โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บอย เอ็นเตอร์เทน เปิดใจหลังโดนดราม่าถี่ รับป่วนเป็นซึมเศร้า เครียดจนต้องลาออกจากงาน

อีจัน

อัพเดต 20 พ.ย. 2568 เวลา 13.31 น. • เผยแพร่ 20 พ.ย. 2568 เวลา 06.24 น. • อีจัน

เป็นนักข่าวปากแซ่บลีลาเล่าข่าวไม่ธรรมดาสำหรับ บอย เอ็นเตอร์เทน หรือ บอย ธิติพร จุติมานนท์ เป็นกูรูในแวดวงข่าวบันเทิง วิเคราะห์วิจารณ์ข่าวดังจนรถทัวร์ลงบ่อยๆ งานนี้เปิดใจละเอียดยิบผ่านรายการ “โต๊ะหนูแหม่ม” เล่าถึงเรื่องราวร้อยดราม่าที่ต้องเผชิญในการเล่าข่าว และงานข่าวบันเทิงที่หนักหนาสาหัส งานนี้ใจพังถึงขั้นป่วยเป็นโรคซึมเศร้าระยะที่ 2.5 เกือบตัดสินใจหาหนทางออกโดยการจบชีวิต

CR : โต๊ะหนูแหม่ม

เป็นคนที่โดนทัวร์ลงบ่อยมาก เวลาวิจารณ์เล่าข่าวเรารับมือยังไงเมื่อถูกทัวร์ลง?
“ไม่รับมือเลย อันนี้พูดตรงๆ กรณีของน้องเจนนี่อันนี้บริสุทธิ์ใจที่จะพูด เพราะพูดด้วยความรักและเอ็นดู ถ้าใครดูคลิปจะรู้ว่าเราไม่ได้บอกว่าน้องทำ แต่เราเตือนความเตือนนั้นไม่ได้สิ่งที่ทุกคนจะทำนะ เราเตือนเพราะรู้สึกว่าอยู่ในจุดที่สำเร็จทุกอย่างแล้ว เราอยากให้น้องไปต่อ เราพูดด้วยความบริสุทธิ์และความจริงใจ อันนี้พูดด้วยความรัก และความเอ็นดูอันนี้บอกจากใจ การทำคอนเทนต์เราใส่ใจมาก ใส่ใจมากไม่ได้หมายความว่าเสือกนะ ใส่ใจที่จะพูดในมุมนั้นมุมนี้ ทุกคอนเทนต์มาจากฮาร์ตมากๆ รู้ว่าทุกวันนี้เราต้องทำข่าวบันเทิงที่ให้รู้ว่าคนดูได้อะไร คนฟังได้อะไร เราจะเป็นนักข่าวบันเทิงแค่what where when why ไม่ได้ อันนี้ให้น้องๆรุ่นใหม่ๆนักข่าวบันเทิงเค้าทำกัน เค้าไปแข่งความเร็ว เราอายุปูนนี้แล้ว ทำมา25 จะ30ปีแล้ว เราจะมาทำข่าวแบบเดิมหรอ มันจะต้องมีวิธีการคิดเล่าเรื่อง เราเข้าใจที่ทัวร์มาลง เราเข้าใจ เพราะเวลาเราไปเตะคนที่เค้ารัก เค้าย่อมไม่ชอบเรา แต่เราต้องคุยกับตัวเอง หาจุดยืนให้ได้ว่า ถ้าเรามั่นใจว่าสิ่งที่เราทำมันถูกต้อง เราก็อย่าหวั่นไหว”

CR : จริงใจเล่า

การทำงานทำให้ใจพัง จนมารู้ว่าตัวเองป่วยเป็นโรคซึมเศร้า รู้ตัวได้ยังไง?”เริ่มมาจากคุณพุดเดิ้ล ปาจรีย์ เค้าก็มาบอกว่ารู้สึกว่าช่วงนี้บอยไม่เหมือนเดิม รู้สึกว่าไม่สดใส น้ำเสียงไม่ปกติ อยู่ดีๆการพูดการจาของบอยเปลี่ยนไป เราก็รู้สึกว่าตัวเองไม่เหมือนเดิม เคยขับรถจากบ้านมาทำงานที่อโศก4ปี ขับได้ปกติ แต่ช่วงหลังๆขับไปเราร้องไห้ รู้สึกว่าตัวเราเองไม่อยากถึงตึกที่ทำงาน ก็เลยไปหาหมอ เดินเข้าไปบ่ายโมง คุยกับนักจิตแพทย์ คุยกับนักจิตวิทยา”

แล้วพอไปตรวจ คุณหมอเค้าบอกเราอยู่ในขั้นไหน?
“คุณหมอเค้าก็ถาม เราไม่ได้เล่า เค้ามีวิธีในการถามเรา นักจิตวิทยาบอกเราว่าคุณบอยต้องไปพบนักจิตแพทย์ ไปถึงคุณหมอก็บอกว่าให้เราทดสอบเลยนะครับ เค้าคิดว่าเราเป็นโรคซึมเศร้าระยะรุนแรง คุณบอยต้องเทสต์ตามระบบ คือเข้าไปบ่ายโมงกลับออกมาสองทุ่ม และอีก14วันกลับไปหาหมออีก หมอบอกว่าคุณเป็นซึมเศร้าระยะ 2.5 คือถ้าระยะ 3 คือจบชีวิต”

CR : จริงใจเล่า

ความรู้สึกที่เกิดขึ้นจริงๆ มันมีความรู้สึกที่เราอยากจบชีวิตมั้ย?

“มี..หมอเคยถามว่าเรามีความรู้สึกไม่อยากไปต่อในชีวิตมั้ย เราไม่เคยรู้สึกขนาดนั้นนะ แต่เคยเสิร์จกูเกิ้ลว่าทำยังไงให้ทรมานน้อยที่สุด”

แล้วเข้าสู่กระบวนการรักษายังไงต่อ?

“ประโยคที่คุณหมอพูดจากการรักษาครั้งแรก คุณหมอแนะนำว่าให้คุณบอยไปลาออกจากงาน เพราะถ้าคุณบอยไม่ลาออกจะก้าวเข้าสู่สเต๊ป3 เราก็บอกหมอว่าค่ะ แล้วก็ไปลาออกเลย”

CR : จริงใจเล่า

การทุ่มเทกับงานมากเกินไปมันส่งผลเสียกับชีวิตมากเลยนะ?

“หมอบอกว่าเรารักงาน จนลืมรักตัวเองมากเกินไป จนไปลาออกและนอนนิ่งๆอยู่เกือบปีนะ เพราะเราต้องมาทำให้ใจเราสงบ หมอบอกว่าเกิดจากสิ่งเร้า ที่มันมาเร้าตัวคุณ คือบอยคือคนเก่งทำอะไรก็สำเร็จ งานทุกอย่างมันเป็นตัวกระตุ้น ฉะนั้นเราต้องหยุดทุกอย่าง พักทุกอย่างก่อน คุณจะกลับมาหาเงินได้ถ้าคุณหายจากโรคนี้ ถ้าคุณยังทำงานหนัก คุณยังเครียด คุณยังมีความกดดันในการทำงานคุณจะป่วย”

แล้วเราว่างทุกอย่างทิ้ง ปล่อยวางได้อย่างไร?

“เราคุยกับตัวเอง เรายอมทิ้งทุกอย่าง เราทิ้งเงินเดือน เราทิ้งอนาคตที่เคยเห็นไปสู่อนาคตใหม่ที่เรารออยู่ ซึ่งไม่รู้ว่ามันคืออะไรนะ แต่หมอบอกว่าคุณต้องรักษาให้หายก่อน คุณถึงจะไปต่อได้”

CR : โต๊ะหนูแหม่ม
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...