นบข. เคาะจ่ายไร่ละ 2,000 บาท หนุนชาวนาเปลี่ยนปลูกข้าวนาปรังเป็นพืชหลังนา
The Bangkok Insight
อัพเดต 19 พ.ย. 2568 เวลา 05.29 น. • เผยแพร่ 19 พ.ย. 2568 เวลา 05.29 น. • The Bangkok Insightนบข. ไฟเขียวโครงการดูดซับข้าวเปลือกนาปี พร้อมสนับสนุนเกษตรกรปรับเปลี่ยนการปลูกข้าวนาปรังเป็นพืชหลังนา อัตรา 2,000 บาทต่อไร่ ไม่เกิน 10 ไร่ต่อครัวเรือน
นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงการเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการนโยบาย และบริหารข้าวแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2568 โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน ว่า เพื่อกำหนดทิศทางการบริหารจัดการข้าวของประเทศ รวมถึงการผลิต การตลาด และการยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าวให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลในการบริหารจัดการราคาสินค้าเกษตรให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบใน 5 เรื่อง ได้แก่
1. โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2568/2569 โดย ปรับวงเงินสินเชื่อให้สอดคล้องกับราคาตลาด ข้าวเปลือกเจ้า จาก 8,000 บาท/ตัน เป็น 5,800 บาท/ตัน ข้าวเปลือกปทุมธานี จาก 9,000 บาท/ตัน เป็น 7,600 บาท/ตัน ข้าวเปลือกเหนียวจาก 1 หมื่นบาท/ตัน เป็น 8,600 บาท/ตัน
2. ขยายระยะเวลาโครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต็อก ปีการผลิต 2566/2567 ให้ขยายออกไปอีก 6 เดือน (จากเดิมสิ้นสุด 31 ต.ค. 2568 เป็นสิ้นสุดวันที่ 30 เม.ย. 2569
3. มาตรการดูดซับผลผลิตข้าวส่วนเกิน ปีการผลิต 2568/2569 และมาตรการระยะยาว เพื่อปรับปรุงโครงสร้างการผลิต ประกอบด้วย โครงการดูดซับข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2568/2569 โดยมอบหมายให้องค์การคลังสินค้า กระทรวงพาณิชย์ องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รับซื้อข้าวในราคานำตลาด (บวกไม่เกิน 300 บาท/ตัน) เพื่อสีแปรสภาพและกระจายสู่ตลาดปลายทาง เป้าหมาย 3 ล้านตันข้าวเปลือก เน้นกลุ่มข้าวขาวเป็นหลัก
4. โครงการปรับเปลี่ยนการปลูกข้าวนาปรังเป็นพืชหลังนาเพื่อสร้างรายได้แก่เกษตรกร โดยสนับสนุนเกษตรกร 2,000 บาท/ไร่ (ไม่เกิน 10 ไร่/ครัวเรือน) เพื่อปรับเปลี่ยนไปปลูกพืชอื่นที่ตลาดต้องการ จำนวน 1 ล้านไร่
5. สนับสนุน การปลูกข้าวคุณภาพสูงเพื่อเพิ่มมูลค่า (ข้าวประณีต) โดยเชื่อมโยงตลาด (Business Matching) และสนับสนุนเครื่องจักร อุปกรณ์ที่จำเป็น เช่น เครื่องสีข้าวขนาดเล็ก เป้าหมายกลุ่มเกษตรกร 200 กลุ่ม
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบในการให้ทบทวนกฎระเบียบการนำเข้าข้าวตามพันธกรณีภายใต้ WTO ของไทย โดยกระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมง (MAFF) ของญี่ปุ่น ได้ร้องขอให้ไทยพิจารณาเพิ่มปริมาณการนำเข้าข้าวญี่ปุ่นภายใต้ โควตา WTO เพื่อให้สอดคล้อง กับความต้องการบริโภคที่เพิ่มขึ้นในไทย
ดังนั้น เพื่อรักษาความสัมพันธ์ทางการค้าที่ดีกับญี่ปุ่น ซึ่งเป็นตลาดส่งออกข้าวที่สำคัญของไทย ที่ประชุมจึงเห็นชอบให้แก้ไขระเบียบฯ โดยเพิ่มปริมาณการนำเข้าสำหรับผู้มีสิทธิ แต่ละราย จากเดิม ไม่เกิน 100 เมตริกตัน/ราย/งวด เป็น ไม่เกิน 300 เมตริกตัน/ราย/งวด
นอกจากนี้ ที่ประชุมฯได้พิจารณาการแต่งตั้ง คณะอนุกรรมการภายใต้คณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ แบ่งออกเป็น 4 คณะย่อย ได้แก่ คณะอนุกรรมการ นโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติด้านการผลิต, คณะอนุกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติด้านการตลาด, คณะอนุกรรมการพิจารณาชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต็อก และคณะอนุกรรมการติดตาม กำกับดูแลการบริหารจัดการ ข้าวระดับจังหวัด เพื่อให้เกิดผลดี ต่อการพัฒนาระบบการผลิตข้าว กำหนดราคาที่เป็นธรรม เป็นผลดีต่อเกษตรกรไทย
ทั้งนี้ คาดว่ามติของที่ประชุม นบข. ในครั้งนี้จะได้มีการนำเสนอขอความเห็นชอบต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีภายใน 1-2 สัปดาห์นี้
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- 'อนุทิน' แจ้งข่าวดีขายข้าวจีนได้ 5 แสนตัน พร้อมขอทุกฝ่ายทำหน้าที่เซลส์แมน!!
- 'ธรรมนัส' เผยราคาข้าวเริ่มปรับตัวดีขึ้น ดัน 'หอมมะลิ' พุ่ง 13,500 บาท/ตัน
- เลื่อนอีก! 'ไร่ละพัน' ช่วยข้าวนาปรัง ยังโอนไม่ได้ ต้องลงทะเบียนแอป ‘ทางรัฐ’ ก่อน
ติดตามเราได้ที่