐบาลทหารเมื่อปี 2519 ในการทำ "สงครามสกปรก" ( Dirty War ) เพื่อกวาดล้างฝ่ายตรงข้าม ส่งผลให้มีผู้สูญหายอย่างน้อย 10,000 ราย
ปฏิบัติการคอนดอร์ ( Operation Condor ) : สหรัฐให้การสนับสนุนทางอ้อมแก่ 6 ชาติเผด็จการ ( อาร์เจนตินา ชิลี อุรุกวัย ปารากวัย โบลิเวีย และบราซิล ) ในการร่วมมือกันกำจัดกลุ่มต่อต้านฝ่ายซ้าย
ทศวรรษ 1980 : สงครามในอเมริกากลาง
นิการากัว : ประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน อนุมัติงบประมาณลับ 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 629.80 ล้านบาท ) ผ่านซีไอเอเพื่อสนับสนุนกลุ่มกบฏ "คอนทรา" ในการต่อต้านรัฐบาลซานดินิสตา โดยเงินทุนส่วนหนึ่งมาจากการขายอาวุธให้แก่ประเทศอิหร่านอย่างผิดกฎหมาย สงครามครั้งนี้คร่าชีวิตผู้คนไปกว่า 50,000 ราย
เอลซัลวาดอร์ : สหรัฐส่งที่ปรึกษาทางการทหารไปช่วยปราบปรามกลุ่มกบฏแนวร่วมปลดปล่อยแห่งชาติฟาราบันโด มาร์ตี ( เอฟเอ็มแอลเอ็น ) ในสงครามกลางเมืองที่มียอดผู้เสียชีวิตสูงถึง 72,000 ราย
2526 : เกรเนดา
ประธานาธิบดีเรแกนเปิดปฏิบัติการ "เออร์เจนต์ ฟิวรี" ( Urgent Fury ) ส่งนาวิกโยธินบุกเกาะเกรเนดา หลังนายกรัฐมนตรีมอริซ บิชอป ถูกลอบสังหารโดยคณะปฏิวัติฝ่ายซ้ายจัด โดยอ้างว่าเพื่อปกป้องพลเมืองสหรัฐ 1,000 คนบนเกาะ ปฏิบัติการนี้ถูกสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ ( ยูเอ็นจีเอ ) ประณามอย่างรุนแรง
2532 : ปานามา
ประธานาธิบดีจอร์จ เอช. ดับเบิลยู. บุช สั่งใช้กำลังทหาร 27,000 นาย ในปฏิบัติการ "จัสต์ คอส" ( Just Cause ) เพื่อบุกจับกุมนายพลมานูเอล นอริเอกา อดีตสายข่าวของสหรัฐ ซึ่งผันตัวไปเกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด โนเรียกาถูกนำตัวไปรับโทษจำคุกในสหรัฐนานกว่า 2 ทศวรรษ ก่อนถูกส่งตัวไปรับโทษต่อในฝรั่งเศสและปานามา ปฏิบัติการครั้งนี้ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตตั้งแต่ 500 รายไปจนถึงหลายพันราย ตามการประเมินขององค์กรพัฒนาเอกชน.
เครดิตภาพ : AFP