โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สิ้นสุดการรอคอย 28 ปี สกอตแลนด์ยิง 2 ลูกทดเจ็บดับเดนมาร์กคว้าตั๋ว ฟุตบอลโลก

Khaosod

อัพเดต 19 พ.ย. 2568 เวลา 04.18 น. • เผยแพร่ 18 พ.ย. 2568 เวลา 22.21 น.
(Andrew Milligan/PA via AP)

สกอตแลนด์ได้ไปรอบสุดท้าย ฟุตบอลโลก 2026 หลังยิง 2 ประตูช่วงทดเวลาบาดเจ็บเอาชนะเดนมาร์กแบบสุดระทึก ด้านสเปนจบเจ๊าแต่ก็เพียงพอคว้าตั๋ว

การแข่งขัน ฟุตบอลโลก 2026 รอบคัดเลือก โซนยุโรป เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน กลุ่มซี “ตาร์ตัน”สกอตแลนด์ เปิดสนามแฮมป์เดน พาร์ก รับการมาเยือนของ “โคนม”เดนมาร์ก

เริ่มเกมมาแค่ 3 นาที เบน โดก ล็อกบอลหนีผู้เล่นเดนมาร์กทางด้านขวา ก่อนหยอดบอลเข้ากลางให้ สกอตต์ แม็กโทมิเนย์ กระโดดยิงลูกจักรยานอากาศเข้าไปอย่างสุดสวย สกอตแลนด์ออกนำ 1-0

นาที 23 เดนมาร์กเกือบตีเสมอ ปิแอร์-เอมิล ฮอยเบียร์ก ตักบอลลอยเข้าเขตโทษให้ ราสมุส ฮอยลุนด์ พักลงได้แล้วยิงเข้าไป แต่ผู้ตัดสินเป่าว่าฮอยลุนด์ทำฟาวล์ผู้เล่นสกอตแลนด์ก่อนยิง ประตูนี้จึงถูกริบไป จบครึ่งแรกสกอตแลนด์นำ 1-0

ครึ่งหลังนาที 56 ผู้ตัดสินเช็กวีเออาร์จังหวะที่ กุสตาฟ อิซักเซน ปะทะกับ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ล้มลงในเขตโทษ ก่อนจะเป่าให้จุดโทษแก่เดนมาร์ก ราสมุส ฮอยลุนด์ สังหารเข้าไปอย่างเฉียบขาด ทีมเยือนตีเสมอ 1-1

นาที 61 ราสมุส คริสเตนเซน ไปทำฟาวล์ จอห์น แม็กกินน์ ในจังหวะโดนพลิกบอลหนี ผู้ตัดสินจึงให้ใบเหลืองที่ 2 เป็นใบแดงไล่คริสเตนเซนออกจากสนาม เดนมาร์กเหลือผู้เล่น 10 คน

นาที 78 สกอตแลนด์ได้ลูกเตะมุมฝั่งขวา ลูอิส เฟอร์กูสัน เปิดโค้งมาหน้าประตูแล้วลูกหลุดมาถึง ลอว์เรนซ์ แชงก์แลนด์ จิ้มระยะเผาขนเข้าไป เจ้าบ้านนำอีกครั้ง 2-1

นาที 82 แนวรับสกอตแลนด์สกัดบอลไม่พ้นจากเขตโทษ อันเดรอัส คริสเตนเซน ดักได้แล้วแปะต่อให้ แพทริก ดอร์กู ยิงเข้าไป เดนมาร์กตีเสมอ 2-2

นาที 90+3 แฟนบอลได้เฮกันลั่นสนาม จากจังหวะที่เกมรับเดนมาร์กเคลียร์บอลไม่ได้ขาดไปเข้าทาง คีแรน เทียร์นีย์ ซัดจากนอกเขตโทษเสียบตาข่ายสวยงาม สกอตแลนด์จึงนำอีกครั้ง 3-2

นาที 90+8 เคนนี แม็กคลีน ตัดบอลจากจังหวะบุกของเดนมาร์กได้ ก่อนจะเลี้ยงหาทางเล่นต่อแล้วตัดสินใจยิงจากครึ่งสนาม บอลลอยข้ามหัวนายทวารที่ออกมาห่างประตูเยอะเข้าเสียบตาข่ายสุดสวย สกอตแลนด์จึงชนะแบบสุดระทึก 4-2

ผลอีกคู่ในกลุ่มนี้ เบลารุส เสมอ กรีซ 0-0

บทสรุปของกลุ่มนี้หลังจบ 6 นัด สกอตแลนด์คว้าแชมป์กลุ่มและผ่านเข้ารอบสุดท้าย (13 คะแนน) สิ้นสุดการรอคอยมานานถึง 28 ปี นับตั้งแต่ได้ไปเล่นฟุตบอลโลกหนล่าสุดเมื่อคราวปี 1998

ส่วนเดนมาร์กได้รองแชมป์กลุ่ม (11 คะแนน) ต้องไปเพลย์ออฟต่อ ด้านอันดับ 3 กรีซ (7 คะแนน) และอันดับ 4 เบลารุส (2 คะแนน) ตกรอบ

(REUTERS/Valdrin Xhemaj)

กลุ่มบี โคโซโวเปิดสนามสตาดิอูมี ฟาดิล โวกร์รี เสมอกับสวิตเซอร์แลนด์ 1-1 สวิตเซอร์แลนด์จึงจบรอบคัดเลือกหนนี้ด้วยการไม่แพ้ใคร

เจ้าบ้านได้ประตูจาก ฟลอเรนต์ มุสลิยา นาที 74 ส่วนทีมเยือนได้จาก รูเบน วาร์กาส นาที 47
ผลอีกคู่ สวีเดน เสมอ สโลวีเนีย 1-1

บทสรุปของกลุ่มนี้หลังจบ 6 นัด สวิตเซอร์แลนด์ได้แชมป์กลุ่มและผ่านเข้ารอบสุดท้าย (14 คะแนน) ส่วนอันดับ 2 โคโซโว (11 คะแนน) ต้องไปเพลย์ออฟต่อ

ด้านอันดับ 3 สโลวีเนีย (4 คะแนน) ตกรอบแค่นี้ ขณะที่อันดับ 4 สวีเดน (2 คะแนน) ได้ไปเพลย์ออฟด้วยโควตาผลงานยูฟ่า เนชันส์ ลีก 2024-25

(REUTERS/Marcelo Del Pozo)

กลุ่มอี “กระทิงดุ”สเปน เปิดสนามเอสตาดิโอ เด ลา การ์ตูฆา เสมอกับตุรกี 2-2 สเปนจบรอบคัดเลือกด้วยผลงานไม่แพ้ใคร

เจ้าบ้านได้ประตูจาก ดานี โอลโม นาที 4, มิเกล โอยาร์ซาบาล นาที 62 ส่วนทีมเยือนได้จาก เดนิส กูล นาที 42, ซาลิห์ ออสจาน นาที 54

อีกคู่ในกลุ่มนี้ บัลแกเรีย ชนะ จอร์เจีย 2-1

บทสรุปของกลุ่มนี้หลังจบ 6 นัด สเปนได้แชมป์กลุ่มและผ่านเข้ารอบสุดท้าย (16 คะแนน) ส่วนอันดับ 2 ตุรกี (13 คะแนน) ต้องไปเพลย์ออฟต่อ ด้านอันดับ 3 จอร์เจีย (3 คะแนน) และอันดับ 4 บัลแกเรีย (3 คะแนน) ตกรอบทั้งคู่

(REUTERS/Lisa Leutner)

กลุ่มเอช ออสเตรียได้ไปรอบสุดท้ายแบบระทึก หลังเปิดสนามแอร์นส์ต ฮัปเพล สตาดิโอน เสมอกับบอสเนีย 1-1

ทีมเยือนนำก่อนจาก ฮาริส ทาบาโควิช นาที 12 แต่เจ้าบ้านมาตีเสมอจาก มิชาเอล เกรโกริตช์ นาที 77

อีกคู่ในกลุ่มนี้ โรมาเนีย ชนะ ซานมาริโน 7-1

บทสรุปของกลุ่มนี้หลังจบ 8 นัด ออสเตรียได้แชมป์กลุ่มและผ่านเข้ารอบสุดท้าย (19 คะแนน) สิ้นสุดการรอคอย 28 ปี นับตั้งแต่ที่ได้ไปฟุตบอลโลกหนล่าสุดเมื่อปี 1998

ส่วนอันดับ 2 บอสเนีย (17 คะแนน) ต้องไปเพลย์ออฟต่อ ขณะที่อันดับ 3 โรมาเนีย (13 คะแนน) ได้ไปเพลย์ออฟเช่นกันด้วยโควตาผลงานยูฟ่า เนชันส์ ลีก 2024-25 ด้านอันดับ 4 ไซปรัส (8 คะแนน) และอันดับ 5 ซานมาริโน (0 คะแนน) ตกรอบทั้งคู่

(REUTERS/Yves Herman)

กลุ่มเจ “ปีศาจแดง”เบลเยียม เปิดสนามสตาด โมริซ ดูฟราส์น ไล่ถล่มลิกเตนสไตน์ 7-0 ทำให้เจ้าบ้านเข้ารอบสุดท้ายด้วยผลงานไร้พ่าย

เบลเยียมได้ประตูจาก ฮันส์ ฟานาเกน นาที 3, เฌเรมี โดกู นาที 34 และ 41, บรานดอน เมเคอเลอ นาที 52, อเล็กซิส เซเลอเมเกอร์ส นาที 55, ชาร์ลส์ เดอ เคเทอลาเรอ นาที 57 และ 59

อีกคู่ในกลุ่มนี้ เวลส์ ชนะ นอร์ทมาซิโดเนีย 7-1

บทสรุปของกลุ่มนี้หลังจบ 8 นัด เบลเยียมได้แชมป์กลุ่มและผ่านเข้ารอบสุดท้าย (18 คะแนน) ส่วนอันดับ 2 เวลส์ (16 คะแนน) ต้องไปเพลย์ออฟต่อ ขณะที่อันดับ 3 นอร์ทมาซิโดเนีย (13 คะแนน) ได้ไปเพลย์ออฟเช่นกันด้วยโควตาผลงานยูฟ่า เนชันส์ ลีก 2024-25

ด้านอันดับ 4 คาซัคสถาน (8 คะแนน) และอันดับ 5 ลิกเตนสไตน์ (0 คะแนน) ตกรอบทั้งคู่

ทีมที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายของโซนยุโรป : เยอรมนี, สวิตเซอร์แลนด์, สกอตแลนด์, ฝรั่งเศส, สเปน, โปรตุเกส, เนเธอร์แลนด์, ออสเตรีย, นอร์เวย์, เบลเยียม, อังกฤษ, โครเอเชีย

ทีมที่ไปเพลย์ออฟต่อของโซนยุโรป : สโลวะเกีย, โคโซโว, เดนมาร์ก, ยูเครน, ตุรกี, ไอร์แลนด์, โปแลนด์, บอสเนีย, อิตาลี, เวลส์, แอลเบเนีย, สาธารณรัฐเช็ก, โรมาเนีย, สวีเดน, นอร์ทมาซิโดเนีย, ไอร์แลนด์เหนือ

สำหรับการจับสลากแบ่งเส้นทางการแข่งขันรอบเพลย์ออฟจะมีขึ้นในวันที่ 20 พฤศจิกายนนี้ ซึ่งจะมีการจับสลากหาเจ้าภาพของแต่ละเส้นทางด้วย จากนั้นจะเตะรอบรองชนะเลิศวันที่ 26 มีนาคม 2026 และรอบชิงชนะเลิศ 31 มีนาคม 2026

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สิ้นสุดการรอคอย 28 ปี สกอตแลนด์ยิง 2 ลูกทดเจ็บดับเดนมาร์กคว้าตั๋ว ฟุตบอลโลก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...